04.05.26       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูก ๆ ที่แสนหวาน ให้สติปัญญาของลูกมีศรัทธา เพื่อที่ลูกจะทำตามแต่ละการกำหนดของพ่อต่อไป โดยการทำตามการกำหนดของพ่อเท่านั้นที่ลูกจะกลับมาสูงส่ง

คำถาม:
ลูกคนไหนที่ถูกเรียกว่าผู้ช่วยที่แท้จริงของพระเจ้า?

คำตอบ:
ผู้ที่เพียรพยายามที่จะประกาศสิทธิ์ในอาณาจักรและทำให้ผู้อื่นเป็นเช่นเดียวกับตัวเขาด้วย ผู้ที่ข้องแวะอยู่ในการทำงานรับใช้ของพระเจ้าในลักษณะนี้คือผู้ช่วยที่แท้จริงของพระเจ้า เมื่อผู้อื่นเห็นพวกเขา ก็ให้ความร่วมมือด้วยเช่นกัน

โอมชานติ
เมื่อลูกนั่งที่นี่ ลูกบอกทุกคนให้จดจำชีพบาบา ลูกรู้ว่าชีพบาบาคงอยู่ ผู้คนไปวัดของท่าน แต่ไม่มีใครนอกจากลูกที่รู้ว่าท่านคือใคร ดังนั้นจงเตือนพวกเขาให้ระลึกถึงชีพบาบา โยคะของสติปัญญาของลูกบางคนที่กำลังนั่งที่นี่เร่ร่อนไปทุกแห่ง ด้วยเหตุนี้หน้าที่ของลูกคือการเตือนพวกเขาว่า: พี่น้องหญิงชาย จงจดจำพ่อผู้ที่เธอจะได้รับมรดกจากท่าน เวลานี้ลูกคือพี่น้องชายหญิงที่แท้จริง ในระดับร่างกาย เนื่องจากความเป็นชายและหญิง ลูกจึงเป็นพี่น้องชายหญิง แม้แต่ในเวลาที่ให้การบรรยาย ลูกก็กล่าวกับทุกคนในฐานะที่เป็นพี่น้องชายหญิง นั่นหมายถึงการเป็นพี่น้องชายหญิงในแง่ของร่างกาย มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นที่นี่ ที่นี่ลูกดวงวิญญาณได้รับการบอกให้จดจำระลึกถึงพ่อผู้สร้างของลูก ลูกจะได้รับมรดกจากท่าน มีความแตกต่าง คำว่า“พี่น้องชายหญิง”เป็นเรื่องธรรมดา ที่นี่พ่อบอกลูกๆว่า: จดจำพ่อ พ่อของลูก! ชีพบาบาคือพ่อทางจิตวิญญาณ และประชาบิดาบราห์มาคือพ่อทางร่าง ทั้งบัพและดาดาต่างพูดว่า: ลูกๆ จดจำพ่อและอย่าปล่อยให้โยคะของสติปัญญาของลูกเร่ร่อนไปที่ไหน สติปัญญาเร่ร่อนเป็นอย่างมาก สิ่งเดียวกันเกิดขึ้นบนหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา พวกเขานั่งอยู่เบื้องหน้าภาพลักษณ์ของศรีกฤษณะหรือเทพอื่นๆ แล้วก็หมุนลูกปัดของลูกประคำ อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน สติปัญญาของเขาก็เร่ร่อนไปบางแห่งอื่น ใครคือเทพ? พวกเขาได้รับอาณาจักรของพวกเขาอย่างไรและเมื่อไหร่? ไม่มีใครรู้สิ่งนี้ ชาวซิกข์รู้ว่ากูรูนานักมาก่อตั้งศาสนาซิกข์ จากนั้นก็หลานของเขามาเป็นกูรูต่อจากเขา พวกเขาก็ยังคงมาใช้ชาติเกิดใหม่เรื่อยๆ ไม่มีใครเข้าใจสิ่งเหล่านี้ พวกเขาไม่ได้จดจำกูรูนานักอย่างสม่ำเสมอ โอเค ตัวอย่างเช่น แม้ว่าใครบางคนจะจดจำกูรูนานักหรือพระพุทธเจ้าหรือผู้ก่อตั้งศาสนาของพวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าผู้ก่อตั้งนั้นอยู่ที่ไหนในเวลานี้ พวกเขาเพียงแต่พูดว่าเขาหลอมรวมเข้าไปในแสง หรือเขาไปอยู่เหนือเสียง หรือพวกเขาพูดว่าศรีกฤษณะปรากฏอยู่ในทุกหนแห่ง พวกเขายังคงพูดอยู่เรื่อยๆว่า ไม่ว่าจะมองไปที่ใดก็ตาม พวกเขาก็เห็นเพียงกฤษณะเท่านั้นหรือราเด้เท่านั้น พ่อนั่งที่นี่และอธิบายว่า ลูกๆผู้คนของบารัตเคยเป็นเทพ ใบหน้าของลูกเป็นมนุษย์ แต่ลักษณะนิสัยของลูกเป็นเทพ มีภาพลักษณ์ของเทพ ถ้าไม่มีภาพลักษณ์ใดๆ ลูกจะไม่เข้าใจสิ่งนี้ เพียงพ่อเท่านั้นที่มาและอธิบายถึงความเชื่อมโยงระหว่างราเด้และกฤษณะและลักษมีและนารายณ์ ลูกสามารถอธิบายแก่ใครก็ตามว่าบาบาผู้ไม่มีตัวตนกำลังอธิบายสิ่งนี้แก่เรา อันที่จริงแล้วทั้งหมดนั้นไม่มีตัวตน ดวงวิญญาณไม่มีตัวตน แล้วดวงวิญญาณพูดผ่านรูปที่มีตัวตน ผู้ที่ไม่มีตัวตนไม่สามารถพูดได้ ลูกสามารถอธิบายได้ว่าบาบาของเราคือบาบาของพวกเขาเช่นกัน ชีพบาบาคือมหาสมุทรแห่งความรู้และมหาสมุทรแห่งความสงบ ท่านคือพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด ท่านก็ต้องการร่างกายด้วยเช่นกัน ท่านเองก็พูดว่า: พ่อเข้ามาในร่างนี้ของบราห์มา เพียงเมื่อนั้นที่ศาสนาบราห์มินจะสามารถได้รับการก่อตั้ง การสร้างบราห์มินเกิดขึ้นโดยผ่าน บราห์มา ดังนั้น พ่ออธิบายให้กับลูกบราห์มินเท่านั้นและพ่อไม่ได้อธิบายให้แก่ใครอื่น พ่ออธิบายให้แก่ลูกๆเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเพราะเราเป็นลูกของชีพบาบา เราจึงเป็นเทพเจ้า ไม่เลย พ่อก็คือพ่อ และลูกก็คือลูก ใช่ เมื่อเด็กเติบโตขึ้นและกลายเป็นพ่อโดยการสร้างลูกๆ แล้วเขาก็จะเป็นพ่อ ผู้เดียวนั้นมีลูกๆ มากมาย พ่ออธิบายให้แก่ลูกที่มีศรัทธาในสติปัญญาเท่านั้น ผู้ที่สติปัญญามีศรัทธาจะทำตามการกำหนดของพ่อ เพราะด้วยการทำตามศรีมัทเท่านั้นที่ลูกจะกลับมาสูงส่ง เวลานี้ลูกเข้าใจแล้วว่าลูกกำลังกลายเป็นเช่นเทพเหล่านั้น เราเฝ้าแต่ร้องเพลงสรรเสริญเทพเป็นเวลาชาติแล้วชาติเล่าและเวลานี้เราต้องกลายเป็นเช่นเดียวกับพวกเขาด้วยการทำตามศรีมัท อาณาจักรต้องถูกก่อตั้งขึ้นมา ไม่ใช่ทุกคนจะทำตามศรีมัทอย่างเต็มที่ เนื่องจากอาณาจักรนั้นใหญ่มากพวกเขาจึงทำตามศรีมัทต่างลำดับกันไป ในอาณาจักรมีทุกประเภท: ปวงประชา สาวใช้ คนรับใช้ สัปเหร่อ ฯลฯ ทั้งหมดเป็นสิ่งจำเป็น ลูกจะมีนิมิตของผู้ที่มีกิจกรรมเช่นนั้น และคนนั้นคนนี้จะเข้าไปสู่ครอบครัวของสัปเหร่ออย่างไร จะไม่มีสัปเหร่อเพียงคนเดียว จะมีครอบครัวของเขา มีสหภาพแรงงานของสัปเหร่อด้วย พวกเขาทั้งหมดพบกัน หากพวกเขามีการประท้วง ทุกคนก็จะหยุดทำงาน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในยุคทอง ลูกมีปิคนิคด้วยที่ลูกถามผู้คนว่าพวกเขาต้องการเป็นอะไร: คุณจะกลายเป็นนักกฎหมายหรือเป็นเทพ? อาณาจักรทั้งหมดของลูกกำลังถูกก่อตั้งขึ้นมา นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย! พ่อที่ไม่มีขีดจำกัดนั่งที่นี่และอธิบายถึงสิ่งที่ไม่มีขีดจำกัดแก่ลูก สิ่งเหล่านั้นควรนั่งอยู่ในสติปัญญาของลูก เราจะเพียรพยายามและประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงในอนาคต ด้วยการทำตามศรีมัท เราจะประกาศสิทธิ์ในสถานภาพของราชนิกูลที่สูงส่งที่สุด เมื่อเราทำให้ผู้อื่นทัดเทียมกับตัวเราเอง เราก็จะถูกเรียกว่าผู้ช่วยของพระเจ้า ไม่มีอะไรของใครสามารถซ่อนเร้นอยู่ได้ เมื่อลูกก้าวหน้าต่อไป ลูกก็จะรู้ทุกสิ่ง สิ่งนี้ถูกเรียกว่าแสงสว่างแห่งความรู้ ลูกยังคงได้รับแสงสว่างนี้ต่อไป ผู้คนไม่รู้สิ่งใดเลย พวกเขายังคงผลิตระเบิดอยู่ใต้ดิน ไม่มีสิ่งใดที่ผลิตขึ้นเพื่อเก็บไว้เฉยๆ ในตอนเริ่มต้น พวกเขาเคยต่อสู้กันด้วยดาบ และจากนั้นพวกเขาก็สร้างปืนขึ้นมาเพื่อใช้ ไม่ใช่เพียงเพื่อเก็บไว้! พวกเขาแม้กระทั่งเข้าใจว่าความตายจะเกิดขึ้นด้วยสิ่งเหล่านั้น พวกเขาได้ทดสอบสิ่งเหล่านั้นแล้ว มีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมากมายเมื่อมีการทิ้งระเบิดเพียงลูกเดียวที่ฮิโรชิมา พวกเขาก้าวหน้าไปอย่างมากตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและได้สร้างอาคารต่างๆมากมาย การทำลายล้างจะไม่เกิดขึ้นในลักษณะที่พวกเขาจะพักอยู่ในโรงพยาบาล แม้แต่โรงพยาบาลก็จะไม่เหลืออยู่ เพราะแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ไม่มีใครสามารถป้องกันภัยพิบัติจากธรรมชาติ พวกเขาพูดว่า: ทั้งหมดนี้อยู่ในมือของพระเจ้า เวลานี้ลูกๆ เข้าใจแล้วว่าการทำลายล้างต้องเกิดขึ้น จะมีความอดอยากและลูกจะไม่สามารถได้รับน้ำด้วยซ้ำ ลูกๆ เข้าใจว่านี่ไม่ใช่สิ่งใหม่ สิ่งเดียวกันเคยเกิดขึ้นในวงจรที่แล้ว ไม่มีใครมีความรู้เรื่องวงจร พวกเขากล่าวว่าเคยมีสวรรค์เมื่อ 3000 ปีก่อนพระคริสต์ แต่แล้วพวกเขาได้เขียนไว้ในคัมภีร์ว่าระยะเวลาของแต่ละวงจรเป็นเวลานับแสนปี! ไม่มีใครใส่ใจในสิ่งนี้ พวกเขาเพียงแค่ฟังสิ่งนั้นแล้วก็ข้องแวะกับงานของเขาเอง ฯลฯ ดังนั้น พ่ออธิบายให้แก่ลูกๆว่า: เวลานี้จงเพียรพยายามอย่างรวดเร็ว อยู่ในการจดจำระลึกถึง และอัลลอยจะถูกขจัดออกไป ลูกต้องกลับมาสะโตประธานที่นี่ มิฉะนั้น ลูกจะมีประสบการณ์กับการถูกลงโทษ แล้วลูกก็จะไปสู่ศาสนาของลูกเอง ลูกได้รับศรีมัทจากพระเจ้า ศรีกฤษนะเป็นเจ้าชาย ดังนั้น เขาจะให้การกำหนดแก่ใครได้อย่างไร? ไม่มีใครในโลกเข้าใจสิ่งเหล่านี้ อธิบายด้วยความรักอย่างมากว่า: จดจำชีพบาบา! ชีพบาบาเองพูดว่า: จดจำพ่อผู้เดียวเท่านั้นอย่างสม่ำเสมอ! พ่อคือผู้ให้คุณประโยชน์ แยกตัวออกมาจากคนอื่นให้หมดและเชื่อมโยงตัวเองกับผู้เดียวเท่านั้น ลูกคือผู้ที่พาเรือของบารัตข้ามฟาก เรื่องราวของนารายณ์ที่แท้จริงก็เชื่อมโยงกับบารัต ผู้ที่เป็นของศาสนาอื่นไม่เคยรับฟังเรื่องราวของนารายณ์ที่แท้จริง เพียงผู้ที่เป็นของศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไปและผู้ที่จะเปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดาให้กลายเป็นเทพ (นารายณ์) เท่านั้นที่จะรับฟังเรื่องราวเหล่านี้ มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะรับฟังเรื่องราวของความเป็นอมตะ เคยมีเทพในโลกที่เป็นอมตะและพวกเขาก็ได้สถานภาพนั้นอย่างแน่นอนด้วยการรับฟังเรื่องราวของความเป็นอมตะ แต่ละประเด็นและทุกประเด็นมีค่าควรแก่การจดจำ ถ้าแม้แต่สิ่งเดียวเท่านั้นอยู่ในสติปัญญาของลูก ลูกก็จะจำสิ่งอื่นๆได้ทั้งหมด จดจำระลึกถึงพ่อและให้ความใส่ใจกับการควงกงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเองเช่นกัน เวลานี้ลูกกำลังเล่นบทบาทของลูกที่นี่กับชีพบาบา และจากนั้นลูกก็จะต้องกลับบ้าน เพียงพ่อเท่านั้นที่อธิบายว่าความจริงคืออะไร และความไม่จริงหรือความหลอกลวงคืออะไร มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นคือสัจจะและสิ่งอื่นทั้งหมดคือความไม่จริงหรือความหลอกลวง “เคยมีราวันในลังกา” ไม่ใช่เพียงแค่ลังกาเดียว! สิ่งเช่นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในยุคทองและยุคเงิน โลกมนุษย์ทั้งหมดนี้คือลังกา นี่คืออาณาจักรของราวัน สีดาทั้งหมดจดจำรามผู้เดียว นั่นคือผู้เลื่อมใสศรัทธาทั้งหมด เจ้าสาวทั้งหมดจดจำเจ้าบ่าวผู้เดียว ผู้ที่เป็นพระเจ้า เพราะนี่คืออาณาจักรของราวัน ซันยาสซีไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ ทุกคนไม่มีความสุขในกระท่อมแห่งความทุกข์นี้ ยุคเหล็กคือกระท่อมแห่งความทุกข์ ยุคทองคือกระท่อมที่เป็นอิสระจากความทุกข์ ที่นี่มีความทุกข์ในทุกย่างก้าว เวลานี้บาบากำลังพาลูกไปสวรรค์ซึ่งเป็นอิสระจากความทุกข์ ที่นี่มนุษย์มีความทุกข์มากมาย เมื่อมีใครบางคนตาย พวกเขาก็บ้าคลั่ง สิ่งเช่นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในสวรรค์ ไม่เคยมีการตายก่อนเวลาอันควรที่นั่นที่ภรรยาจะกลายเป็นหม้าย ที่นั่นพวกเขาจะสลัดเครื่องแต่งกายของพวกเขาและรับเครื่องแต่งกายอื่นๆในเวลาของเขาเอง พวกเขาสวมเครื่องแต่งกายของผู้ชายหรือผู้หญิง ดังนั้น พวกเขาจะมีนิมิตของสิ่งนั้น ในเวลาสุดท้ายลูกก็จะได้รู้ทุกสิ่งว่าใครจะกลายเป็นอะไร แล้วในเวลานั้นลูกจะพูดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกไม่ได้ทำความเพียรพยายามที่มากพอ คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดสิ่งนี้ในเวลานั้น เพราะว่าเวลาได้ผ่านไปแล้ว เหตุนี้เองเวลานี้พ่อพูดว่า: ลูกๆ จงเพียรพยายาม! กลายเป็นมือขวาที่แท้จริงสำหรับงานรับใช้ และลูกก็จะเข้าไปสู่อาณาจักร อยู่อย่างไม่ว่างเว้นในการทำงานรับใช้ มีตัวอย่างมากมายว่าคนทั้งครอบครัวไม่ว่างเว้นในการทำงานรับใช้อย่างไร กล่าวได้ว่าครอบครัวนั้นมีการกระทำที่ดีเช่นนี้ที่พวกเขาทั้งหมดไม่ว่างเว้นในงานรับใช้ของพระเจ้า แม่ พ่อและลูกทั้งหมดต่างไม่ว่างเว้นในการทำงานรับใช้นี้ นั่นเป็นสิ่งดี ใช่ไหม? พวกเขาเฝ้าแต่วิ่งตามงานรับใช้ ลูกๆ ควรมีความกระตือรือร้นอย่างมากในการแสดงหนทางนี้ให้แก่มนุษย์เพื่อให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นมีความสุข ลูกได้แสดงหนทางให้กับผู้คนมากเท่าไหร่? เมื่อลูกหว่านเมล็ด ลูกก็สร้างปวงประชา ไม่มีใครเกิดมาเป็นราชา ก่อนอื่นพวกเขาเป็นปวงประชาและจากนั้นด้วยความเพียรพยายามพวกเขาก็สามารถกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่จากไม่มีอะไรเลย เมื่อคนอื่นเห็นว่าลูกไม่ว่างเว้นในการทำงานรับใช้ พวกเขาก็จะมีความกระตือรือร้นเช่นเดียวกัน: ทำไมฉันไม่ควรทำความพยายามด้วยเล่า? มิฉะนั้น สิ่งนี้ก็จะเป็นสภาวะของลูกทุกวงจร หลายคนจะมาและสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำไป ลูกจะไม่เห็นความทุกข์ที่มีประสบการณ์ในเวลานั้นอีกเลยในช่วงเวลาอื่นใดในชีวิตของลูก เพราะไม่ทำตามศรีมัท เพราะมีการกระทำบาปมากมาย ลูกจะได้เห็นความทุกข์เช่นนั้นในเวลาสุดท้าย อย่าได้ถามเลย! บาบาแสดงให้ลูกเห็นวิธีที่ง่ายมากว่า: เพียงแค่จดจำระลึกถึงพ่อและแสดงหนทางนี้ให้แก่ผู้อื่นด้วย ลูกเคยเป็นของศาสนาเทพ เช่นที่มีชาวคริสเตียนและชาวอิสลามเหล่านั้น ดังนั้น ลูกก็คือผู้ที่เป็นของศาสนาเทพ พวกเขาบริสุทธิ์ที่สุด ไม่มีศาสนาอื่นใดที่เป็นเหมือนของลูก ลูกอยู่อย่างบริสุทธิ์เป็นเวลาครึ่งวงจร สวรรค์และนรกได้รับการจดจำ ไม่มีใครเข้าใจว่าสวรรค์คืออะไร พ่อมาในบารัตเท่านั้นและปลุกลูกๆให้ตื่น นี่เป็นเรื่องของ 5000 ปี ผู้ที่เป็นชาวสวรรค์ก็กลายเป็นชาวนรก และเวลานี้พ่อมาเพื่อทำให้ลูกเป็นชาวสวรรค์ที่บริสุทธิ์ เจ้าบ่าวผู้เดียวมาและพาเจ้าสาวทั้งหมดของท่านไปสู่กระท่อมที่เป็นอิสระจากความทุกข์ของท่าน ดังนั้น ก่อนอื่นใด บอกทุกคนให้จดจำระลึกถึงพ่อ มิฉะนั้นในขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่บ้าน สติปัญญาของพวกเขาก็จะเร่ร่อนไปทุกหนแห่งอยู่เรื่อยๆ นี่คือสภาพของพวกเขาบนหนทางความเลื่อมใสศรัทธาเช่นกัน บาบามีประสบการณ์ ธุรกิจที่ดีที่สุดคือพ่อค้าเพชร เป็นไปด้วยความยากลำบากมากที่พวกเขาสามารถแยกระหว่างพลอยแท้และพลอยเทียม สัจจะถูกซ่อนอยู่ที่นี่ ไม่มีอะไรเลยนอกจากความไม่จริงหรือความหลอกลวงในทุกหนแห่ง สิ่งนี้ถูกกำหนดไว้ในละครเช่นกัน ลูกรู้ว่าลูกทั้งหมดเป็นนักแสดงในละครนี้ ไม่มีใครสามารถจากละครนี้ไป ไม่มีใครสามารถได้รับการหลุดพ้นชั่วนิรันดร์ ต้องมีการทำทุกสิ่งด้วยความเข้าใจ ลูกยังคงเล่นบทบาทของลูกต่อไป และจากนั้นลูกก็จะเล่นบทบาทเดิมซ้ำอีกครั้งหลังจากหนึ่งวงจร ลูกจะได้เห็นว่าผู้คนยังคงตายต่อไปอย่างไร การทำลายล้างต้องเกิดขึ้น ดวงวิญญาณทั้งหมดจะไปสู่ดินแดนนิพพาน ลูกมีความรู้นี้ในสติปัญญาของลูก โดยการอยู่อย่างไม่ว่างเว้นในการทำงานรับใช้ของลูก ผู้คนมากมายก็จะได้รับประโยชน์ จะเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์อย่างมากถ้าทั้งครอบครัวเริ่มทำตามความรู้นี้ อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. เพื่อที่จะได้รับการปลดปล่อยจากฉากที่น่ากลัวในเวลาสุดท้ายและจากความทุกข์ทั้งหมด เวลานี้เริ่มต้นทำตามศรีมัทของพ่อ ทำงานรับใช้เพื่อทำให้ผู้อื่นทัดเทียมกับตัวลูกเองตามศรีมัท

2. จงกลายเป็นมือขวาของพ่อในงานรับใช้ที่ลูกทำ: แสดงหนทางให้แก่ดวงวิญญาณเพื่อทำให้พวกเขามีความสุข ให้คุณประโยชน์แก่ทุกคน

พร:
ขอให้ลูกอยู่เหนือปัญหาใดๆที่เป็นผลมาจากความคิดของลูกเองและสอบผ่านด้วยเกียรตินิยม การสอบผ่านด้วยเกียรตินิยมหมายถึงการไม่มีประสบการณ์กับผลที่ตามมา (การลงโทษใดๆ) จากความคิดของตนเอง คำถามเกี่ยวกับการได้รับโทษจากดารามราช (ผู้พิพากษาสูงสุด) มาภายหลัง อย่างไรก็ตาม การอยู่ให้เหนือปัญหาใดๆที่เป็นผลมาจากความคิดของลูกเอง ถือเป็นสิ่งชี้บอกของการสอบผ่านด้วยเกียรตินิยม ในเรื่องของคำพูด การกระทำ ความสัมพันธ์ และสายใยนั้นเป็นสิ่งที่หยาบ แต่อย่าให้มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นแม้แต่จากความคิดของลูก เมื่อลูกทำตามสัญญาเช่นนั้น ลูกก็จะสอบผ่านด้วยเกียรตินิยม

คติพจน์:
เมื่อน้ำมันแห่งความรู้และไส้ของโยคะนั้นดี ตะเกียงแห่งความสุขก็จะยังคงสว่างไสว

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: มีประสบกาณ์กับสภาพที่ไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนและสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าความวุ่นวายประเภทใดในโลก ก็ไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อสภาพที่ไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนของลูก จงกลายเป็นผู้ทำลายอุปสรรคเช่นนั้น ไม่ไหวหวั่นและไม่สั่นคลอนอย่างยิ่งจนลูกเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดได้ราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นเพียงเกม มีประสบการณ์ว่าภูเขาเป็นเหมือนเมล็ดมัสตาร์ด เพราะดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยความรู้รู้ล่วงหน้าว่าสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดจะมาและจะเกิดขึ้น