03.02.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูก ๆ ที่แสนหวาน
อย่างแน่นอนที่ลูกต้องทำความเพียรพยายามที่จะอยู่ในการจดจำระลึกถึง
เพราะเป็นเพียงด้วยการมีพลังแห่งการจดจำระลึกถึงเท่านั้น
ที่ลูกจะกลายเป็นผู้เอาชนะการกระทำที่เป็นบาป
คำถาม:
การมีความคิดใดที่ทำให้ลูกล้มลงขณะที่กำลังทำความเพียรพยายาม?
งานรับใช้ใดที่ลูกๆที่เป็นผู้ช่วยของพระเจ้าเฝ้าแต่ทำต่อไป?
คำตอบ:
ลูกๆ
บางคนคิดว่ายังคงมีเวลาเหลืออยู่ และพวกเขาจะทำความเพียรพยายามในภายหลัง
อย่างไรก็ตามความตายนั้นไม่มีวินัย ขณะที่ลูกเฝ้าแต่พูดว่า “พรุ่งนี้ พรุ่งนี้”
ความตายก็จะมา ดังนั้นอย่าคิดว่ายังมีเวลาอีกหลายปี และลูกจะควบเร็วในเวลาสุดท้าย
ความคิดนี้จะทำให้ลูกล้มลงมากยิ่งขึ้น
จงเพียรพยายามให้มากเท่าที่เป็นไปได้ที่จะอยู่ในการจดจำระลึกถึง
และเฝ้าแต่ให้คุณประโยชน์แก่ตนเองด้วยการทำตามศรีมัท ลูกๆ
ทางจิตที่เป็นผู้ช่วยของพระเจ้า
จงเฝ้าแต่ทำงานรับใช้ของการช่วยดวงวิญญาณให้รอดพ้นและชำระผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์
เพลง:
ขอคารวะต่อชีวา
โอมชานติ
ได้มีการอธิบายแก่ลูกๆแล้วว่า โดยปราศจากผู้ที่มีตัวตน
พ่อที่ไม่มีตัวตนก็ไม่สามารถทำการกระทำได้ ท่านไม่สามารถเล่นบทบาทของท่านได้
พ่อทางจิตมาและอธิบายแก่ลูกๆ ทางจิตผ่านบราห์มา ลูกๆ
ต้องกลับมาสาโทประธานด้วยพลังโยคะ แล้วก็กลายเป็นนายของโลกที่สาโทประธาน
สิ่งนี้อยู่ในสติปัญญาของลูกๆ พ่อมาเพื่อสอนราชาโยคะแก่ลูกทุกๆ วงจร
ท่านก่อตั้งศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปผ่านบราห์มา นั่นคือ
ท่านเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นเทพ
มนุษย์ที่เคยเป็นเทพเวลานี้ได้เปลี่ยนไปเป็นศูทรที่ไม่บริสุทธิ์
เมื่อบารัตเคยเป็นดินแดนแห่งความสูงส่ง ก็มีความบริสุทธิ์ ความสงบ และความสุข
มีทุกสิ่ง นี่เป็นเรื่องของ 5000ปี
พ่อนั่งที่นี่และอธิบายเรื่องราวที่ถูกต้องแม่นยำแก่ลูก ไม่มีใครสูงไปกว่าท่าน
เพียงพ่อเท่านั้นที่สามารถอธิบายความลับของตอนเริ่ม ตอนกลาง
และตอนจบของโลกหรือต้นไม้ที่เรียกว่าต้นกัลปะแก่ลูก
เคยมีศาสนาเทพในบารัตซึ่งเวลานี้ได้หายไปแล้ว ศาสนาเทพไม่คงอยู่อีกต่อไป
มีภาพลักษณ์ของเทพอย่างแน่นอน
ผู้คนของบารัตรู้ว่าเคยเป็นอาณาจักรของลักษมีและนารายณ์ในยุคทอง
แต่พวกเขาได้ทำความผิดพลาดในคัมภีร์ด้วยการแสดงกฤษณะในยุคทองแดง
เพียงพ่อเท่านั้นที่มาและแสดงหนทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่ได้หลงลืมสิ่งนั้นไป
เมื่อผู้เดียวที่แสดงหนทางให้แก่ลูกมาที่นี่
ดวงวิญญาณทั้งหมดก็ไปยังดินแดนแห่งการหลุดพ้น
เหตุนี้เองท่านจึงถูกเรียกว่าผู้ประทานการหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่ที่ไม่มีกิเลสสำหรับทุกคน
มีเพียงผู้สร้างหนึ่งเดียวเท่านั้นและโลกเดียวเท่านั้น
มีประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์โลกเดียวเท่านั้น และสิ่งนี้ก็เฝ้าแต่ซ้ำรอย มียุคทอง
เงิน ทองแดง และเหล็ก แล้วก็ยุคบรรจบพบกันนี้
มีผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ในยุคเหล็กและผู้ที่บริสุทธิ์ในยุคทอง เมื่อเป็นยุคทอง
ยุคเหล็กจะถูกทำลายอย่างแน่นอน การก่อตั้งเกิดขึ้นก่อนการทำลายล้าง
การก่อตั้งไม่ได้เกิดขึ้นในยุคทอง พระเจ้าเพียงมาเมื่อโลกไม่บริสุทธิ์เท่านั้น
ยุคทองคือโลกที่บริสุทธิ์ พระเจ้าต้องมาเพื่อทำให้โลกที่ไม่บริสุทธิ์นั้นบริสุทธิ์
เวลานี้พ่อกำลังแสดงหนทางที่ง่ายดายที่สุดแก่ลูก: ละทิ้งความสัมพันธ์ทางร่างทั้งหมด
กลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณและจดจำพ่อ ใครบางคนต้องเป็นผู้ชำระให้บริสุทธิ์
มีเพียงพระเจ้าเดียวเท่านั้นที่ให้ผลของความเลื่อมใสศรัทธาแก่ผู้เลื่อมใสศรัทธา
ท่านให้ความรู้นี้แก่ลูกผู้เลื่อมใสศรัทธา
มหาสมุทรแห่งความรู้เพียงแต่เข้ามาในโลกที่ไม่บริสุทธิ์นี้เพื่อทำให้ลูกให้บริสุทธิ์
เป็นไปด้วยโยคะที่ลูกกลับมาบริสุทธิ์ ไม่มีใครนอกจากพ่อสามารถทำให้ลูกบริสุทธิ์
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดถูกทำให้นั่งอยู่ในสติปัญญาของลูก
เพื่อที่ลูกจะสามารถอธิบายแก่ผู้อื่นได้ ต้องให้สาส์นแก่ทุกบ้าน อย่าพูดตรงๆ
ว่าพระเจ้ามาแล้ว ลูกต้องอธิบายด้วยศิลปะวิธีอย่างยิ่ง บอกพวกเขาว่า: ท่านคือพ่อ
ใช่ไหม? หนึ่งนั้นคือพ่อทางโลกของลูก และอีกหนึ่งคือพ่อจากเหนือโลกนี้
ในเวลาของความทุกข์ทุกคนจดจำพ่อจากเบื้องบน ไม่มีใครจดจำท่านในดินแดนแห่งความสุข
ในยุคทองในอาณาจักรของลักษมีและนารายณ์ ไม่มีสิ่งใดนอกจากความสุข มีความบริสุทธิ์
ความสงบ และความเจริญรุ่งเรือง เมื่อลูกได้รับมรดกของลูกจากพ่อ
เหตุใดลูกจึงจะร้องเรียกหาท่านอีกเล่า? ดวงวิญญาณรู้ว่าพวกเขามีความสุข
ใครก็ตามสามารถพูดว่าไม่มีสิ่งใดนอกจากความสุขที่นั่น
พ่อไม่ได้สร้างโลกแห่งความทุกข์ การแสดงนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว
ผู้ที่มีบทบาทเพียงสองถึงสี่ชาติเกิดในตอนท้ายนั้นอย่างแน่นอนจะคงอยู่ในความสงบตลอดเวลาที่เหลือ
อย่างไรก็ตามเป็นไปไม่ได้สำหรับใครที่จะออกมาจากละครที่กำหนดไว้แล้ว
ทุกคนต้องมาเพื่อเล่นบทบาทของเขาในการแสดงนี้
เมื่อบางคนมีเพียงหนึ่งหรือสองชาติเกิด
ก็เป็นราวกับว่าเขามีการหลุดพ้นตลอดไปตลอดเวลาที่เหลือ ดวงวิญญาณคือนักแสดง
บางดวงวิญญาณได้รับบทบาทที่สูงส่ง และดวงวิญญาณอื่นๆ ได้รับบทบาทที่น้อยกว่า
ลูกเข้าใจสิ่งนี้ในเวลานี้
มีการร้องเพลงว่าไม่มีใครสามารถไปถึงจุดสิ้นสุดของพระเจ้าได้
เพียงพ่อเท่านั้นที่มาและบอกลูกเกี่ยวกับผู้สร้างและตอนเริ่ม ตอนกลาง
และตอนจบของสิ่งสร้าง
ไม่มีใครสามารถรู้จักผู้สร้างหรือสิ่งสร้างจนกว่าผู้สร้างตัวท่านเองมา
เพียงพ่อเท่านั้นที่มาและบอกลูกว่าท่านเข้ามาในร่างที่ธรรมดา
ผู้ที่พ่อเข้ามาไม่รู้ชาติเกิดของเขาเอง พ่อนั่งและบอกเขาถึงเรื่องราวของ 84
ชาติเกิด ไม่สามารถมีการเปลี่ยนแปลงใดๆในบทบาทของใครได้ การแสดงนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว
แม้กระทั่งสิ่งนี้ก็ไม่นั่งอยู่ในสติปัญญาของใคร
สิ่งนี้สามารถนั่งอยู่ในสติปัญญาของพวกเขาได้
เมื่อพวกเขาพยายามที่จะเข้าใจด้วยสติปัญญาที่บริสุทธิ์เท่านั้น
ลูกสามารถเข้าใจทุกสิ่งอย่างชัดเจนมากในบัตตีเจ็ดวัน พวกเขาอ่านภควัท ฯลฯ
เป็นเวลาเจ็ดวัน
ที่นี่เช่นกันลูกรู้ว่าไม่มีใครสามารถเข้าใจอะไรได้ถ้าพวกเขาไม่มาเป็นเวลาเจ็ดวัน
บางคนสามารถเข้าใจได้อย่างดีมาก ในขณะที่คนอื่นไม่เข้าใจอะไรเลยหลังจากเจ็ดวัน
มันเพียงแต่ไม่ได้นั่งอยู่ในสติปัญญา พวกเขาจะพูดว่า:
ฉันได้มาเป็นเวลาเจ็ดวันแต่ไม่มีสิ่งใดนั่งอยู่ในสติปัญญาของฉันเลย
หากพวกเขาจะไม่ประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูง
สิ่งนั้นก็จะไม่นั่งอยู่ในสติปัญญาของพวกเขา โอเค
อย่างน้อยพวกเขาก็ได้รับคุณประโยชน์บางอย่าง นี่คือวิธีที่ปวงประชาถูกสร้างขึ้น
แต่ต้องใช้ความเพียรพยายามที่แฝงตัวที่จะประกาศสิทธิ์ในโชคแห่งอาณาจักร
เพียงด้วยการจดจำระลึกถึงพ่อเท่านั้นที่บาปของลูกจะได้รับการปลดเปลื้อง
ไม่ว่าลูกจะทำตามหรือไม่ เหล่านี้คือการกำหนดของพ่อ ลูกจดจำใครบางคนที่ลูกรักเสมอ
ในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา ผู้คนร้องเพลงว่า: โอ้ ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ได้โปรดมา!
เนื่องจากลูกได้พบท่านแล้ว ท่านพูดว่า: จดจำพ่อเพื่อที่สนิมของลูกจะถูกขจัดออกไป
อำนาจในการปกครองไม่สามารถได้รับได้ง่ายดายเช่นนั้น ต้องมีความเพียรพยายามบางอย่าง
มีความเพียรพยายามในการมีการจดจำระลึกถึง
สิ่งหลักคือการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึง
ผู้ที่อยู่ในการจดจำระลึกถึงอย่างมากจะบรรลุถึงสภาพที่อยู่เหนือบ่วงกรรมของพวกเขา
หากลูกไม่อยู่ในการจดจำระลึกถึงอย่างเต็มที่ บาปของลูกก็ไม่ได้รับการปลดเปลื้อง
เป็นด้วยพลังโยคะที่ลูกกลายเป็นผู้เอาชนะบาป
ก่อนหน้านี้เช่นกันลูกเอาชนะบาปด้วยพลังโยคะ
ลักษมีและนารายณ์กลับมาบริสุทธิ์อย่างมากได้อย่างไรเมื่อไม่มีผู้ที่บริสุทธิ์แม้แต่คนเดียวในตอนท้ายของยุคเหล็ก?
มีการเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าเวลานี้บทของกีตะกำลังซ้ำรอย พระเจ้าชีวาพูดว่า:
ความผิดพลาดยังคงเกิดขึ้นต่อไป
เพียงพ่อเท่านั้นที่มาและปลดปล่อยลูกให้เป็นอิสระจากการทำความผิด
คัมภีร์ทั้งหมดของบารัตเป็นของหนทางความเลื่อมใสศรัทธา พ่อพูดว่า:
ไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่พ่อได้พูดก่อนหน้านี้
ผู้ที่เคยได้รับการบอกทั้งหมดของสิ่งนี้นั้นได้รับสถานภาพแล้ว
พวกเขาได้รับรางวัลของ 21 ชาติเกิดของพวกเขา และแล้วความรู้นี้ก็หายไป
ลูกคือผู้ที่วนไปรอบวงจร
เพียงผู้ที่ได้ยินสิ่งนี้ในวงจรที่แล้วเท่านั้นที่จะมาอีกครั้ง
ลูกรู้ว่าเวลานี้ลูกกำลังเพาะปลูกต้นอ่อนเพื่อเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นเทพ
นี่คือต้นอ่อนของต้นไม้เทพ
ผู้คนเหล่านั้นเฝ้าแต่ปลูกต้นอ่อนของต้นไม้ทางกายภาพมากมาย
พ่อมาและแสดงให้ลูกเห็นความแตกต่าง พ่อปลูกต้นอ่อนของดอกไม้เทพ
ผู้คนเหล่านั้นเฝ้าแต่ปลูกต้นอ่อนสำหรับป่า ลูกแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่คาราวาสกำลังทำ
และสิ่งที่พันดาวาสกำลังทำ แผนการของพวกเขาคืออะไรและแผนการของลูกคืออะไร?
พวกเขาวางแผนที่จะหยุดจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น
พวกเขามีการวางแผนครอบครัวเพื่อที่ประชากรจะไม่เพิ่มขึ้น
พวกเขายังคงทำงานอย่างหนักต่อไปเพื่อที่จะบรรลุถึงสิ่งนี้
พ่อบอกสิ่งที่ดีมากแก่ลูกว่า: ครอบครัวหนึ่งเดียวของศาสนาเทพจะได้รับการก่อตั้ง
และศาสนาจำนวนนับไม่ถ้วนทั้งหมดจะถูกทำลาย
ในยุคทองมีเพียงครอบครัวเดียวของเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป
ไม่ได้มีครอบครัวมากมายนัก มีครอบครัวมากมายในบารัต: ครอบครัวกุจาราต
ครอบครัวมหารัชตะ ในความเป็นจริงควรมีเพียงครอบครัวเดียวของชาวบารัต
เมื่อมีครอบครัวมากมาย อย่างแน่นอนก็จะมีความขัดแย้งในหมู่พวกเขา
มีสงครามกลางเมืองด้วยเช่นกัน มีสงครามกลางเมืองในครอบครัวด้วย
ชาวคริสเตียนมีครอบครัวของตนเอง พวกเขามีสงครามกลางเมืองในหมู่พวกเขาเองด้วยเช่นกัน:
สองพี่น้องไม่พูดกัน และพวกเขาแม้กระทั่งรบรากันเรื่องน้ำ
ผู้ที่เป็นของศาสนาซิกข์ต้องการให้ความสุขมากขึ้นแก่ผู้ที่เป็นของศาสนาซิกข์
เนื่องจากเส้นด้ายนั้นถูกดึง พวกเขาจึงเฝ้าแต่เพียรพยายามเพื่อพวกเขาต่อไป
เมื่อเวลาสุดท้ายมาถึง ก็จะมีสงครามกลางเมือง ฯลฯ ด้วยเช่นกัน
พวกเขาจะเริ่มต่อสู้กันเอง การทำลายล้างต้องเกิดขึ้น พวกเขาเฝ้าแต่ผลิตระเบิดมากมาย
ในมหาสงคราม ได้มีการทิ้งระเบิดสองลูก เวลานี้พวกเขาได้ผลิตระเบิดออกมามากมาย
นี่เป็นบางสิ่งที่ต้องเข้าใจ ลูกต้องอธิบายว่านี่คือสงครามมหาภารตะเดียวกัน
ผู้คนสำคัญทั้งหมดพูดว่าหากสงครามนี้ไม่หยุดลง ทั้งโลกจะถูกจุดให้ลุกเป็นไฟ
ลูกรู้ว่าโลกนี้จะลุกเป็นไฟ พ่อกำลังก่อตั้งศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป
ราชาโยคะนี้เป็นไปสำหรับยุคทอง เวลานี้ศาสนาเทพนั้นได้หายไปแล้ว
ภาพลักษณ์มากมายของสิ่งนั้นได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเช่นกัน พ่อพูดว่า:
อุปสรรคทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวงจรก่อนหน้านี้จะอยู่ที่นั่นอีกครั้ง
ลูกไม่ได้ตระหนักรู้ถึงสิ่งนี้ในตอนแรก
แล้วลูกก็เข้าใจว่าสิ่งเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นในวงจรที่แล้ว ละครนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว
เราถูกผูกไว้โดยละครนี้ ลูกไม่ควรลืมการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึง
นี่เรียกว่าข้อสอบ
เป็นเพราะลูกเหนื่อยล้าที่ลูกไม่สามารถอยู่ในการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึง
มีเพลง: โอ้ นักเดินทางของเวลากลางคืน อย่าได้เหนื่อยอ่อน!
ไม่มีใครเข้าใจความหมายของสิ่งนี้
นี่คือการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึงที่กลางคืนมาถึงจุดสิ้นสุด
และกลางวันเริ่มต้นขึ้น เมื่อครึ่งวงจรจบสิ้นสมบูรณ์ความทุกข์ก็เริ่มขึ้น
เพียงพ่อเท่านั้นที่อธิบายความหมายของ “มานมานะบาฟ” แก่ลูก
เนื่องจากชื่อของศรีกฤษณะถูกใช้ในกีตะ จึงไม่มีพละกำลังนั้นอีกต่อไป
เวลานี้ทุกคนควรได้รับคุณประโยชน์
นั่นหมายความว่าเรากำลังให้คุณประโยชน์แก่มนุษย์ทุกคน
บารัตเป็นพิเศษและโลกโดยทั่วไป เรากำลังให้คุณประโยชน์แก่ทุกคนด้วยการทำตามศรีมัท
ผู้ที่กลับมาให้คุณประโยชน์จะได้รับมรดก
ไม่สามารถมีคุณประโยชน์ใดๆโดยปราศจากการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึง
เวลานี้ได้อธิบายแก่ลูกว่าท่านคือพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด ลูกได้รับมรดกของลูกจากพ่อ
ลูกๆ ผู้คนของบารัตได้ใช้ 84 ชาติเกิด มีบัญชีของการกลับมาเกิดด้วยเช่นกัน
ไม่มีใครเข้าใจว่าใครใช้ 84 ชาติเกิด พวกเขาเฝ้าแต่เขียนและท่องคำสวดของตนเอง
เป็นกีตะเดียวกันที่พวกเขาได้เขียนสิ่งที่หมิ่นประมาทมากมาย
พวกเขาได้ให้ความสำคัญกับภควัทมากกว่ากีตะ
มีความรู้นี้ในกีตะและมีเรื่องราวชีวิตในภควัท
ในความเป็นจริงกีตะนั้นมีความสำคัญกว่า
พ่อคือมหาสมุทรแห่งความรู้และความรู้ของท่านยังคงดำเนินต่อไปตลอดเวลา
พวกเขาอ่านกีตะในครึ่งชั่วโมง เวลานี้ลูกกำลังรับฟังความรู้นี้อย่างต่อเนื่อง
ผู้คนจะเฝ้าแต่มาหาลูกทุกวัน พวกเขาจะค่อยๆมาทีละน้อย
หากราชาที่ยิ่งใหญ่จะมาในเวลานี้ ก็จะไม่ใช้เวลานาน
เสียงจะแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วมาก
ดังนั้นด้วยเหตุนี้เองทุกสิ่งจึงดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ อย่างมีศิลปะวิธี
ความรู้นี้แฝงตัว ไม่มีใครรู้ว่าเรากำลังทำอะไร
เพียงลูกเท่านั้นและไม่มีใครอื่นที่รู้ว่าลูกรบรากับราวันอย่างไร พระเจ้าพูดว่า:
จดจำพ่อเพื่อที่จะกลับมาสาโทประธาน และบาปทั้งหมดของลูกจะถูกปลดเปลื้อง
กลับมาบริสุทธิ์ เพราะเพียงนั้นที่พ่อจะพาลูกกลับไปกับพ่อ
ลูกทั้งหมดต้องได้รับการหลุดพ้นในชีวิต จะมีการหลุดพ้นจากอาณาจักรของราวัน
ลูกเขียนว่า: เราชีพชัคตี
เราบราห์มากุมารและกุมารีจะก่อตั้งโลกที่สูงส่งตามศรีมัทของพ่อสูงสุด
ดวงวิญญาณสูงสุด เช่นเดียวกับที่พวกเราได้ทำเมื่อ 5000 ปีที่แล้ว โลกเคยสูงส่งเมื่อ
5000 ปีที่แล้ว ลูกต้องทำให้สิ่งนี้นั่งอยู่ในสติปัญญาของลูก
เพียงเมื่อลูกมีประเด็นหลักอยู่ในสติปัญญาของลูกเท่านั้นที่ลูกจะสามารถอยู่ในการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึงได้
มีผู้ที่มีสติปัญญาที่เป็นหิน บางคนคิดว่ายังคงมีเวลาเหลืออยู่
และพวกเขาจะทำความเพียรพยายามในภายหลัง อย่างไรก็ตามความตายนั้นไม่มีวินัย
ใครก็ตามสามารถตายในวันพรุ่งนี้ในขณะที่พูดว่า “พรุ่งนี้ พรุ่งนี้”
หากลูกไม่ทำความเพียรพยายาม ก็อย่าคิดว่าลูกยังมีเวลาอีกหลายปี
และลูกจะควบเร็วในเวลาสุดท้าย ความคิดนี้จะทำให้ลูกล้มลงมากยิ่งขึ้น
เฝ้าแต่ทำความเพียรพยายามให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้
ลูกแต่ละคนต้องให้คุณประโยชน์แก่ตนเองด้วยการทำตามศรีมัท ลูกต้องตรวจสอบตนเอง
ฉันจดจำพ่อมากแค่ไหน และงานรับใช้มากแค่ไหนที่ฉันทำ? ลูกคือผู้ช่วยทางจิตของพระเจ้า
ลูกช่วยจิตวิญญาณให้รอดพ้น
ท่านแสดงให้ลูกเห็นวิธีที่จะทำให้จิตวิญญาณกลับมาบริสุทธิ์จากไม่บริสุทธิ์
มีมนุษย์ที่ดีและไม่ดีในโลก แต่ละคนมีบทบาทเฉพาะของตนเอง
นี่เป็นประเด็นที่ไม่มีขีดจำกัด เพียงกิ่งก้านหลักเท่านั้นที่ถูกนับ
แต่ก็มีใบไม้มากมาย พ่อเฝ้าแต่พูดว่า: ลูกๆ ทำความเพียรพยายาม!
ให้คำแนะนำของพ่อแก่ทุกคนเพื่อที่สติปัญญาของพวกเขาจะเชื่อมโยงในโยคะกับพ่อ
พ่อบอกลูกๆ ทุกคนว่า: จงกลับมาบริสุทธิ์และลูกจะไปสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้น
ไม่มีใครในโลกรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผ่านสงครามมหาภารตะ
ไฟบูชายัญแห่งความรู้นี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อโลกใหม่ เมื่อเสร็จสิ้นไฟบูชายัญของเรา
ทุกสิ่งก็จะถูกสังเวยลงไปในนั้น อัจชะ
ถึงลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ใด้พบพานอีกครั้ง รัก
ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
ละครนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว ดังนั้นอย่าได้หวาดกลัวอุปสรรค
อย่าได้ลืมการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึงเนื่องจากอุปสรรค
ให้ความใส่ใจว่าการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึงของลูกไม่ได้หยุดลง
2.
ให้คำแนะนำของพ่อจากเหนือโลกแก่ทุกคน และแสดงวิธีที่จะกลับมาบริสุทธิ์ให้กับพวกเขา
เพาะปลูกต้นอ่อนของต้นไม้ที่สูงส่ง
พร:
ขอให้ลูกเป็นภาพลักษณ์ของการสละละทิ้ง และเป็นผู้รับใช้ที่ละทิ้งสำนึกทั้งหมดของ “ฉัน”
และคงอยู่อย่างหลุดหายไปในการทำงานรับใช้อยู่เสมอ
ผู้รับใช้จะสามารถมีประสบการณ์ของความสำเร็จในงานรับใช้ที่เขาทำได้
เมื่อเขาได้ละทิ้งสำนึกใดๆของ “ฉัน” “ฉันกำลังทำงานรับใช้ ฉันได้ทำงานรับใช้นี้แล้ว”
จงละทิ้งแม้กระทั่งความรู้สึกนี้ของการทำงานรับใช้ ฉันไม่ได้ทำ แต่ฉันคือคารันฮาร์
(ผู้ทำ) และพ่อคือคาราวันฮาร์ (ผู้ดลใจให้ฉันทำ) ให้สำนึกของ “ฉัน”
หลอมรวมอยู่ในความรักของพ่อ สิ่งนี้รู้ได้ว่า
เป็นการหลุดหายไปในการทำงานรับใช้อยู่เสมอ
จงเป็นภาพลักษณ์ของการสละละทิ้งและเป็นผู้รับใช้ที่แท้จริง
ผู้เดียวนั้นกำลังทำให้ฉันทำสิ่งนั้น และฉันเป็นเพียงเครื่องมือ การมีสำนึกใดๆของ “ฉัน”
ปะปนกับการทำงานงานรับใช้ หมายถึง การผูกพันยึดมั่นกับงานรับใช้นั้น
ผู้รับใช้ที่แท้จริงไม่มีสันสการ์เหล่านั้น
คติพจน์:
จบสิ้นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด แล้วการ (ออฟเฟอร์) เสนองานรับใช้ให้
ก็จะมาอยู่เบื้องหน้าลูก
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
ด้วยคุณสมบัติพิเศษของความเป็นหนึ่งเดียวกันและศรัทธา กลับมาเต็มไปด้วยความสำเร็จ
สำหรับความเป็นหนึ่งเดียวกัน ลูกต้องการพลังในการยอมรับปรับตัว
ด้วยการมีพลังนี้ของลูก สันสการ์ของผู้อื่นก็จะกลับมาเยือกเย็น (อ่อนโยน)
ด้วยเช่นกัน จงเชื่อมโยงกับกันและกันด้วยความรู้สึกของความรักและความยิ่งใหญ่
กลายเป็นผู้ที่เก็บคุณธรรม และแล้วก็จะมีความเป็นเป็นหนึ่งเดียวกันตลอดเวลา
ความปรารถนาดีของลูกต่อชุมนุมจะกลายเป็นเครื่องมือในการให้ผลของความรู้สึกของพวกเขาแก่ทุกดวงวิญญาณที่จะค้นพบหนทางใหม่นี้