03.05.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
18.01.2010 Om Shanti Madhuban
เพื่อที่จะกลายเป็นผู้เอาชนะความผูกพันยึดมั่นและเป็นตัวของการจดจำระลึกถึง
เช่นเดียวกับพ่อบราห์มา
จงกำหนดตารางเวลาสำหรับจิตใจของลูกและฝึกฝนการเป็นคาร์มาโยคีที่ปราศจากร่างในขณะที่ทำทุกสิ่ง
วันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรักได้หลอมรวมอยู่ในตัวลูกๆทุกคนในทุกหนแห่ง
วันนี้ถูกเรียกว่า วันแห่งความทรงจำระลึกถึง ตั้งแต่ช่วงเวลาอมฤต
บัพดาดาได้มองเห็นในทุกหนแห่ง ทั้งในดินแดนนี้และในต่างประเทศ
ว่าภาพแห่งความรักของพ่อปรากฏชัดเจนอยู่ในหัวใจของลูกแต่ละคน
และภาพแห่งความรักของลูกแต่ละคนก็หลอมรวมอยู่ในหัวใจของพ่อ
วันนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถูกเรียกว่า วันแห่งความรัก และวันแห่งความทรงจำระลึกถึง
บัพดาดาได้เห็นสร้อยไข่มุกแห่งความรักของลูกๆแม้กระทั่งก่อนเวลาอมฤต
ในหัวใจของลูกแต่ละคนบทเพลงนี้กำลังบรรเลงโดยอัตโนมัติว่า "บาบาของฉัน บราห์มาบาบา
บาบาที่แสนหวาน" และในหัวใจของบัพดาดาบทเพลงนี้กำลังบรรเลงว่า "ลูกๆ ที่แสนหวาน
ลูกๆ ที่น่ารัก" วันนี้
พลังแห่งความรักได้หลอมรวมอยู่ในลูกแต่ละคนมากกว่าพลังอื่นใด ความรักของพระเจ้านี้
ความรักทางจิตวิญญาณนี้ สามารถสัมผัสประสบการณ์ได้เพียงในยุคบรรจบพบกันเท่านั้น
มีเพียงผู้ที่มีประสบการณ์เท่านั้นที่รู้ถึงความรักนี้จากพระเจ้า:
ความรักนี้ทำให้ลูกทุกคนกลายเป็นโยคีที่ง่ายดาย
บัพดาดามองเห็นในลูกทุกคนว่าประสบการณ์ของความรักมากมายได้หลอมรวมอยู่ในพวกเขา
พื้นฐานของการถือกำเนิดทางจิตวิญญาณของลูกคือความรัก
ไม่มีลูกคนไหนเลยที่ปรากฏให้เห็นได้หากปราศจากความรักเช่นนี้....
แม้ว่าพลังอื่นๆอาจจะขาดหายไป
แต่ประสบการณ์ของความรักของพ่อและความรักของเหล่าดวงวิญญาณพิเศษที่ได้กลายเป็นเครื่องมือนั้นปรากฏให้เห็นในหัวใจและบนใบหน้าของลูกๆส่วนใหญ่
อะไรทำให้ลูกทุกคนมาที่นี่เป็นพิเศษในวันนี้? ลูกมาจากเครื่องบินไหน?
มาโดยรถไฟหรือเครื่องบิน?
ใบหน้าของทุกคนแสดงให้เห็นว่าความรักได้หลอมรวมอยู่ในลูกทุกคน
และลูกทุกคนมาถึงที่นี่ในเครื่องบินแห่งความรัก ไม่ว่าลูกจะต้องทำอะไร
ลูกทุกคนก็มาถึงที่นี่ในเครื่องบินแห่งความรัก
วันนี้ถูกเรียกว่าวันแห่งความทรงจำระลึกถึง"
แต่นอกจากจะเป็นวันแห่งความทรงจำระลึกถึงแล้ว ก็ยังเรียกว่าวันแห่งพลังด้วย
วันนี้ถูกเรียกว่า วันสวมมงกุฎ
เพราะเป็นวันที่บัพดาดาและโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อบราห์มาได้สวมมงกุฎแห่งการรับใช้โลกให้กับลูกๆผู้ซึ่งเป็นเครื่องมือที่กล้าหาญ(มหาเวียร์)
พ่อบราห์มาเองได้กลายเป็นผู้ที่ไม่ปรากฏชื่อเสียง (นิรนาม)
และได้แต้มติลักแห่งความทรงจำระลึกถึงให้แก่ลูกเหล่านั้นเพื่องานรับใช้โลก
พ่อทำให้ลูกๆเหล่านั้นเป็นคารันฮาร์ (ผู้ที่ทำ) และท่านเองเป็นคาราวันฮาร์ (ผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทำ)
ท่านประทานพรให้มีรูปที่เป็นเทวดานางฟ้าเช่นเดียวกับท่าน
และมอบมงกุฎแห่งแสงให้แก่พวกเขา ดังนั้น
เมื่อเห็นลูกๆทำหน้าที่ของตนตามพรที่บัพดาดาได้ให้ทั้งมงกุฎและติลัก บัพดาดาก็พอใจ
ลูกๆเหล่านั้นได้นำพรสำหรับงานรับใช้ไปปฏิบัติจริง และเมื่อเห็นสิ่งนี้
บัพดาดาก็พอใจ
พ่อบราห์มาแสดงความยินดีเป็นพิเศษอย่างยิ่งหลายล้านเท่าสำหรับบทบาทที่ลูกได้แสดงมาจนถึงตอนนี้
และบทบาทที่ลูกจะต้องเล่นต่อไป ว้า ลูกๆ ว้า!
บาบาได้ท่องทัวร์ไปยังต่างประเทศด้วยเช่นกัน และท่านเห็นอะไร?
ลูกทุกคนหลอมรวมอยู่ในความรัก
ลูกได้รับพลังจากพ่อเพราะวันนี้เป็นวันพิเศษสำหรับการรับพรแห่งพลังด้วยความรัก
บัพดาดาได้เห็นว่าลูกบางคนหลุดหายไปในความทรงจำระลึกถึงอย่างลึกล้ำและข้องแวะอยู่ในการทำงานรับใช้
พวกเขามีประสบการณ์กับช่วงเวลาอมฤตที่ดีมาก
พวกเขาแม้กระทั่งมีประสบการณ์ของสภาพที่ปราศจากร่าง
แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องกลายเป็นคาร์มาโยคี
ก็จะมีความแตกต่างกันในความสามารถในการทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกัน
นั่นคือการเป็นโยคีและแสดงการกระทำ
พวกเขาพยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่างคาร์มาและโยคะ
แต่ถึงแม้พวกเขาจะสัมผัสกับสภาพที่ทรงพลังในเวลาอมฤต
แต่ก็มีความแตกต่างในการกระทำของพวกเขา พวกเขาต้องลำบากตรากตรำ
บัพดาดาได้บอกกับลูกทุกคนว่า การทำลายล้างโลกนี้จะเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด
เพราะหากลูกไม่ให้ความใส่ใจตลอดทั้งวัน ลูกก็จะพลาดที่จะซึมซับบางสิ่งบางอย่างได้
นั่นก็จะมีความแตกต่างในสภาพของการเป็นคาร์มาโยคีของลูก
แล้วลูกจะทำอย่างไรเมื่อการทำลายล้างมาถึง?
บัพดาดาจะไม่ประกาศวันแห่งการทำลายล้างโลก
ลูกรู้ไหมว่าชีวิตของลูกจะสิ้นสุดลงเมื่อใด?
มีลูกคนไหนรู้บ้างไหมว่าความตายของลูกจะเกิดขึ้นในวันใด? มีลูกคนไหนรู้บ้างไหม?
ผู้ที่รู้ ยกมือขึ้น! อะไรก็เกิดขึ้นได้ในทันที
เมื่อบางสิ่งเกิดขึ้นผ่านวัตถุธาตุต่างๆ ผู้คนมากมายก็จะตายในเวลาเดียวกัน
ดังนั้นอย่าได้ไม่ระมัดระวังโดยคิดถึงแต่วันของการทำลายล้างโลก
คติพจน์ของแม่จากัตดัมบา (แม่ของชาวโลก) ของลูกคือ: อย่าพูดว่า "บางครั้ง" (kab)
แต่จงพูดว่า "เดี๋ยวนี้,ตอนนี้" (ab) พรุ่งนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้
แต่ฉันต้องอยู่อย่างพร้อมเสมอ
แล้วลูกทุกคนให้ความใส่ใจกับการเตรียมตัวมากขนาดนี้ไหม?
ลูกได้ชำระสะสางบัญชีกรรมของตนแล้วหรือยัง? ในทั้งสี่วิชา นั่นคือ ความรู้ โยคะ
ดาร์น่า และงานรับใช้ ลูกได้เตรียมตัวอย่างครบถ้วนในทุกวิถีทางแล้วหรือยัง?
ลูกได้ตรวจสอบแล้วหรือยังว่าลูกมีการวางเฉยอย่างสมบูรณ์และไม่มีขีดจำกัด?
ลูกได้ตรวจสอบในหัวใจของลูกแล้วหรือยังว่าลูกพร้อมเสมอ?
ลูกเป็นผู้เอาชนะความผูกพันยึดมั่นและเป็นตัวของการจดจำระลึกถึงหรือไม่?
พ่อบราห์มาได้ทำให้ตัวของท่านเองเป็นเช่นนี้ด้วยความพยายามของท่าน
และลูกๆผู้มีประสบการณ์ก็ได้เห็นแล้ว
ไม่มีบรรยากาศใดๆของการชำระสะสางบัญชีกรรมของท่านเลย
เพราะการฝึกฝนในการกลับมาปราศจากร่างบ่อยครั้งช่วยให้ท่านปราศจากร่างได้ในทันที
และแล้ววันหนึ่งท่านก็โบยบินจากไป มีใครคาดคิดบ้างไหมว่าพ่อบราห์มาจะจากไป?
อย่างไรก็ตาม ท่านเป็นผู้เอาชนะความผูกพันยึดมั่น
ในขณะที่ท่านจับมือกับลูกๆนั้นมีแรงดึงดูดใดๆหรือไม่? ท่านได้กลายเป็นเทวดา
หลังจากที่ได้แต้มติลักให้แก่ลูกๆเพื่อกลายเป็นเทวดานางฟ้าแล้วท่านก็จากไป
เหตุผลสำหรับสิ่งนี้คือการฝึกปราศจากร่างเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน
ลูกๆที่มีประสบการณ์หลายคนที่เคยอยู่กับบาบาต่างก็มีประสบการณ์นั้นว่า
ในขณะที่ท่านทำทุกสิ่ง ท่านก็จะกลับมาปราศจากร่าง
เหตุผลที่ทำให้สภาพคาร์มาโยคะของลูกแตกต่างออกไปก็คือ
ในขณะที่ลูกกำลังทำบางสิ่งอยู่นั้น มันไม่ได้ปรากฏออกมาในสำนึกรู้ของลูกอยู่เสมอว่า:
ฉันคือดวงวิญญาณ ทุกคนรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้: ฉันเป็นดวงวิญญาณประเภทไหน? ฉัน
ดวงวิญญาณนี้ คือ คาราวันฮาร์ และอวัยวะร่างกายเหล่านี้คือคารันฮาร์
ในขณะที่ทำทุกสิ่ง จงเป็นตัวของสำนึกรู้ของความเคารพตนเองของคาราวันฮาร์
แม้ว่าลูกจะต้องทำอะไรบางอย่างด้วยอวัยวะทางกายของลูก จงจำไว้ว่า:
ฉันคือคาราวันฮาร์ ฉันคือนาย หากลูกนั่งอยู่บนที่นั่งนั้น
อวัยวะทางกายทั้งหมดของลูกก็จะยังคงอยู่ในคำสั่ง(เป็นระเบียบเรียบร้อย)
หากลูกแต่ละคนไม่ได้นั่งอยู่บนที่นั่งของตนเองแล้ว ก็จะไม่มีใครรับฟังลูก
ดวงวิญญาณคือคาราวันฮาร์ และอวัยวะทางกายของลูกคือคารันฮาร์ ไม่ใช่คาราวันฮาร์
ลูกคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์ของพ่อบราห์มามาแล้วว่า
ในช่วงตอนเริ่มต้นนั้น พ่อบราห์มาจะปฏิบัติสิ่งนี้เป็นประจำทุกวัน นั่นคือ
ในช่วงท้ายของวัน
ท่านจะเปิดศาลเพื่อพิจารณาไตร่ตรองและตรวจสอบการทำงานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกายของท่าน
ลูกที่เก่าแก่กว่าในรุ่นแรกๆคงเคยเห็นไดอารี่ของบาบา
ซึ่งในนั้นบาบาจะเขียนถึงการเปิดศาลเพื่อพิจารณาไตร่ตรองทุกวัน
และในฐานะที่ท่านเป็นคาราวันฮาร์ ผู้เป็นนาย
ท่านจะมีการสนทนาโต้ตอบกับอวัยวะร่างกายทุกส่วนของท่านในทุกๆวัน ในช่วงเริ่มต้น
พ่อบราห์มามีความใส่ใจมากเช่นนี้
ดังนั้นลูกเองก็ต้องพิจารณาว่าตนเองเป็นคาราวันฮาร์ ผู้เป็นนายเช่นกัน
เพราะลูกดวงวิญญาณคือราชา และอวัยวะทางกายของลูกคือมิตรร่วมทาง ดังนั้น
จงตรวจสอบสภาวะของจิตใจ สติปัญญา ซันสการ์ ธรรมชาติ หรือซันสการ์(หรือไม่ว่าลูกจะเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าอะไรก็ตาม)ของลูกในวันนี้
โดยการตรวจสอบในทันที อวัยวะทางกายของลูกจะเอาใจใส่
เพราะราชาของอวัยวะทางกายเหล่านั้นกำลังจะถามถึงความเป็นอยู่ที่ดีของอวัยวะต่างๆเหล่านั้น
ดังนั้น ดวงวิญญาณซึ่งเป็นราชาผู้เป็นคาราวันฮาร์ จึงต้องตรวจสอบคาราวันฮาร์
นั่นคืออวัยวะต่างๆของร่างกายอยู่เสมอ มิฉะนั้นจะเห็นได้ว่าลูกบางคนพูดว่า: "เราออกคำสั่งกับอวัยวะต่างๆของร่างกายของเราแล้ว
แต่อวัยวะของร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไป (กลับไปทำแบบเดิม) เราพยายามแล้ว
แต่ซันสการ์และธรรมชาติเดิมๆบางอย่างก็ไม่คงอยู่ในคำสั่ง"
เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็คือ ลูกไม่ได้ตั้งมั่นอยู่อยู่บนที่นั่งของความเคารพตนเอง
ตราบใดที่ลูกไม่นั่งอยู่บนที่นั่งของตนเอง ไม่ว่าลูกจะออกคำสั่งมากแค่ไหน
แม้แต่คนที่เชื่อฟังคำสั่งของลูกก็จะไม่เชื่อฟังลูก ดังนั้น ในขณะที่ทำทุกสิ่ง
จงนั่งอยู่บนที่นั่งของการเป็นคาราวันฮาร์ ผู้เป็นนาย
ลูกบางคนแม้กระทั่งมีการสนทนาจากใจถึงใจ(อย่างเปิดใจ)กับบัพดาดาและพูดว่า: บาบา
ท่านได้ทำให้พวกเราเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ที่มีทุกพลัง
ไม่ใช่แม้แต่ผู้ที่มีเพียงบางพลังเท่านั้น
แต่ทันทีที่ลูกแต่ละคนได้ถือกำเนิดมาเป็นบราห์มิน
ท่านก็ได้ให้พรแก่พวกเขาให้เป็นผู้ทรงอำนาจ
ลูกจำพรที่ได้รับเมื่อลูกถือกำเนิดมาได้ไหม?
พ่อได้ให้พรแก่ลูกแต่ละคนในการเป็นนายผู้ทรงอำนาจ ใครเป็นผู้ให้พร?
ผู้ทรงพลังอำนาจสูงสุดนั่นเอง อย่างไรก็ตาม
ลูกพร่ำบ่นว่าพลังที่ลูกต้องการในเวลานั้นไม่ปรากฏออกมา
ที่พลังนั้นไม่เชื่อฟังคำสั่งของลูก ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
ในเมื่อลูกได้รับพรนี้จากผู้ทรงพลังอำนาจแล้ว ไม่มีใครจะยิ่งใหญ่ไปกว่าท่าน
หากลูกออกคำสั่งในขณะที่ลูกมั่นคงอยู่ในสภาพของพรนั้น
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ลูกจะออกคำสั่งแล้วพลังนั้นไม่เชื่อฟังลูก
ประการแรกคือดวงวิญญาณเป็นนาย ลูกได้รับพรนั้นจากผู้ทรงพลังอำนาจ ดังนั้น
ในขณะที่ลูกมั่นคงอยู่ในรูปนั้น ลูกคือนายและลูกมีพรนั้นแล้ว ดังนั้น
จงออกคำสั่งในขณะที่ลูกมั่นคงอยู่ในสภาพของการตระหนักรู้ในสองรูปแบบ
มันเป็นไปไม่ได้ที่พลังนั้นจะไม่ฟังลูก เพราะลูกมีพรนั้นแล้ว
และลูกมีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติของพ่อในยุคบรรจบพบกัน
ลูกทุกคนได้รับสมญาของการเป็นผู้ทรงอำนาจแล้ว
เพียงแต่ว่าลูกไม่ได้อยู่อย่างมั่นคงในสภาพนั้น ลูกไม่ได้อยู่ในสภาพนั้นตลอดเวลา
มีคำว่า "บางครั้ง" อยู่ในสิ่งนี้ จงขจัดคำว่า "บางครั้ง"
ออกไปจากพจนานุกรมบราห์มินของลูก จงอยู่กับปัจจุบันในตอนนี้ ลูกบอกว่า "บาบา
พวกเราจดจำระลึกถึงท่าน และท่านก็ปรากฏอยู่ตรงนี้/ในปัจจุบัน"
ลูกมีประสบการณ์เช่นนี้หรือไม่? ยกมือขึ้น! ลูกมีประสบการณ์เช่นนี้หรือไม่? ตอนนี้
ดูสิ! ลูกกำลังยกมือขึ้น! พ่อปรากฏอยู่ตรงนี้ พระเจ้าปรากฏอยู่ตรงนี้
แล้วพลังนี้คืออะไร? ลูกได้รับพลังเหล่านี้มาจากทรัพย์สมบัติของพ่อ ดังนั้น
จงออกคำสั่งในขณะที่เป็นนาย เมื่อลูกออกคำสั่งในขณะที่ไม่ได้เป็นนาย
ลูกก็จะสูญเสียพลังของลูก ดังนั้น หากลูกออกคำสั่งในสภาพเช่นนั้นแล้ว
หากลูกไม่ใช่นายของพวกเขาแล้ว ทำไมพลังเหล่านั้นจึงต้องเชื่อฟังลูก?
ดังนั้น บัพดาดาต้องการอะไรในตอนนี้? ลูกรู้เรื่องนั้นใช่ไหม?
พ่อต้องการให้ลูกแต่ละคนของท่าน ในขณะที่ทำทุกสิ่งจงเป็นลูกที่เป็นดั่งราชา
เป็นนายของตนเอง และอย่าได้ปล่อยที่นั่งของอำนาจในการปกครองตนเองไป
ราชาก็ยังคงเป็นราชาตลอดทั้งวันใช่หรือไม่?
หรือว่าเขาเป็นราชาแค่บางครั้งและไม่เป็นในเวลาอื่น?
การจะได้นั่งบนบัลลังก์หรือไม่นั้นเป็นคนละเรื่องกัน แต่ถึงแม้ในขณะที่อยู่ที่บ้าน
เขาก็ไม่ลืมว่าเขาเป็นราชา ดังนั้น
อย่าให้มีความแตกต่างระหว่างการเป็นคาร์มาโยคีกับการมีสภาพของโยคะที่ถูกต้องและทรงพลังในเวลาอมฤต
มันเป็นงานสองเท่า แต่ลูกเป็นใคร?
ลูกคือผู้เปลี่ยนแปลงโลกและผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลก นี่คือเหตุผลที่พ่อต้องให้ลูก
ในขณะที่ลูกกำลังเดินและเคลื่อนไหวไปมานั้น อย่าได้ลืมว่าลูกเป็นราชา
อย่าได้ปล่อยที่นั่งของลูกไป หากปราศจากที่นั่งของลูกแล้ว
ก็จะไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่งของลูก ทุกวันนี้
ดูเอาเถิดว่าพวกเขาทำกันถึงขนาดไหนเพื่อให้ได้มาซึ่งที่นั่ง!
พวกเขาพยายามอย่างหนักเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ของตน!
ไม่มีใครต้องการจะปล่อยสิทธิ์ของตนไป ดังนั้น
ลูกก็ควรจะประกาศสิทธิ์แห่งพระเจ้าของลูกเช่นกันว่า: ฉันคือใคร?
ในทุกขณะที่ลูกทำงาน แม้กระทั่งในขณะที่กำลังทำงานต่างๆก็ตาม
จงจัดตารางเวลาสำหรับจิตใจของลูกดูว่า: "ในขณะที่ทำงานที่เฉพาะเจาะจงนี้
ความเคารพตนเองในจิตใจของฉันควรเป็นอย่างไร? และวันนี้ฉันจะรักษาเป้าหมายอะไรไว้?"
ในขณะที่ทำงานของลูก จงสร้างตารางเวลาต่างๆจากลิสต์รายการของความเคารพตนเองของลูก
เช่นเดียวกับที่ลูกกำหนดตารางเวลาสำหรับงานทางกายภาพของลูก
ในทำนองเดียวกันจงกำหนดตารางเวลาสำหรับจิตใจของลูกด้วย
ลูกรู้ว่าลูกต้องทำงานนี้ในเวลานี้ แล้วลูกจะรักษาความเคารพตนเองอย่างไรกับงานนั้น?
ลูกจะใช้ความเคารพตนเองในรูปแบบใดในการประกาศสิทธิ์ในฐานะที่เป็นนาย?
จงสร้างตารางเวลาสำหรับจิตใจของลูกสำหรับสิ่งนี้ ลูกรู้วิธีการสร้างตารางเวลาใช่ไหม?
ลูกผู้เป็นแม่ทั้งหลายรู้วิธีสร้างตารางเวลาหรือไม่? ผู้เป็นแม่ทั้งหลาย
จงทำโปรแกรมสำหรับตนเอง ในขณะที่เตรียมอาหาร
ลูกจะรักษาความรู้สึกเคารพตนเองแบบไหนให้ปรากฏขึ้นมาในสติปัญญาของลูก?
มีพวงมาลัยของความเคารพตนเองที่ยาวมาก
พวงมาลัยของความเคารพตนเองนั้นยาวมากที่ลูกสามารถนับมันต่อไปได้เรื่อยๆและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมัน
ลูกบางคนพูดถึง 'ช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน' ว่า "จนถึงตอนนี้
เรายังไม่เห็นสัญญาณบ่งบอกของการทำลายล้างใดๆเลย วันที่แน่นอนยังไม่ได้กำหนด
ดังนั้นเราจะทำมันในสักวันหนึ่ง มันจะเกิดขึ้น" นี่คือความประมาทไม่ระมัดระวัง
ลูกเป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกในการให้สาส์นนี้
และลูกบางคนคิดว่ายังคงมีเวลาเหลืออยู่
และที่พวกเขาจะให้สาส์นเมื่อพวกเขาก้าวหน้ามากขึ้นกว่านี้ แต่ไม่ใช่เลย
เพราะผู้ที่ลูกให้สาส์นไปล่าช้านั้นจะมาพร่ำบ่นกับลูกในภายหลัง
พวกเขาจะพร่ำบ่นเกี่ยวกับอะไร? "ทำไมคุณไม่บอกเราให้เร็วกว่านี้เพื่อที่เราจะได้ทำอะไรบางอย่าง?
คุณเพิ่งมาบอกเราในตอนนี้ในนาทีสุดท้าย!
ตอนนี้เราทำได้เพียงแค่ตระหนักรู้จักท่านและกล่าวว่า 'โอ้พระเจ้า
กิจกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านนั้นน่าอัศจรรย์!' เราทำได้เพียงแค่พูดเช่นนี้
แต่เราจะไม่สามารถประกาศสิทธิ์ใดๆได้เลย!" ทำไม?
ต้องมีความร่วมมือกันเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน
ลูกทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่เป็นทายาทใช่หรือไม่? ผู้ใดที่คิดว่าตนเองเป็นทายาท
ยกมือขึ้น! ลูกเป็นทายาทหรือไม่? อัจชะ หากลูกเป็นทายาทแล้ว
ลูกจะได้รับมรดกทั้งหมดอย่างเต็มที่หรือเพียงแค่เล็กน้อย?
ลูกทุกคนก็จะบอกว่าลูกต้องการได้มรดกทั้งหมดอย่างเต็มที่
ซึ่งมรดกอย่างเต็มที่นั้นหมายถึงการใช้ชาติเกิด 21 ชาติเกิดครบสมบูรณ์
ตั้งแต่ชาติแรกเริ่มจนถึงชาติสุดท้าย ไม่ใช่ในฐานะปวงประชาที่สูงส่ง
แต่ในฐานะผู้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ ลูกต้องเข้ามาอยู่ในราชวงศ์
มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะได้นั่งบนบัลลังก์
อาจจะมีผู้ที่เป็นคู่กันนั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่เมื่อมีการจัดประชุมราชสำนัก
ดวงวิญญาณที่เป็นเครื่องมือพิเศษของราชวงศ์ที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็จะได้รับการสวมมงกุฎ
พวกเขาจะไม่นั่งโดยปราศจากมงกุฎ และจะมีกลุ่มผู้ที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทุกงาน
ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงแค่ผู้เดียวที่ปกครอง พวกเขาทำทุกอย่างที่นั่นด้วยการปรึกษาหารือ
และเหตุนี้เอง หากลูกต้องการได้รับมรดกทั้งหมดอย่างเต็มที่...
ตั้งแต่ชาติเกิดแรกจนถึงชาติเกิดสุดท้าย ครบทั้ง 21 ชาติเกิด
ไม่ใช่เพียงแค่ครึ่งเดียว ลูกจะไม่จากไปกลางคัน จะไม่มีการตายก่อนเวลาและวัยอันควร
ดังนั้น ลูกจะประกาศสิทธิ์ในมรดกทั้งหมดอย่างเต็มที่
หรือจะมีความสุขกับมรดกเพียงแค่เล็กน้อยล่ะ? มาเตชวารีจากัตดัมบาของลูก
มีเป้าหมายเสมอว่า ไม่ว่าศรีมัตใดที่บัพดาดาให้ไว้
ไม่ว่าเธอจะได้รับศรีมัตใดสำหรับของความคิด คำพูด และการกระทำ
เธอจะต้องทำตามนั้นอย่างแน่นอน
ผู้ที่กำลังจะประกาศสิทธิ์ในมรดกทั้งหมดอย่างเต็มที่ของตน
จะต้องรักษาเป้าหมายสามอย่างนี้ไว้ในสติปัญญาของตน คือ: ทันทีทันใด พร้อมเสมอ
และเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จงจำสามสิ่งนี้ไว้ด้วยกัน
ด้วยเหตุนี้พรของบัพดาดาที่มีให้สำหรับลูกทุกคนผู้ซึ่งเป็นตะเกียงแห่งความหวัง
ก็คือ จงจดจำทั้งสามสิ่งนี้ไว้อยู่เสมอ
และแสดงให้เห็นถึงข้อพิสูจน์ในทางปฏิบัติของการเป็นตะเกียงแห่งความหวัง อัจชะ
ลูกที่มาจากต่างประเทศให้ความร่วมมือในการรับใช้ด้วยจิตใจของลูกใช่ไหม?
บัพดาดาได้เห็นว่าการขยายตัวกำลังเกิดขึ้นในทุกศาสนา ไม่ใช่แค่ศาสนาเดียว
ไม่ใช่แค่ศาสนาฮินดู แต่รวมถึงศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์
ทุกศาสนากำลังค่อยๆสนใจในเรื่องทางจิตวิญญาณมากขึ้น ก่อนหน้านี้
ผู้คนเคยหวาดกลัวเมื่อได้ยินชื่อของบราห์มากุมารี “พวกเขาพูดว่าอะไรนะ ‘การทำลายล้าง
การทำลายล้าง’?” แล้วตอนนี้พวกเขาพูดว่าอะไร? ตอนนี้พวกเขาพูดว่า “บอกเราสิว่าการทำลายล้างจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่!
มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร? เราควรทำอย่างไร?”
มันเป็นสิ่งที่รับประกันได้ว่ามันจะเกิดขึ้น ลูกทุกคนได้รับการรับประกันนี้ใช่ไหม?
ไม่ว่าจะเป็นจากต่างประเทศหรือจากอินเดีย ลูกได้รับการรับประกันนี้ใช่ไหม?
บัพดาดาได้ส่งสัญญาณแก่ลูกเพื่อให้ลูกเพียรพยายามอย่างเข้มข้นขึ้น
ไม่ใช่แค่ความเพียรพยายามอย่างธรรมดา
เพราะเวลาสำหรับความเพียรพยายามอย่างธรรมดาได้ผ่านไปแล้ว
และตอนนี้เป็นเวลาของความพยายามอย่างเข้มข้นขึ้น และไม่ใช่แค่ “บางเวลา”
แต่ต้องเป็น “เดี๋ยวนี้ ตอนนี้!” ลูกต้องทำสิ่งนี้ตอนนี้และกลายเป็นสิ่งนี้ตอนนี้
ดังนั้นมันจะต้องเกิดขึ้น อัจชะ
ถึงลูกทุกคนที่เพียรพยายามอย่างเข้มข้นในทุกหนแห่ง
ผู้ที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยความจริงจังและความกระตือรือร้นและผู้ที่ทำทุกสิ่งด้วยหัวใจที่จริงแท้
บัพดาดากำลังมองเห็นติลักแห่งชัยชนะบนหน้าผากของลูก
ลูกแต่ละคนหลอมรวมอยู่ในหัวใจของบัพดาดา และพ่อก็หลอมรวมอยู่ในหัวใจของลูกแต่ละคน
ลูกๆหลอมรวมอยู่ในหัวใจของพ่อ ขอแสดงความยินดี ขอแสดงความยินดี
และนมัสเตพร้อมคำแสดงความยินดี
พร:
ขอให้ลูกเป็นนายผู้สร้าง
และใช้สภาพที่ทรงพลังของลูกเพื่ออยู่ห่างจากสิ่งดึงดูดใจทั้งหมดของสิ่งสร้าง
เมื่อนายผู้สร้างอยู่อย่างมั่นคงในสภาพที่ทรงพลังและมีความซาบซึ้งในการเป็นนายที่เต็มไปด้วยความรู้
เขาจะสามารถอยู่ห่างจากสิ่งดึงดูดใจทั้งหมดได้
นี่เป็นเพราะว่าเวลานี้สิ่งสร้างจะสร้างสีสันและรูปแบบที่แตกต่างกันมากขึ้น ดังนั้น
ลูกต้องลืมความผิดพลาดในวัยเด็กที่ยังหลงเหลืออยู่ทั้งหมด เช่น ความไม่ระมัดระวัง
ความเกียจคร้าน และทัศนคติแบบ"ไม่ใส่ใจ" แล้วลูกจะสามารถเผยรูปที่ทรงพลังของชักตี
รูปของการถืออาวุธ และรูปที่ส่องแสงสว่างไสวอยู่เสมอของลูกได้
และแล้วเมื่อนั้นลูกจึงจะถูกเรียกว่านายผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่
คติพจน์:
จงทำให้สภาพของจิตใจของลูกแข็งแกร่ง (มั่นคง)
จนไม่มีสถานการณ์ใดสามารถทำให้จิตใจของลูกหลอมละลายลงได้
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
สัมผัสกับสภาพไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนและสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าลูกจะอยู่ในบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมแบบใด
จงให้สภาพของลูกมั่นคงและไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนอยู่เสมอ
เมื่อผู้เป็นเครื่องมือให้คำแนะนำแก่ลูก อย่าได้สับสนกับคำแนะนำนั้น
เพราะผู้ที่เป็นเครื่องมือเหล่านั้นมีประสบการณ์มาแล้ว
แม้ว่าคำแนะนำหรือแนวทางใดๆของพวกเขาจะไม่ชัดเจน
ก็อย่าได้เกิดความปั่นป่วนหรือวุ่นวายใจใดๆ
ให้บอกพวกเขาอย่างอดกลั้นว่าลูกจะพยายามทำความเข้าใจ
เพราะเมื่อนั้นเท่านั้นที่สภาพของลูกจะอยู่อย่างมั่นคง และไม่ไหวหวั่นสั่นคลอน