01.08.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน หยุดคิดเกี่ยวกับผู้อื่นและให้ประโยชน์แก่ตนเอง
จงกลายเป็นเช่นทองและชี้หนทางให้แก่ผู้อื่น
คำถาม:
อะไรคือสิ่งชี้บอกหลักของผู้ที่ทำความพยายามที่จะกลับมาปราศจากร่างอย่างสม่ำเสมอ?
คำตอบ:
พวกเขาไม่ต้องควบคุมอวัยวะประสาทสัมผัสทางร่างของพวกเขาด้วยการบีบบังคับ
อวัยวะประสาทสัมผัสทางกายของพวกเขากลับมาเยือกเย็นโดยอัตโนมัติ
พวกเขามีสำนึกรู้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเราดวงวิญญาณเป็นพี่น้องกัน
พวกเขายังคงละทิ้งสำนึกที่เป็นร่างต่อไป
และด้วยเหตุนี้ความซาบซึ้งของรูปหรือนามใดๆจึงจบสิ้นลง พวกเขาไม่ได้จดจำคนอื่น
เพลง:
ท่านคือมหาสมุทรแห่งความรัก เรากระหายหนึ่งหยด
โอมชานติ
ผู้เดียวนั้นไม่ได้เป็นเพียงมหาสมุทรแห่งความรัก
ท่านเป็นมหาสมุทรแห่งความรู้ด้วยเช่นกัน มีความรู้และความไม่รู้
ความรู้คือกลางวันและความไม่รู้คือกลางคืน คำว่า “ความรู้” นั้นดี ในขณะที่ “ความไม่รู้”
นั้นไม่ดี เป็นเวลาครึ่งวงจรที่มีรางวัลของความรู้นี้
และเป็นเวลาครึ่งวงจรที่มีรางวัลของความไม่รู้ รางวัลของความไม่รู้คือความทุกข์
และรางวัลของความรู้นี้คือความสุข เรื่องเหล่านี้เข้าใจง่ายมาก
มีกลางวันแห่งความรู้นี้และกลางคืนแห่งความไม่รู้
ไม่มีใครรู้ว่าความรู้นี้คืออะไรหรือความไม่รู้คืออะไร
เหล่านี้เป็นเรื่องของความไม่มีขีดจำกัด
ลูกอธิบายให้แก่ทุกคนว่าความรู้นี้คืออะไรและความเลื่อมใสศรัทธาคืออะไร
ลูกกลับมามีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาด้วยความรู้นี้
เมื่อลูกกลับมามีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
ลูกก็มารู้เกี่ยวกับเครื่องประกอบของการกราบไหว้บูชา
ลูกรู้ว่าวัดทั้งหมดฯลฯคืออนุสรณ์ ลูกรู้ว่าเรื่องราวชีวิตทั้งหมด
ผู้ที่ทำการกราบไหว้บูชาไม่รู้เรื่องราวชีวิตของผู้ที่พวกเขากราบไหว้บูชา
การกราบไหว้บูชาถูกเรียกว่าความเลื่อมใสศรัทธา
พระเจ้าต้องพบกับผู้เลื่อมใสศรัทธาของท่านเพื่อที่จะให้ผลของความเลื่อมใสศรัทธาเหล่านั้นแก่พวกเขา
พระเจ้ามาและทำให้ผู้ที่กราบไหว้บูชาไปเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
ลูกคือผู้มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาในยุคทองและผู้กราบไหว้บูชาในยุคเหล็ก
ลูกๆรู้ว่าลูกเป็นอะไรในวันนี้และลูกจะกลายเป็นอะไรในวันพรุ่งนี้
การทำลายล้างจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน การทำลายล้างสามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาใดก็ตาม
กำลังมีการเตรียมการอยู่ มีการจดจำกันว่าจะมีภัยพิบัติทางธรรมชาติมากมาย
ลูกควรเขียนว่า:
สงครามกลางเมืองและภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่สามารถถูกเรียกว่าเป็นภัยพิบัติของพระเจ้า
สิ่งเหล่านั้นถูกกำหนดไว้แล้วในละคร จะมีภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วยเช่นกัน
ภัยพิบัติเหล่านี้จะช่วยในการทำลายล้างนี้ จะมีฝนตกอย่างหนักและความอดอยากฯลฯ
ด้วยเช่นกัน จะมีแผ่นดินไหวด้วย การทำลายล้างจะเกิดขึ้นด้วยสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด
ลูกๆ รู้ว่าทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ไม่เช่นนั้นจะมีจำนวนมนุษย์เพียงน้อยนิดในยุคทองได้อย่างไร?
การทำลายล้างจะเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมดในครั้งเดียวอย่างแน่นอน
ลูกๆเข้าใจอย่างดีมากว่าเสื้อผ้าที่สกปรกเหล่านี้ทั้งหมดจะถูกซักด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ไม่มีขีดจำกัด
มีการกล่าวว่าพระเจ้าซักเสื้อผ้าที่สกปรก ไม่ใช่เรื่องของเสื้อผ้าจริงๆ
แต่หมายถึงร่างกาย ดวงวิญญาณต้องถูกซักล้างด้วยพลังโยคะ
เวลานี้กิเลสทั้งห้าตาโมประธาน
และดังนั้นร่างกายที่ถูกสร้างขึ้นมาก็เป็นเช่นนั้นด้วยเช่นกัน
พ่อผู้ชำระให้บริสุทธิ์ได้มาและชำระลูกให้บริสุทธิ์ ทุกคนอื่นๆจะถูกทำลาย
ลูกรู้ว่าลูกกลับมาบริสุทธิ์ได้อย่างไร ได้มีการแสดงหนทางที่ง่ายดายมากแก่ลูก
มนุษย์ไม่เข้าใจอะไรเลย
ลูกควรไปและอธิบายให้พวกเขาฟังไม่ว่าที่ใดก็ตามพวกเขาจะก่อไฟบูชายัญในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา:
“คุณสามารถกลายเป็นเทพได้ด้วยการเข้าใจชีวประวัติของผู้ที่พวกคุณกราบไหว้บูชา
มาและทำความเข้าใจว่าพวกเขาได้มาซึ่งการหลุดพ้นในชีวิตได้อย่างไร
และแล้วคุณก็สามารถได้มาซึ่งสิ่งเดียวกัน” เมื่อลูกอธิบายเรื่องราวชีวิตของพวกเขา(รูปปั่น)ในวัด
พวกเขาจะสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนมาก
ลูกกำลังรับฟังเรื่องราวชีวิตของพวกเขาจากพ่อด้วยเช่นกัน
ลูกๆได้รับความเข้าใจอย่างมาก ไม่มีใครรู้ชีวประวัติของพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด
ด้วยการพูดว่าท่านอยู่ในทุกหนแห่ง จึงไม่สามารถมีเรื่องราวชีวิต เวลานี้ลูกๆ
รู้เรื่องราวชีวิตของพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด นั่นคือลูกรู้ตอนเริ่ม ตอนกลาง
และตอนจบ เวลานี้เมื่อพ่อมาและชำระผู้ไม่บริสุทธิ์ถูกเรียกว่าตอนเริ่มต้น
และแล้วก็มีบทบาทของความเลื่อมใสศรัทธาในตอนกลาง พ่อพูดว่า:
พ่อมาในเวลานี้และทำการก่อตั้ง พ่อดลใจให้มีการดำเนินการ พ่อคือคารันคาราวันฮาร์ (ผู้ที่ตัวท่านเองเป็นผู้กระทำและกระทำผ่านผู้อื่นด้วยเช่นกัน)
การให้แรงบันดาลใจไม่ถูกเรียกว่าการทำสิ่งนั้นด้วยตนเอง
บาบามาและทำสิ่งนั้นผ่านอวัยวะทางร่างกายของผู้นี้
ไม่มีเรื่องของแรงบันดาลใจในสิ่งนี้
คารันคาราวันฮาร์จะเข้ามาในบุคคลและทำงานผ่านผู้นี้อย่างแน่นอน
ไม่มีสิ่งใดได้มาผ่านแรงบันดาลใจ ดวงวิญญาณไม่สามารถทำสิ่งใดโดยที่ไม่มีร่างกาย
ผู้คนมากมายพูดว่าพระเจ้าทำทุกสิ่งด้วยแรงบันดาลใจ “บาบา
ดลใจสามีของฉันและทำให้สติปัญญาของเขาถูกต้อง!” พ่อพูดว่า:
ไม่มีเรื่องของแรงบันดาลใจในสิ่งนี้
ไม่เช่นนั้นเหตุใดจึงมีการเฉลิมฉลองวันเกิดของชีวา?
ถ้าทุกสิ่งจะสำเร็จผ่านแรงบันดาลใจ แล้วท่านจะมาทำไม?
ประการแรกพวกเขาไม่รู้ว่าพระเจ้าคือใคร
พวกเขาเพียงแต่พูดว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นผ่านแรงบันดาลใจของพระเจ้า
ผู้ที่ไม่มีตัวตนเดียวจะสามารถทำอะไรผ่านแรงบันดาลใจได้อย่างไร?
ท่านคือคารันคาราวันฮาร์ ท่านมาและชี้หนทางให้แก่เรา
ท่านพูดมุรลีผ่านอวัยวะประสาทสัมผัสทางร่างกาย
ท่านจะสามารถเล่นมุรลีได้อย่างไรถ้าท่านไม่ได้รับการค้ำจุนของอวัยวะทางร่างกาย?
ท่านคือมหาสมุทรแห่งความรู้นี้ ดังนั้นท่านจึงต้องการปากเพื่อพูดความรู้นี้
เวลานี้ลูกๆได้รู้ถึงตอนเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบของทั้งโลก
ลูกได้รับความรู้ที่สมบูรณ์นี้
ผู้คนที่ปราศจากความรู้นี้เชื่อว่าไม่สามารถมีการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์ได้
ใครสามารถให้ความรู้นี้?
มองดูที่ความแตกต่างระหว่างหนทางของความรู้นี้และหนทางของความไม่รู้
พวกเขาพูดถึงวิทยาศาสตร์ (วิญาณ) ด้วยเช่นกัน ความไม่รู้คือความมืด
อย่างไรก็ตามเราสามารถพูดได้ว่าความรู้นี้(ญาณ) และวิทยาศาสตร์(วิญาณ)
คือการหลุดพ้นและการหลุดพ้นในชีวิต
เวลานี้ลูกกำลังได้รับความรู้นี้เพื่อกลับมาบริสุทธิ์
ลูกกำลังกลายเป็นผู้ควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง
ใครก็ตามที่ได้ยินสิ่งนี้ก็จะประหลาดใจ ว่ากันว่าเมื่อดวงวิญญาณได้รับความรู้นี้
ดวงวิญญาณจะนำซันสการ์เหล่านั้นไปอย่างแน่นอน เมื่อลูกเปลี่ยนจากมนุษย์เป็นเทพ
ความรู้นี้ควรจะคงอยู่ แต่พ่ออธิบายว่าความพยายามนี้เป็นไปเพื่อการได้รับรางวัล
เมื่อลูกได้รับรางวัลแล้ว จะมีความจำเป็นอะไรสำหรับความรู้นี้?
ยุคทองคือรางวัลสำหรับลูกๆ ลูกประหลาดใจเมื่อลูกได้ยินสิ่งเหล่านี้
เหตุใดความรู้นี้จึงไม่มีตั้งแต่ครั้งโบราณกาล? พ่อพูดว่า: ความรู้นี้จะหายไป
เมื่อเป็นกลางวันแล้วก็ไม่มีความโง่เขลาที่จำเป็นจะต้องมีความรู้นี้
เรื่องเหล่านี้ต้องมีการเข้าใจและอธิบาย ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ทันที
ชีพบาบามาในบารัตเท่านั้นและท่านนำของขวัญมาให้ลูกๆ
เพื่อที่จะให้ผลของความเลื่อมใสศรัทธาของลูกแก่ลูก
หลังจากความเลื่อมใสศรัทธาก็มีการหลุดพ้นจากบาปและความไม่บริสุทธิ์
การทำลายล้างนี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน มีสิ่งชี้บอกของสิ่งนี้
ลูกได้ยินอยู่เรื่อยๆว่าเพียงแค่มีประกายไฟและอาคารทั้งหลังถูกไฟไหม้ภายในไม่กี่ชั่วโมงอย่างไร
นี่ไม่มีอะไรใหม่ การทำลายล้างต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ในยุคทองจะมีมนุษย์ที่สูงส่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะกลับมาสูงส่ง มายาได้จับจมูกลูกไว้
ผู้ที่ตกลงมาเช่นนี้จะเจ็บปวดอย่างรุนแรงมาก เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา
สิ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายมากที่สุดคือกิเลสของตัณหาราคะ
เหตุนี้เองจึงมีคำกล่าวว่าตัณหาราคะคือศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เป็นสิ่งนี้เองที่ทำให้ลูกไม่บริสุทธิ์ มีการทะเลาะเบาะแว้งกันอันเนื่องมาจากกิเลส
หากพวกเขาไม่ปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพังแต่บีบบังคับให้ลูกข้องแวะในกิเลส
ลูกควรพูดอย่างแน่นอนว่า: “ล้างจานยังดีกว่าสิ่งนี้ ฉันจะกวาดและถูพื้น
แต่อย่างน้อยฉันจะอยู่อย่างบริสุทธิ์” ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากสำหรับสิ่งนี้
เมื่อใครบางคนมาลี้ภัยอยู่กับพ่อ มายาก็เริ่มต่อสู้ด้วยเช่นกัน
โรคภัยไข้เจ็บของกิเลสทั้งห้าก็ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ก่อนอื่นใดให้สติปัญญาของลูกมีศรัทธาที่มั่นคง ลูกได้ตายขณะที่มีชีวิตแล้ว
สมอได้ถูกยกขึ้นมาจากที่นี่แล้ว ลูกได้ทิ้งชายฝั่งยุคเหล็กที่มีกิเลสนี้แล้ว
เวลานี้เรากำลังอยู่ในการจาริกแสวงบุญ เรากำลังจะกลับมาปราศจากร่างและกลับบ้าน
ลูกดวงวิญญาณมีความรู้ว่า เราจะละร่างเหล่านี้และรับร่างอื่น
ในขณะที่อาศัยอยู่ที่บ้านกับครอบครัวของเรา เราอยู่อย่างบริสุทธิ์เหมือนดอกบัว
และคงอยู่ในการจาริกแสวงบุญนี้ด้วยเช่นกัน
เก็บสิ่งนี้ไว้ในสติปัญญาของลูกว่านี่คือสุสาน เรากำลังจะไปสู่ดินแดนแห่งความสุข
บาบากำลังแสดงให้ลูกเห็นถึงวิธีการที่ท่านจะสามารถให้มรดกแก่ลูกได้
เราอยู่ในโยคะเพื่อที่จะกลับมาบริสุทธิ์
บาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้องด้วยการมีการจดจำระลึกถึงเท่านั้น
และแล้วลูกดวงวิญญาณจะละร่างของลูก การจาริกแสวงบุญนี้ช่างมหัศจรรย์มาก
เพียงจดจำระลึกถึงพ่อและอาณาจักรของลูก
ลูกไม่สามารถจดจำสิ่งที่ง่ายดายเช่นนี้ได้หรือ! เพียงจดจำอัลฟ่า ก็เท่านั้นเอง!
อย่างไรก็ตามมายาไม่ปล่อยให้ลูกจดจำได้มากขนาดนี้ สิ่งนี้ต้องใช้ความพยายาม
ดวงวิญญาณได้รับความรู้ว่าบาบาของเราได้มาแล้ว ดวงวิญญาณกำลังศึกษาเล่าเรียน
ดวงวิญญาณถือกำเนิดผ่านร่างกาย ดวงวิญญาณเป็นพี่น้องกัน
เมื่อลูกกลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง ก็มีความสัมพันธ์มากมาย
ที่นี่ลูกเป็นพี่น้องหญิงชาย ลูกเป็นพี่น้องชายและเป็นพี่น้องชายหญิงด้วยเช่นกัน
นี่คือหนทางครอบครัว ทั้งสองต้องการมรดก เป็นดวงวิญญาณที่ทำความพยายาม
ทำความพยายามเดียวเท่านั้นคือการพิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ
ไม่ควรจะมีแม้แต่สำนึกที่เป็นร่างใดๆ หากไม่มีร่างกาย
ลูกจะข้องแวะในกิเลสได้อย่างไร? “ฉันคือดวงวิญญาณและฉันต้องไปหาพ่อ”
สำนึกที่เป็นร่างต้องไม่หลงเหลืออยู่ ยิ่งลูกกลายเป็นโยคีมากเท่าไร
อวัยวะประสาทสัมผัสทางร่างกายของลูกก็จะยิ่งเงียบลงมากเท่านั้น
เมื่อลูกกลับมามีสำนึกที่เป็นร่าง
อวัยวะประสาทสัมผัสทางร่างของลูกก็เป็นเหตุของความเสียหาย
ดวงวิญญาณรู้ว่าเขากำลังได้มาซึ่งบางสิ่งและจะละวางจากร่างกายต่อไป
และแล้วอวัยวะประสาทสัมผัสทางร่างกายก็จะกลับมาสงบลง
ซันยาสซีควบคุมอวัยวะประสาทสัมผัสทางร่างกายของเขาด้วยยา นั่นคือหฐโยคะ
ลูกต้องทำทุกสิ่งด้วยโยคะ
ลูกไม่สามารถควบคุมอวัยวะประสาทสัมผัสของลูกได้ด้วยพลังโยคะหรือ?
ยิ่งลูกกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณมากเท่าไหร่
อวัยวะประสาทสัมผัสของลูกก็จะยิ่งมีความสงบมากขึ้นเท่านั้น
ลูกต้องทำความพยายามอย่างมาก การบรรลุผลนั้นยิ่งใหญ่เช่นกัน พ่อพูดว่า:
ลูกกลายเป็นนายของโลกด้วยพลังโยคะ
เป็นเพราะลูกเอาชนะอวัยวะประสาทสัมผัสทางกายของลูกที่โยคะของบารัตจึงเป็นที่รู้จักกันดี
ลูกเปลี่ยนจากมนุษย์ไปเป็นเทพ จากไม่บริสุทธิ์เป็นบริสุทธิ์
ปวงประชาก็เป็นชาวสวรรค์ด้วยเช่นกัน ลูกกลายเป็นชาวสวรรค์ด้วยพลังโยคะ
ลูกไม่สามารถกลายเป็นเช่นนี้ได้ด้วยพลังทางกายภาพ สิ่งนี้ไม่ต้องใช้ความยายามมากมาย
สำหรับกุมารีก็เป็นราวกับว่าไม่ต้องใช้ความพยายามเลย พวกเขาเป็นอิสระ
เมื่อลูกได้ข้องแวะในกิเลสแล้วก็มีความซับซ้อนมากมาย
เป็นการดีกว่าที่จะอยู่อย่างเป็นกุมารี ไม่เช่นนั้นแล้วลูกได้รับชื่อ “อาฐหารกุมารี”(กึ่งกุมารี)
ทำไมลูกจะต้องกลายเป็นคู่? ในสิ่งนั้นเช่นกันมีความซาบซึ้งของรูปและนามด้วย
นั่นคือความโง่เขลาเช่นกัน หลังจากที่กลายเป็นคู่สามีภรรยาแล้ว
ก็ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากที่จะกลับมาบริสุทธิ์
ต้องมีการรู้แจ้งของความรู้นี้ทั้งหมด หลายคนมีความกล้าหาญ
แต่เมื่อมีผลกระทบของไฟเพียงเล็กน้อย ทุกสิ่งก็จบสิ้น เหตุนี้เองบาบาจึงพูดว่า:
ก็คงเป็นสิ่งที่ดีที่เป็นกุมารี
เหตุใดจึงต้องมีความคิดที่จะกลายเป็นอัดหาร์กุมารีด้วย?
ชื่อของกุมารีได้รับการยกย่อง พวกเขาถือพรหมจรรย์ตั้งแต่เกิด
เป็นการดีกว่าที่จะอยู่อย่างพรหมจรรย์ มีพลังอยู่ในสิ่งนั้น
และแล้วจะไม่มีการจดจำใครอื่น หากลูกมีความกล้าหาญ
ลูกจะสามารถแสดงให้เห็นสิ่งนั้นได้ อย่างไรก็ตามต้องใช้ความพยายาม ลูกอยู่กันสองคน
เมื่อลูกเป็นกุมารีลูกก็อยู่คนเดียวตามลำพัง แต่เมื่อลูกอยู่สองคนก็จะมีความเป็นคู่
เท่าที่เป็นไปได้เป็นการดีกว่าที่จะอยู่อย่างเป็นกุมารี
กุมารีสามารถออกไปทำงานรับใช้ได้ เมื่อลูกถูกผูกมัดอยู่ในบ่วงพันธะ
บ่วงพันธะก็จะเพิ่มขึ้น ทำไมลูกวางกับดักที่ทำให้สติปัญญาของลูกติดกับเล่า?
ไม่เป็นการดีที่จะกลับมาติดกับอยู่ในกับดักเช่นนั้น เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับกุมารี
กุมารีได้ประกาศชื่อเสียงของบาบา ชื่อคันไหยา (กฤษณะของกุมารี) ได้รับการจดจำ
เป็นสิ่งที่ดีมากที่จะอยู่อย่างเป็นกุมารี เป็นสิ่งที่ง่ายมากสำหรับพวกเขา
ชีวิตนักเรียนคือชีวิตที่บริสุทธิ์ สติปัญญาจะคงอยู่อย่างสดชื่นด้วยเช่นกัน
กุมารต้องกลายเป็นเหมือนบิชัมปิตาเม
ลูกกลายเป็นเช่นนี้ในวงจรที่แล้วและเหตุนี้เองจึงมีอนุสรณ์ในวัดดิลวารา
พ่อให้คำสั่งแก่ลูกๆ: จงจดจำพ่อ! ละทิ้งทุกสิ่งและให้ประโยชน์ต่อตนเอง
เพียงการจดจำระลึกถึงพ่อเท่านั้นที่มีประโยชน์ เมื่อลูกๆทำความผิด ลูกก็ตกลงมา
อย่าได้คิดเกี่ยวกับผู้อื่น เพียงแต่ทำประโยชน์ให้กับตนเอง
อย่าได้คิดเกี่ยวกับสิ่งอื่นใด
กลายเป็นเช่นทองคำและชี้หนทางนี้แก่ผู้อื่นด้วยเช่นกัน
มีทางเดียวเท่านั้นที่จะกลับมาสะโตประธาน
ลูกไม่สามารถไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้นได้โดยที่ไม่กลับมาบริสุทธิ์
มีทางเดียวเท่านั้นและแล้วความคิดสุดท้ายของลูกจะนำลูกไปสู่จุดหมายปลายทางของลูก
จงเลิกการซุบซิบนินทา มิฉะนั้นลูกจะทำให้ตัวเองสูญเสียเท่านั้น พ่อไม่ได้สาปแช่งลูก
แต่เมื่อลูกไม่ทำตามศรีมัท ลูกก็สาปแช่งตัวเอง อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
มีศรัทธาในสติปัญญา และถอนสมอเรือของลูกออกจากโลกเก่านี้ในขณะที่มีชีวิต
ทำตามคำสั่งของพ่อทุกประการและให้ประโยชน์ต่อตนเอง
2.
หยุดคิดเกี่ยวกับผู้อื่นและทำให้สติปัญญาของลูกบริสุทธิ์เช่นทองคำ
อย่าสูญเสียเวลาของลูกไปกับการซุบซิบนินทา
ทำให้อวัยวะประสาทสัมผัสของลูกเยือกเย็นและสงบด้วยพลังโยคะ
พร:
ขอให้ลูกมีสติปัญญาที่เต็มไปด้วยศรัทธาว่าชัยชนะและความสำเร็จของลูกถูกรับประกันแล้วและด้วยดังนั้นลูกจึงอยู่อย่างไร้กังวลอย่างสม่ำเสมอ
ลูกที่สติปัญญามีศรัทธาในพ่อ 100%
อย่างสม่ำเสมอในบทบาทของตนเองและในทุกการกระทำของละครในทุกวินาทีได้รับประกันชัยชนะและความสำเร็จอย่างสม่ำเสมอ
เนื่องจากมีการรับประกันชัยชนะพวกเขาจึงไร้กังวลอย่างสม่ำเสมอ
ไม่มีสิ่งชี้บอกของความกังวลปรากฏให้เห็นบนใบหน้าของพวกเขา
พวกเขามีศรัทธาอย่างสม่ำเสมอว่างานหรือความคิดของพวกเขาสำเร็จแล้ว
พวกเขาไม่เคยมีคำถามในสถานการณ์ใดๆ
คติพจน์:
การเปลี่ยนเจตนาและความรู้สึกในการเล่าหรือการรับฟังบางสิ่งคือการทำลายบรรยากาศ
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
จบสิ้นเมล็ดของความไม่บริสุทธิ์และกลับมาสะอาด(บริสุทธิ์)สมบูรณ์
ในมุมของความบริสุทธิ์สมบูรณ์
แม้แต่ความคิดที่ไร้ประโยชน์ก็เป็นเมล็ดของความไม่บริสุทธิ์
ลูกๆส่วนใหญ่ยังคงมีสันสการ์ของความคิดที่ไร้ประโยชน์อยู่
รากฐานของความคิดที่ไร้ประโยชน์คือจิตใจที่ไม่ยอมให้ลูกกลับมามานมานาบาฟ ดังนั้น
จงกระชับบังเหียนของศรีมัทและจบสิ้นความไม่บริสุทธิ์ของความคิดที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด