03.02.24       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆที่แสนหวาน ขอให้ลูกเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง ลูกต้องกลายเป็นประภาคารแห่งแสง พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ ห้ามไม่ระมัดระวังเกี่ยวกับสิ่งนี้

คำถาม:
ลูกๆเป็นนักเรียนที่น่าอัศจรรย์ที่สุดอย่างไร?

คำตอบ:
ลูกอยู่ที่บ้านกับครอบครัวและทำงานเป็นเวลา 8 ชั่วโมงเพื่อหาเลี้ยงชีพของร่างกาย อย่างไรก็ตาม พร้อมกับสิ่งนั้นเพื่อที่จะตระเตรียมสำหรับ 21 ชาติเกิดในอนาคตของลูก ลูกทำงานรับใช้ 8 ชั่วโมงด้วยเช่นกันเพื่อทำให้ผู้อื่นทัดเทียมกับพ่อ ขณะที่ทำทุกสิ่ง ลูกจดจำบ้านและพ่อของลูก นี่คือชีวิตนักเรียนที่น่าอัศจรรย์ของลูก ความรู้เป็นสิ่งที่ง่ายดายมาก ลูกเพียงแค่เพียรพยายามที่จะกลับมาบริสุทธิ์

โอมชานติ
พ่อพูดกับลูกตามลำดับกันไปตามความเพียรพยายามที่ลูกทำ ลูกต้องจดจำโลกที่ไม่มีตัวตนตามลำดับกันไปด้วยเช่นกัน ลูกต้องจดจำสิ่งนั้นด้วยเช่นกันว่า ดั้งเดิมลูกคือผู้อาศัยของดินแดนแห่งความสงบ แล้วลูกก็ไปสู่ดินแดนของความสุข บางทีลูกเข้าใจสิ่งนี้อยู่ภายในตัวลูก สิ่งนี้อยู่ในสติปัญญาของลูกด้วยเช่นกันว่าวงจรโลกนี้หมุนไปอย่างไร จากเวลาที่ลูกลงมาจากโลกที่ไม่มีตัวตน ในเวลานี้เราคือบราห์มิน แล้วเราจะกลายเป็นเทพ นักรบ พ่อค้าแล้วก็ศูทร วงจรนี้ควรหมุนในสติปัญญาของลูก ลูกมีความรู้นี้ทั้งหมดในสติปัญญาของลูก พ่อได้อธิบายสิ่งนี้แก่ลูก ก่อนหน้านี้ลูกไม่รู้ เวลานี้ ลูกเท่านั้นที่รู้สิ่งนี้ แต่ละวัน จำนวนของลูกจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ลูกเฝ้าแต่สอนผู้อื่นมากมายต่อไป ลูกจะกลายเป็นที่ผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเองก่อนอย่างแน่นอน ขณะที่ลูกกำลังนั่งอยู่ที่นี่ สติปัญญาของลูกรู้ว่าท่านคือพ่อของลูก ท่านคือครูสูงสุดผู้ที่สอนเราด้วยเช่นกัน ท่านได้อธิบายแก่เราว่าเราวนไปรอบวงจร 84 ชาติเกิดอย่างไร สติปัญญาของลูกจะจดจำสิ่งนี้อย่างแน่นอน สติปัญญาของลูกต้องจดจำสิ่งนี้ในทุกขณะ สิ่งนี้ไม่ใช่บทเรียนที่ใหญ่ นี่เป็นบทเรียนของหนึ่งวินาที สิ่งนี้เข้าไปในสติปัญญาของลูกว่าลูกเป็นผู้อาศัยของที่ใด แล้วลูกมาที่นี่เพื่อเล่นบทบาทของลูกอย่างไร นี่คือวงจรของ 84 ชาติเกิด ในยุคทองมีชาติเกิดมากเท่านี้ ในยุคเงินมีชาติเกิดมากเท่านี้ ลูกจดจำวงจรนี้หรือไม่? สติปัญญาของลูกจะจดจำตำแหน่งที่ลูกได้รับและบทบาทที่ลูกได้เล่นอย่างแน่นอน ลูกจะพูดว่า ลูกเคยมีมงกุฎสองชั้นแล้วลูกก็กลายเป็นผู้มีมงกุฎชั้นเดียว และลูกก็สูญเสียทั้งอาณาจักรและกลับมาตโมประธาน วงจรนี้ต้องหมุนไป เหตุนี้เอง ลูกจึงเรียกว่าเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง ดวงวิญญาณได้รับความรู้แล้ว ดวงวิญญาณมีนิมิต ดวงวิญญาณรู้ว่าเขาได้วนไปรอบวงจรเช่นนี้ และในเวลานี้ที่เขาต้องกลับบ้าน พ่อได้พูดว่า จดจำพ่อและลูกจะไปถึงบ้านของลูก ไม่ใช่ว่าลูกกำลังนั่งในสภาพนั้นในเวลานี้ ไม่เลย สิ่งต่างๆ ภายนอกมากมายเข้ามาในสติปัญญาของลูก บางคนจะจดจำสิ่งหนึ่ง และบางคนจะจดจำสิ่งอื่นๆ ที่นี่พ่อพูดว่า หลอมรวมสิ่งอื่นๆทั้งหมดและจดจำเพียงผู้เดียวเท่านั้น ลูกต้องทำตามศรีมัทที่ลูกได้รับ ลูกต้องกลายเป็นผู้ที่ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง และเพียรพยายามจนกระทั่งเวลาสุดท้าย ก่อนหน้านี้ลูกไม่รู้สิ่งใด เวลานี้พ่อกำลังบอกลูก ด้วยการจดจำระลึกถึงพ่อลูกจะล่วงรู้ทุกสิ่ง ความลับทั้งหมดของผู้สร้างและตอนเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบของสิ่งสร้างเข้ามาในสติปัญญาของลูก ลูกได้รับการสอนบทเรียนเหล่านี้ ลูกสามารถจดจำท่านที่บ้านเช่นกัน นี่คือบางสิ่งที่จะต้องเข้าใจด้วยสติปัญญา ลูกคือนักเรียนที่น่าอัศจรรย์ พ่อได้อธิบายว่า ลูกอาจจะพักผ่อนเป็นเวลา 8 ชั่วโมง และทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพของร่างกายของลูกเป็นเวลา 8 ชั่วโมง ลูกต้องทำธุรกิจนั้น ฯลฯ ด้วยเช่นกัน พร้อมกันนั้น ธุรกิจที่พ่อให้แก่ลูกในการทำให้ผู้อื่นเป็นเช่นเดียวกับตัวลูกก็เป็นไปเพื่อหาเลี้ยงชีพของลูกด้วยเช่นกัน การหาเลี้ยงชีพนั้นเป็นระยะเวลาชั่วคราว ในขณะที่การหาเลี้ยงชีพนี้เป็นไปเพื่อร่างกายของลูกถึง 21 ชาติเกิด สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในบทบาทที่ลูกเล่นเช่นกัน ไม่ว่าใครบางคนจะเพียรพยายามมากมายแค่ไหนก็ตาม ภายหลังเขาจะได้รับการกราบไหว้บูชาตามนั้นในหนทางความเลื่อมใสศรัทธา ลูกๆต้องซึมซับสิ่งนี้ทั้งหมด ลูกคือนักแสดง บาบาเพียงเล่นบทบาทของการให้ความรู้ อย่างไรก็ตาม ลูกต้องเพียรพยายามเพื่อหาเลี้ยงชีพของร่างกายของลูก บาบาจะไม่ทำสิ่งนั้น บาบามาเพื่ออธิบายแก่ลูกว่า ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของโลกนี้ซ้ำรอยอย่างไร และวงจรนี้หมุนไปอย่างไร ท่านเพียงแค่มาเพื่ออธิบายสิ่งนี้ ท่านเฝ้าแต่อธิบายสิ่งนี้อย่างมีศิลปะวิธี พ่ออธิบายว่า ลูกๆ อย่าได้ไม่ระมัดระวังเกี่ยวกับสิ่งใด จงกลายเป็นผู้ที่ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเองและเป็นประภาคารแห่งแสง พิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ ลูกรู้ว่าดวงวิญญาณไม่สามารถเล่นบทบาทของเขาได้โดยไม่มีร่างกาย ผู้คนไม่รู้สิ่งใดเลย แม้ว่าพวกเขามาหาลูกและพูดว่าสิ่งนี้ดี พวกเขาก็ไม่สามารถกลายเป็นผู้ที่ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเองได้ ลูกต้องฝึกฝนสิ่งนี้เป็นอย่างมากที่นี่ และแล้วไม่ว่าลูกจะไปที่ไหนก็ตาม ลูกจะกลายเป็นเช่นมหาสมุทรแห่งความรู้ สิ่งนี้เป็นเหมือนกับที่เมื่อนักเรียนศึกษาเล่าเรียนแล้วกลายเป็นครูและสอนในวิทยาลัยหรือทำธุรกิจของตนเอง ธุรกิจของลูกคือการกลายเป็นครูและทำให้ทุกคนกลายเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง ลูกบางคนได้ทำรูปภาพที่ราชาที่มีมงกุฎสองชั้นแล้วกลายเป็นราชาที่มีมงกุฎชั้นเดียวได้อย่างไรและนั่นก็ดี แต่พวกเขามีมงกุฎสองชั้นตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด? พวกเขามีมงกุฎชั้นเดียวตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด? แล้วอาณาจักรของเขาถูกช่วงชิงไปจากพวกเขาตั้งแต่เมื่อใดและอย่างไร? ลูกควรเขียนวันเหล่านั้นลงไป นี่คือละครที่ไม่มีขีดจำกัดที่ใหญ่โต แน่นอนที่ลูกจะกลายเป็นเทพอีกครั้งหนึ่ง เวลานี้ลูกคือบราห์มิน เพียงบราห์มินเท่านั้นที่เป็นของยุคบรรจบพบกัน ไม่มีใครรู้สิ่งนี้จนกระทั่งลูกบอกพวกเขา นี่คือชาติเกิดทางจิตของลูก ลูกได้รับมรดกจากพ่อทางโลกและพ่อเหนือโลก ลูกไม่สามารถได้รับมรดกจากพ่อทางจิต พ่อให้มรดกแก่ลูกผ่านผู้นี้ มีการร้องเพลงว่า โอ้ พระผู้ (พระเจ้า)! ไม่เคยมีการพูดว่า โอ้ ประชาบิดาบราห์มา! ลูกจดจำพ่อทางโลกและพ่อเหนือโลกของลูก ไม่มีใครอื่นรู้สิ่งเหล่านี้ ลูกรู้สิ่งเหล่านี้ ลูกได้รับมรดกที่ไม่สูญสลายจากพ่อเหนือโลก และมรดกที่สูญสลายจากพ่อทางโลกของลูก บางคนอาจจะเป็นลูกของราชาและได้รับมรดกห้าล้าน อย่างไรก็ตาม หากลูกวางมรดกที่ลูกได้รับจากพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดไว้เบื้องหน้าลูก ลูกจะพูดว่าเมื่อเปรียบเทียบกับอีกมรดกหนึ่งนั้น มรดกนี้ไม่สูญสลาย ในขณะที่มรดกนั้นจะจบสิ้นลง มายาจะเกาะเกี่ยวกับมหาเศรษฐีของทุกวันนี้ พวกเขาจะไม่มาที่นี่ พ่อคือจ้าวของคนจน บารัตยากจนมาก ผู้คนมากมายในบารัตมีความยากจน เวลานี้ ลูกกำลังเพียรพยายามที่จะนำมาซึ่งคุณประโยชน์ให้แก่ผู้คนมากมาย โดยทั่วไปแล้วคนที่เจ็บป่วยจะมีการวางเฉย พวกเขาคิดว่า ชีวิตไร้ค่าที่จะมีชีวิตอยู่ ขอให้ฉันพบหนทางเช่นนั้นที่ฉันสามารถไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้น พวกเขาร้องขอการหลุดพ้นเพื่อที่จะได้รับการปลดปล่อยจากความทุกข์ทรมาน ในยุคทองพวกเขาไม่ร้องขอสิ่งใด เพราะไม่มีความทุกข์ทรมานใดๆที่นั่น ลูกเข้าใจสิ่งเหล่านี้ในเวลานี้ จำนวนลูกๆของบาบาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพียงผู้ที่จะกลายเป็นเทพแห่งสุริยวงศ์และจันทราวงศ์เท่านั้นที่จะมาและรับความรู้นี้ตามลำดับกันไป ตามความเพียรพยายามที่พวกเขาทำ ไม่มีใครนอกจากพ่อที่สามารถให้ความรู้นี้แก่ลูก เวลานี้ ลูกจะไม่จากพ่อที่ไม่มีขีดจำกัดและไปที่อื่นใด ผู้ที่รักพ่อก็สามารถเข้าใจได้ว่าความรู้นี้ง่ายดายมาก แต่เป็นการกลับมาบริสุทธิ์ของลูกที่มายาทำให้เกิดอุปสรรค หากลูกไม่ระมัดระวังเกี่ยวกับสิ่งใด ลูกจะพ่ายแพ้ต่อความไม่ระมัดระวังนั้น ตัวอย่างของการชกมวยนั้นเป็นการเปรียบเทียบที่ดี ในการชกมวยแต่ละคนพยายามจะเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่ง ลูกรู้ว่ามายาทำให้ลูกพ่ายแพ้ได้ พ่อพูดว่า ลูกๆที่แสนหวานพิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ พ่อเองก็เข้าใจว่าความเพียรพยายามเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับสิ่งนี้ พ่อแสดงวิธีการที่ง่ายดายแก่ลูก ฉันคือดวงวิญญาณ ฉันละร่างนี้และรับอีกร่างหนึ่งเพื่อเล่นบทบาทของฉัน ลูกต้องทำให้สิ่งนี้มั่นคงมากว่า ลูกคือลูกของพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด บาบารู้สึกว่ามายาตัดโยคะของสติปัญญาของลูก สิ่งนี้ตามลำดับกันไป อาณาจักรถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานนี้ หากทุกคนจะเป็นเช่นเดียวกัน ก็จะไม่มีอาณาจักรใดถูกสร้างขึ้น ราชา ราชินี ผู้ที่มั่งคั่งและปวงประชาทั้งหมดจะถูกสร้างขึ้นมา ไม่มีใครนอกจากลูกที่รู้สิ่งเหล่านี้ เรากำลังก่อตั้งอาณาจักรของเราเอง ในท่ามกลางลูกด้วยเช่นกัน มีเพียงลูกพิเศษผู้เป็นที่รักเท่านั้นที่จดจำสิ่งเหล่านี้ ลูกไม่ควรลืมสิ่งเหล่านี้ ลูกๆรู้ว่าลูกลืม มิฉะนั้นก็จะมีความสุขอย่างมากที่รู้ว่าลูกกำลังจะกลายเป็นนายของโลก ลูกสามารถกลายเป็นสิ่งนั้นได้ด้วยความเพียรพยายามเท่านั้น ไม่ใช่เพียงแค่พูดถึงสิ่งนั้น ทันทีที่บาบามาที่นี่ ท่านถามว่า ลูก จงระมัดระวัง! ลูกกำลังนั่งอยู่ที่นี่อย่างเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเองใช่ไหม? พ่อเป็นผู้ที่เป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักในตนเองด้วยเช่นกันที่เข้ามาในผู้นี้ ผู้คนคิดว่าวิษณุคือผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง พวกเขาไม่รู้ว่า เขา (วิษณุ) คือลักษมีและนารายณ์ ใครที่ให้ความรู้แก่พวกเขาที่พวกเขาได้รับสถานภาพของลักษมีและนารายณ์? พวกเขาวาดภาพกฤษณะกำลังฆ่าปีศาจด้วยกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง ลูกขบขันกับผู้ที่ทำรูปภาพเหล่านั้น วิษณุคือสัญลักษณ์ของอาศรมของครอบครัวรวมกัน ภาพนั้นดี แต่นั่นไม่ใช่ภาพที่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้ลูกไม่รู้สิ่งนั้น คนที่มีสี่แขนจะมาที่นี่ได้อย่างไร? ลูกรู้สิ่งเหล่านี้ตามลำดับกันไปเช่นกัน พ่อพูดว่า ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับความเพียรพยายามที่ลูกทำ บาปของลูกจะถูกตัดออกไปด้วยการมีการจดจำระลึกถึงพ่อ ความเพียรพยายามนี้ต้องเป็นความเพียรพยายามสูงสุดอันดับหนึ่ง พ่อได้ให้เวลาแก่ลูกแล้ว ลูกต้องอาศัยอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของลูก มิฉะนั้น ใครจะดูแลลูกของลูกฯลฯ? ลูกต้องฝึกฝนสิ่งนี้ในขณะที่ทำทุกสิ่ง อย่างไรก็ตาม ไม่มีสิ่งอื่นใด พวกเขาได้วาดภาพกฤษณะฆ่าอสูร อะคาสูรและบากาสูรฯลฯ ด้วยกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง ในเวลานี้ ลูกเข้าใจว่าไม่มีเรื่องของกงจักรฯลฯ มีความแตกต่างอย่างมาก! เพียงพ่อเท่านั้นที่อธิบายสิ่งนี้ มนุษย์ไม่สามารถอธิบายแก่มนุษย์ได้ มนุษย์ไม่สามารถประทานการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ ในพวกเขาไม่มีใครที่สามารถอธิบายความลับของผู้สร้างหรือตอนเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบของสิ่งสร้าง เพียงพ่อเท่านั้นที่ได้อธิบายความหมายของกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเองแก่ลูก พวกเขาได้เขียนเรื่องราวเช่นนั้นในคัมภีร์ อย่าได้ถามเลย! พวกเขาได้แสดงให้เห็นกฤษณะที่มีความรุนแรง ที่นี่ลูกต้องไตร่ตรองมหาสมุทรแห่งความรู้ในสันโดษ เป็นเวลาที่ดีมากสำหรับผู้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเวลากลางคืน พวกเขาสามารถมีการจดจำระลึกถึงได้อย่างมากมาย ขณะที่จดจำพ่อ เฝ้าแต่ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเองด้วยเช่นกัน หากลูกอยู่ในการจดจำระลึกถึงในความสุข ลูกแม้กระทั่งจะอดนอนด้วยความสุข ผู้ที่ได้รับทรัพย์สมบัติจะอยู่อย่างมีความสุขมาก พวกเขาไม่เคยสัปหงก ลูกรู้ว่าลูกกำลังกลับมามีสุขภาพที่ดีและมั่งคั่งเสมอ ดังนั้น ลูกควรให้ตนเองไม่ว่างเว้นในการจดจำระลึกถึงเป็นอย่างดี พ่อรู้ว่าตามละครไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี พ่อยังคงให้แรงบันดาลใจแก่ลูกให้เพียรพยายามต่อไป เวลานี้พ่อกำลังให้คำสอนแก่ลูก มีมากมายที่ไม่มีทั้งความรู้และโยคะ หากผู้รอบรู้หรือบัณฑิตมา พวกเขาจะไม่สามารถพูดกับเขาได้ ลูกผู้ที่มีประโยชน์ในงานรับใช้จะรู้ว่าใครเป็นคนดีและใครที่อธิบายให้แก่ผู้อื่นได้เป็นอย่างดี แล้วเมื่อพ่อก็เห็นด้วยเช่นกันว่าผู้ที่มานั้นเป็นคนดี,มีการศึกษาดี,มีสติปัญญาดี แต่ผู้ที่กำลังอธิบายนั้นบุดดู พ่อก็สามารถเข้ามาแทรกและยกระดับบุคคลนั้น ดังนั้น ลูกที่แท้จริงจะพูดว่า พวกเขาไม่มีความรู้พอ แต่พ่อได้มานั่งและอธิบายแก่ผู้นั้น บางคนมีความหยิ่งยโส สำหรับพ่อที่จะมาและช่วยเหลือนั้นถูกกำหนดไว้ในละคร เป็นบทบาทของพ่อ ละครมีความพิเศษสุด จำเป็นต้องมีสติปัญญาที่กว้างไกลและไม่มีขีดจำกัดอย่างมากเพื่อเข้าใจสิ่งนี้ ลูกรู้ว่าเวลานี้ลูกกำลังก่อตั้งอาณาจักรนั้นที่ทุกคนสวยงาม ไม่มีใครที่น่าเกลียดที่นั่น ลูกสามารถทำรูปภาพและเขียนด้วยเช่นกันว่า น่าเกลียดและสวยงาม ด้วยการนั่งบนกองไฟของตัณหาราคะถึง 63 ชาติเกิด ลูกได้กลับมาน่าเกลียดอย่างมาก! ดวงวิญญาณได้กลายเป็นเช่นนั้น พวกเขาแม้กระทั่งทำให้ภาพของลักษมีและนารายณ์น่าเกลียด ผู้คนไม่เข้าใจว่ามันคือดวงวิญญาณที่กลับมาน่าเกลียด พวกเขาเคยเป็นนายของยุคทอง พวกเขาเคยสวยงาม และแล้วด้วยการนั่งบนกองไฟของตัณหาราคะ พวกเขาก็กลับมาน่าเกลียด ดวงวิญญาณกลับมาใช้ชาติเกิดและกลับมาตโมประธาน ดังนั้น ดวงวิญญาณจึงน่าเกลียดและร่างกายก็น่าเกลียด ลูกสามารถถามพวกเขาเล่นๆว่า เหตุใดพวกเขาแสดงให้เห็นลักษมีและนารายณ์ที่สวยงามในบางสถานที่และน่าเกลียดในที่อื่นๆ? อะไรคือเหตุผลสำหรับสิ่งนั้น? พวกเขาไม่มีความรู้ใดเลย เหตุใดพวกเขาจึงทำภาพภาพลักษณ์ที่สวยงามของกฤษณะและภาพที่น่าเกลียดของกฤษณะ? ในเวลานี้ลูกรู้สิ่งนั้น เวลานี้ลูกได้รับดวงตาที่สามของความรู้แล้ว อัจชะ

ถึงลูกๆที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. เพื่อที่จะอยู่อย่างเต็มไปด้วยความสุข นั่งในสันโดษและไตร่ตรองความมั่งคั่งของความรู้ที่ลูกได้รับ เพื่อที่จะกลับมาบริสุทธิ์และเป็นอิสระจากโรคภัยสม่ำเสมอ เพียรพยายามที่จะคงอยู่ในการจดจำระลึกถึง

2. กลายเป็นเจ้ามหาสมุทรแห่งความรู้เช่นพ่อ และทำให้ทุกคนกลายเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง กลายเป็นประภาคารแห่งแสง เพื่อที่จะหารายได้เพื่อหาเลี้ยงชีพของร่างกายของลูกถึง 21 ชาติเกิดในอนาคตของลูก แน่นอนจงกลายเป็นครูทางจิต

พร:
ขอให้ลูกเป็น ผู้ที่เต็มไปด้วยความรู้ที่ยิ่งใหญ่ และมีประสบการณ์ของสามรูปกาลเวลาทั้งสามอย่างชัดเจนด้วยสภาพตรีกาลดาร์ชิของลูก

ผู้ที่อยู่อย่างมั่นคงในสภาพตรีกาลดาร์ชิสามารถเห็นรูปกาลเวลาทั้งสามในหนึ่งวินาทีอย่างชัดเจน ฉันเป็นอะไรเมื่อวานนี้ ฉันเป็นอะไรวันนี้ ฉันจะเป็นอะไรวันพรุ่งนี้ ทั้งหมดนั้นชัดเจนอยู่เบื้องหน้าดวงวิญญาณเช่นนั้น เมื่อลูกยืนที่จุดสูงสุดของเมืองและมองลงไป ลูกสามารถเพลิดเพลินกับการมองดูทั้งเมือง ในทำนองเดียวกัน ยุคแห่งการบรรจบพบกันคือจุดยอด ยืนบนยอดนี้ และมองดูที่รูปกาลเวลาทั้งสามและพูดด้วยประกายของความซาบซึ้ง: ฉันเคยเป็นเทพ และฉันจะกลายเป็นสิ่งนั้นอีกครั้ง นี้เรียกว่าการเป็น ผู้ที่เต็มไปด้วยความรู้ที่ยิ่งใหญ่

คติพจน์:
ทุกขณะคือช่วงขณะสุดท้าย: พร้อมเสมอด้วยการตระหนักรู้นี้