07.04.26 Morning
Thai Murli Om Shanti BapDada Madhuban
สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน เมื่อใดก็ตามที่ลูกมีเวลา
จงนั่งในสันโดษและจดจำผู้เป็นที่รักที่แท้จริงของลูก
เพราะเป็นด้วยการมีการจดจำระลึกถึงเท่านั้นที่ลูกจะได้รับอำนาจในการปกครองสวรรค์
คำถาม:
ในเมื่อลูกได้พบพ่อแล้ว ความไม่ระมัดระวังใดที่ลูกควรจะจบสิ้น?
คำตอบ:
ลูกๆบางคนไม่ระมัดระวังและพูดว่าถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นของบาบา
พวกเขาไม่ทำความเพียรพยายามที่จะอยู่ในการจดจำระลึกถึง
พวกเขาลืมที่จะอยู่ในการจดจำระลึกถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือความไม่ระมัดระวัง
บาบาพูดว่า ลูกๆ ถ้าลูกอยู่ในการจดจำระลึกถึง ลูกจะมีประสบการณ์ของความสุขที่ถาวร
จะไม่มีการสำลักประเภทใดๆ
เช่นที่ผู้ที่อยู่ในบ่วงพันธะอยู่ในการจดจำระลึกถึงอย่างสุดซึ้งทั้งวันทั้งคืน
ในทำนองเดียวกันลูกต้องอยู่ในการจดจำระลึกถึงที่สม่ำเสมอด้วยเช่นกัน
เพลง:
ฉันได้มาหลังจากที่ได้ปลุกโชคของฉันแล้ว
โอมชานติ
พ่ออธิบายสิ่งนี้แก่ลูกๆ และลูกก็พูดเช่นกันว่า “โอม ชานติ” พ่อด้วยก็พูด โอม ชานติ
สิ่งนี้หมายความว่าลูกๆดวงวิญญาณเป็นตัวของความสงบ พ่อก็เป็นตัวของความสงบเช่นกัน
ศาสนาดั้งเดิมของดวงวิญญาณคือความสงบ
ศาสนาดั้งเดิมของดวงวิญญาณสูงสุดก็คือความสงบเช่นกัน
ลูกเป็นผู้อาศัยของดินแดนแห่งความสงบด้วย พ่อพูดว่า
พ่อเองก็เป็นผู้อาศัยของสถานที่นั้นเช่นกัน ลูกๆกลับมาเกิด พ่อไม่
พ่อเข้ามาในพาหนะนี้ นี่คือพาหนะของพ่อ หากลูกจะถามชางก้าร์ –
ลูกก็ไม่สามารถถามเขาได้จริงๆ แต่หาก ยกตัวอย่าง
ลูกจะต้องไปยังอาณาเขตที่ละเอียดอ่อนและถามเขา เขาก็จะตอบว่า
ร่างที่ละเอียดอ่อนนั้นเป็นของเขา ชีพบาบาพูดว่า นี่ไม่ใช่ร่างกายของพ่อ
พ่อได้ยืมมาใช้ เพราะพ่อก็ต้องการการค้ำจุนของอวัยวะทางร่างกายเช่นกัน
สิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรกที่จะต้องอธิบายคือ
ศรีกฤษณะไม่ใช่ผู้ชำระให้บริสุทธิ์หรือมหาสมุทรแห่งความรู้
ศรีกฤษณะไม่ได้ชำระดวงวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ เขาเพียงแค่มาและปกครองโลกที่บริสุทธิ์
แรกสุดเขาเป็นเจ้าชายแล้วก็เป็นจักรพรรดิ เขาไม่มีความรู้นี้
เพียงผู้สร้างเท่านั้นที่มีความรู้ของสิ่งสร้าง ศรีกฤษณะถูกเรียกว่าเป็นสิ่งสร้าง
เพียงพ่อผู้สร้างเท่านั้นมาและให้ความรู้นี้แก่ลูก เวลานี้พ่อกำลังสร้างและพูดว่า
ลูกคือ ลูกๆ ของพ่อ ลูกพูดว่า “บาบา ฉันเป็นของท่าน”
กล่าวกันว่าบราห์มินถูกสร้างขึ้นผ่านบราห์มา บราห์มินจะมาจากที่ใดอื่นได้อีก?
ไม่มีบราห์มาอื่นในอาณาเขตที่ละเอียดอ่อน
ผู้ที่อยู่เบื้องบนนั้นคือผู้ที่อยู่ข้างล่างนี้ ท่านคือผู้ที่อยู่เบื้องบนนั้น
ท่านคือผู้เดียวกัน อัจชะ แล้ววิษณุและลักษมีและนารายณ์ก็เป็นคนเดียวกัน
พวกเขามาจากไหน? บราห์มากลายเป็นวิษณุ บราห์มาและสรัสวตีกลายเป็นนารายณ์และลักษมี
แล้วพวกเขาก็วนไปรอบวงจร 84 ชาติเกิด
และกลายเป็นบราห์มาและสรัสวตีอีกครั้งในยุคบรรจบพบกัน
ลักษมีและนารายณ์เป็นมนุษย์และพวกเขาเป็นของศาสนาเทพ วิษณุถูกวาดภาพมีสี่แขน
นั่นเป็นสัญลักษณ์ของหนทางครอบครัว
หนทางครอบครัวได้ดำเนินต่อไปในบารัตตั้งแต่ตอนเริ่มต้น
เหตุนี้เองวิษณุจึงถูกวาดให้มีสี่แขน ที่นี่มีบราห์มาและสรัสวตี
สรัสวตีคือลูกที่ถูกนำมาเลี้ยง ชื่อจริงของผู้นี้คือเลคราช
แล้วเขาจึงถูกตั้งชื่อว่าบราห์มา ชีพบาบาได้เข้ามาในผู้นี้
และทำให้ราเด้เป็นของท่าน และได้ตั้งชื่อเธอว่าสรัสวตี
บราห์มาไม่ใช่พ่อทางร่างของสรัสวตี ทั้งสองมีพ่อทางร่างของตนเอง
พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป ชีพบาบาได้นำเธอมาเลี้ยงผ่านบราห์มา
ลูกๆคือผู้ที่ถูกนำมาเลี้ยง บราห์มาก็เป็นลูกของชีพบาบาเช่นกัน
ท่านสร้างสิ่งสร้างผ่านปากดอกบัวของบราห์มา
และเหตุนี้เองบราห์มาจึงถูกเรียกว่าเป็นแม่ มีการร้องเพลงว่า ท่านคือแม่และพ่อ
และเราคือลูกๆของท่าน เรามีประสบการณ์ของความสุขอย่างมากผ่านความเมตตาของท่าน
ลูกบราห์มินกลายเป็นลูกๆ
สติปัญญาที่กว้างไกลมากนั้นเป็นที่ต้องการเพื่อจะเข้าใจสิ่งนี้
ลูกๆกำลังได้รับมรดกของลูกจากชีพบาบา
บราห์มาไม่เป็นทั้งผู้สร้างสวรรค์หรือมหาสมุทรแห่งความรู้
เพียงพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่เป็นมหาสมุทรแห่งความรู้
พ่อของดวงวิญญาณคือมหาสมุทรแห่งความรู้
ดวงวิญญาณก็กลายเป็นมหาสมุทรแห่งความรู้เช่นกัน
แต่พวกเขาไม่ได้ถูกเรียกว่ามหาสมุทรแห่งความรู้เพราะมีเพียงมหาสมุทรเดียวเท่านั้น
ลูกทั้งหมดเป็นแม่น้ำ พ่อผู้เป็นมหาสมุทรไม่มีร่างกายของท่านเอง
ในขณะที่ลูกผู้เป็นแม่น้ำมี ลูกคือแม่น้ำแห่งความรู้
แม่น้ำพรหมบุตรยาวมากเพราะมีการเชื่อมกับมหาสมุทรในกัลกัตตา การบรรจบกัน (เมล่า)
นั้นใหญ่มาก เมล่าก็เกิดขึ้นที่นี่ด้วยเช่นกัน มหาสมุทรและแม่น้ำพรหมบุตรรวมกัน
การบรรจบกันนี้มีชีวิต ในขณะที่อีกการบรรจบกันนั้นไม่มีชีวิต พ่ออธิบายสิ่งเหล่านี้
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกกล่าวไว้ในคัมภีร์
คัมภีร์เป็นแผนกหนึ่งของหนทางความเลื่อมใสศรัทธา หนทางนี้เป็นของความรู้นี้
ในขณะที่ นั่นคือหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา
แผนกของหนทางของความเลื่อมใสศรัทธาได้ดำเนินต่อมาเป็นเวลาครึ่งวงจร
มหาสมุทรแห่งความรู้ไม่อยู่ที่นั่น พ่อ พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุด
มหาสมุทรแห่งความรู้ มาในยุคบรรจบพบกัน
และให้การหลุดพ้นเพื่อชีวิตใหม่แก่ลูกทั้งหมดโดยการอาบลูกในความรู้นี้
ลูกเข้าใจว่าลูกกำลังสร้างโชคของความสุขแห่งสวรรค์ผ่านพ่อที่ไม่มีขีดจำกัด
เราเป็นเทพที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาอย่างแท้จริงในยุคทองและยุคเงิน
เวลานี้เราเป็นมนุษย์ผู้ที่กราบไหว้บูชา แล้วจากมนุษย์เราจะกลายเป็นเทพ
บราห์มินไปสู่ศาสนาเทพ และแล้วก็กลายเป็นนักรบ พ่อค้าและศูทร
ลูกต้องลงมาในขณะที่ใช้ 84 ชาติเกิด พ่อได้บอกลูกว่าลูกไม่รู้ชาติเกิดของตัวลูกเอง
เพียงลูกเท่านั้นที่ใช้ 84 ชาติเกิด ผู้ที่มาก่อนใช้ 84 ชาติเกิดเต็ม
อัลลอยสามารถถูกขจัดออกไปได้ด้วยโยคะเท่านั้น มีความเพียรพยายามในโยคะ
ลูกๆบางคนฉลาดในความรู้นี้แต่อ่อนแอในโยคะ
ผู้ที่อยู่ในบ่วงพันธะนั้นมีโยคะดีกว่าผู้ที่เป็นอิสระ
พวกเขาโหยหาทั้งวันและคืนที่จะพบชีพบาบาในขณะที่ลูกนั้นได้พบท่านแล้ว
ลูกได้รับการบอกให้อยู่ในการจดจำระลึกถึง และกระนั้นลูกก็ลืมท่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ลูกมีประสบการณ์กับพายุมากมายในขณะที่พวกเขาโหยหาอย่างสุดซึ้งในการจดจำระลึกถึงของพวกเขา
ลูกนั้นไม่โหยหา พวกเขาประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงขณะนั่งอยู่ที่บ้าน
ลูกๆรู้ว่าลูกจะได้รับอำนาจในการปกครองสวรรค์โดยอยู่ในการจดจำระลึกถึงชีพบาบา
เช่นที่เด็กที่ยังไม่เกิดโหยหาที่จะออกมาจากครรภ์
ดังนั้นเช่นกันผู้ที่อยู่ในบ่วงพันธะร้องเรียกหาชีพบาบาในความสิ้นหวัง: “ชีพบาบาปลดปล่อยฉันจากบ่วงพันธะนี้เถิด”
พวกเขาจดจำท่านทั้งวันและคืน ลูกได้พบพ่อแล้ว แต่ลูกก็ไม่ระมัดระวัง ด้วยการคิดว่า
ถึงอย่างไรลูกก็เป็นของบาบาอยู่แล้ว ฉันจะละร่างนี้และไปเป็นเจ้าชาย
ควรจะมีความสุขนี้อยู่ภายในตัวลูกอย่างถาวร
อย่างไรก็ตามมายาไม่ปล่อยให้ลูกอยู่ในการจดจำระลึกถึง
ด้วยการจดจำระลึกถึงลูกจะคงอยู่อย่างมีความสุขมาก ถ้าลูกไม่อยู่ในการจดจำระลึกถึง
ลูกก็จะเฝ้าแต่สำลัก ลูกได้เห็นความทุกข์มาเป็นเวลาครึ่งวงจรในอาณาจักรของราวัน
เฝ้าแต่มีความตายก่อนเวลาอันควร ถึงอย่างไรก็มีความทุกข์อยู่ดี
ไม่ว่าใครบางคนจะมั่งคั่งแค่ไหน เขาก็ยังคงมีประสบการณ์ของความทุกข์
มีความตายก่อนเวลาอันควร ไม่มีใครตายก่อนวัยอันควรในยุคทอง พวกเขาไม่เคยล้มป่วย
ในเวลานั้นพวกเขาเพียงแต่ละร่างหนึ่งและรับอีกร่างหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ
นั่นเรียกว่าดินแดนแห่งความสุข ผู้คนคิดว่าสิ่งต่างๆ
ของสวรรค์เป็นเพียงจินตนาการของลูก พวกเขาถามว่า สวรรค์มาจากไหน?
ลูกเข้าใจว่าลูกเป็นชาวสวรรค์และลูกใช้ 84 ชาติเกิด
การแสดงทั้งหมดนี้อยู่บนพื้นฐานของบารัต
ลูกรู้ว่าลูกกลายเป็นเทพที่บริสุทธิ์และนักรบเป็นเวลา 21 ชาติเกิด
แล้วลูกก็กลายเป็นพ่อค้าและศูทร เวลานี้ลูกกลายเป็นบราห์มินอีกครั้ง
กงจักรแห่งการตระหนักรู้ในตนเองนั้นง่ายดายมาก ชีพบาบานั่งที่นี่และอธิบายสิ่งนี้
ลูกเข้าใจว่าชีพบาบาได้มาในพาหนะของบราห์มา
ผู้ที่เป็นบราห์มาคือกฤษณะในตอนต้นของยุคทอง เขาได้ใช้ 84 ชาติเกิด
และกลับมาไม่บริสุทธิ์ แล้วพ่อก็เข้ามาในตัวเขาและรับเขามาเลี้ยง
พ่อตัวท่านเองพูดว่า พ่อรับการค้ำจุนของร่างกายของลูกและได้ทำให้ลูกเป็นของพ่อ
เวลานี้พ่อกำลังทำให้ลูกมีค่าควรแก่อำนาจในการปกครองสวรรค์
ผู้ที่กลับมามีค่าจะไปสู่อาณาจักร มารยาทที่ดีมากเป็นที่ต้องการสำหรับสิ่งนี้
สิ่งหลักคือความบริสุทธิ์ แม่ผู้ไร้เดียงสาถูกทำร้ายเพราะเหตุนี้
ในบางกรณีแม้กระทั่งผู้ชายก็ถูกทำร้าย พวกเขาเฝ้าแต่ก่อกวนกันและกันเพื่อกิเลส
เพราะมีผู้หญิงมากมายที่นี่ ชื่อ “กองทัพชัคตี” จึงได้รับการจดจำ
ขอคารวะต่อผู้เป็นแม่! เวลานี้ลูกได้ออกมาจากกองไฟของตัณหาราคะแล้ว
และกำลังนั่งอยู่บนกองไฟของความรู้นี้เพื่อที่จะกลับมาสวยงาม
ลูกได้นั่งอยู่บนกองไฟของตัณหาราคะมาตั้งแต่ยุคทองแดง
เป็นบราห์มินที่ไม่บริสุทธิ์ผู้ที่ผูกพันธะของการให้ยาพิษกับกันและกัน
ลูกคือบราห์มินที่ปราศจากกิเลส
ลูกยกเลิกสัญญานั้นและทำให้พวกเขานั่งบนกองไฟของความรู้นี้
ลูกได้กลับมาน่าเกลียดบนกองไฟของตัณหาราคะ
และเวลานี้ด้วยการนั่งอยู่บนกองไฟของความรู้นี้ ลูกกำลังจะกลับมาสวยงาม พ่อพูดว่า
ลูกอาจจะอาศัยอยู่ด้วยกัน แต่ลูกต้องสัญญาว่า ลูกจะไม่มีวันหมกมุ่นในกิเลส
เหตุนี้เองบาบาจึงให้แหวนให้ลูกสวม ชีพบาบาคือบาบาและเจ้าบ่าวด้วยเช่นกัน
ท่านคือรามของสีดาทั้งหมด เพียงท่านเท่านั้นคือผู้ชำระให้บริสุทธิ์
ไม่ใช่เรื่องของรามที่เป็นหัวหน้าของสกุลรากู
ผู้นั้นได้รับรางวัลนี้ในยุคบรรจบพบกัน
เป็นสิ่งผิดที่จะแสดงภาพเขาพร้อมด้วยลูกศรซึ่งเป็นสิ่งชี้บอกของความก้าวร้าวรุนแรง
ไม่ควรแม้แต่จะถูกแสดงในรูปภาพด้วยซ้ำ ลูกเพียงแต่ต้องเขียน “จันทราวงศ์” ลูกๆ
ควรอธิบายว่า ผ่านสิ่งนี้ชีพบาบาอธิบายความลับของวงจรแก่เรา
มีเรื่องราวของนารายณ์ที่แท้จริง เรื่องราวนั้นถูกแต่งขึ้นโดยมนุษย์
ไม่มีใครเปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดาเป็นนารายณ์ (ผ่านเรื่องราวนั้น)
ความหมายของเรื่องราวของนารายณ์ที่แท้จริง คือการเปลี่ยนจากมนุษย์ธรรมดาเป็นนารายณ์
ผู้คนเล่าเรื่องราวของความเป็นอมตะ แต่ไม่มีใครไปยังดินแดนแห่งความเป็นอมตะ
ดินแดนแห่งความตายดำเนินไปเป็นเวลา 2500 ปี
ผู้เป็นแม่รับฟังเรื่องราวของดวงตาที่สาม
อันที่จริงมันคือเรื่องราวของการให้ดวงตาที่สามของความรู้นี้
เวลานี้ลูกแต่ละดวงวิญญาณได้รับดวงตาที่สามของความรู้นี้แล้ว
และดังนั้นลูกต้องกลับมามีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
ฉันดวงวิญญาณกำลังจะกลายเป็นเทพผ่านร่างกายนี้ ฉันมีซันสการ์เหล่านี้ในตัวฉัน
มนุษย์ทั้งหมดมีสำนึกที่เป็นร่าง พ่อมาและทำให้ลูกมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ
ผู้คนพูดว่าดวงวิญญาณและดวงวิญญาณสูงสุดเป็นหนึ่งเดียวและเหมือนกัน
และพระเจ้าได้นำเอารูปมากมายทั้งหมดเหล่านั้นมาใช้ พ่อพูดว่า สิ่งนั้นผิด
นั่นเรียกว่าความหยิ่งยโสที่ผิดๆ และเป็นความรู้ที่ผิด พ่อบอกลูกว่าท่านคือจุด
ลูกไม่รู้สิ่งนี้มาก่อน และผู้นี้ก็ไม่รู้เช่นกัน เวลานี้พ่ออธิบายแก่ลูก
และดังนั้นจึงไม่ควรมีความสงสัยเกี่ยวกับสิ่งนี้ ควรจะมีศรัทธาที่มั่นคงว่า
อย่างแน่นอนบาบาพูดเพียงสัจจะเท่านั้น ผู้ที่มีสติปัญญาสงสัยจะถูกนำไปสู่การทำลาย
พวกเขาจะไม่ประกาศสิทธิ์ในมรดกที่สมบูรณ์
เพียงในการกลับมามีสำนึกที่เป็นดวงวิญญาณเท่านั้นที่มีความเพียรพยายาม
ขณะที่ทำอาหารจงเชื่อมสติปัญญาของลูกกับพ่อ ฝึกฝนสิ่งนี้ในทุกสถานการณ์
ขณะที่คลึงจาปาตี เฝ้าแต่จดจำผู้เป็นที่รักของลูก
ลูกจำเป็นต้องฝึกฝนสิ่งนี้ในทุกสิ่ง อยู่ในการจดจำระลึกถึงเมื่อใดก็ตามที่ลูกมีเวลา
เป็นเพียงด้วยการมีการจดจำระลึกถึงเท่านั้นที่ลูกจะกลับมาสาโทประธาน
ลูกมีเวลาแปดชั่วโมงที่จะทำงานของลูก ในระหว่างนั้นให้ไปและนั่งในสันโดษ
ลูกต้องให้คำแนะนำพ่อแก่ทุกคน ถ้าไม่ใช่วันนี้ พวกเขาก็จะรับฟังในวันพรุ่งนี้
พ่อก่อตั้งสวรรค์ เราเคยอยู่ในสรรค์และเวลานี้ได้กลายเป็นชาวนรก
เวลานี้เรากำลังจะได้รับมรดกของเราจากพ่ออีกครั้ง พ่ออธิบายให้กับชาวบารัต
ท่านมาในบารัตเท่านั้น ชาวซิกข์และชาวคริสเตียนก็มาด้วยเช่นกัน
ผู้คนมากมายจะมาในอนาคต ความรู้นี้เป็นไปสำหรับทุกคน
เพราะนี่คือการจดจำระลึกถึงที่ง่ายดายและมรดกที่ง่ายดายจากพ่อ
อย่างไรก็ตามลูกต้องกลับมาบริสุทธิ์อย่างแน่นอน
จงให้ทานนี้และเงามืดของลางร้ายจะถูกขจัดออกไป เวลานี้มีลางร้ายของราหูเหนือบารัต
และแล้วก็จะมีลางดีของดาวพฤหัสเป็นเวลา 21 ชาติเกิด
ก่อนอื่นมีลางดีของดาวพฤหัสแล้วก็ลางดีของดาวศุกร์
ผู้ที่เป็นของสุริยวงศ์มีลางดีของดาวพฤหัสและผู้ที่เป็นของจันทราวงศ์มีลางดีของดาวศุกร์
จากนั้นลางก็ลดลงไป ลางของราหูนั้นเลวร้ายที่สุด ดาวพฤหัสไม่ใช่กูรู
มีลางของเจ้าแห่งต้นไม้ เมื่อพ่อผู้เป็นเจ้าแห่งต้นไม้มา
ก็มีลางดีของดาวพฤหัสและดาวศุกร์ เมื่อราวันมามีลางร้ายของราหู
เวลานี้ลูกๆกำลังมีประสบการณ์ลางดีของดาวพฤหัส
เพียงแต่จดจำเจ้าแห่งต้นไม้และคงอยู่อย่างบริสุทธิ์ ก็เท่านั้นเอง! อัจชะ
ถึง ลูกๆ
ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รัก ที่จากหายไปนานและได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง
และสวัสดีตอนเช้าจากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเต กับลูกๆ ทางจิต
สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1.
ฝึกฝนการมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณในขณะที่ทำทุกสิ่ง
ทำความเพียรพยายามที่จะจบสิ้นความหยิ่งยโสของร่างกายของลูก
2.
เพื่อที่จะกลับมามีค่าควรแก่การมีอำนาจในการปกครองยุคทอง
จงมีกิริยามารยาทที่สูงศักดิ์ ความบริสุทธิ์คือประเภทที่สูงสุดของพฤติกรรม
เป็นเพียงด้วยการกลับมาบริสุทธิ์เท่านั้น ที่ลูกจะกลายเป็นนายของโลกที่บริสุทธิ์
พร:
ขอให้ลูกคงการตระหนักรู้ถึงคารันคาราวันฮาร์ (ผู้ที่ดลใจลูกให้กระทำและผู้ที่ตัวท่านเองกระทำ)
และมีประสบการณ์ของโยคะที่ง่ายดาย และดังนั้นจึงกลายเป็นตัวของความสำเร็จ
ขณะที่ปฏิบัติงานใดๆ
คงอยู่ในการตระหนักว่าใครคือผู้ที่เป็นกระดูกสันหลัง
ผู้เดียวที่ทำให้ลูกเป็นเครื่องมือ ลูกไม่สามารถประสบความสำเร็จในงานใดๆได้
โดยปราศจากผู้เป็นกระดูกสันหลัง ดังนั้น ขณะที่ทำงานใดๆ
เพียงแต่คิดว่าลูกเป็นเครื่องมือ
และเป็นพ่อผู้ทรงอำนาจตัวท่านเองที่ทำให้ทุกสิ่งสำเร็จ จงทำทุกสิ่งในสำนึกรู้นี้
และลูกจะเฝ้าแต่มีประสบการณ์ว่าโยคะนั้นง่ายดาย
แล้วโยคะที่ง่ายดายนี้ก็จะทำให้ลูกสามารถปกครองอาณาจักรได้อย่างง่ายดาย
ซันสการ์ของลูกที่นี่จะนำลูกไปที่นั่น
คติพจน์:
ความปรารถนาเป็นเหมือนเงา หากลูกหันหลังให้มัน มันก็จะตามลูกไป
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
สร้างสมคุณธรรมของความอ่อนหวานและความถ่อมตนเพื่อกลับมายิ่งใหญ่
ความอ่อนหวานเป็นคุณธรรมที่พิเศษอย่างยิ่ง
ที่กระทั่งทำให้ดินแดนที่เต็มไปด้วยความขมขื่นหวานชื่นอย่างมาก
พื้นฐานของการเปลี่ยนแปลงของลูกทั้งหมด คือคำพูดที่แสนหวานของบาบา: ลูกๆ ที่แสนหวาน
ลูกคือดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์และอ่อนหวาน คำพูดที่แสนหวานเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงลูก
ดริสตีที่อ่อนหวานของบาบาได้เปลี่ยนแปลงลูก ในทำนองเดียวกัน ด้วยความอ่อนหวานของลูก
ก็ทำให้ผู้อื่นอ่อนหวาน จงทำให้ปากของลูกหวานชื่น
รักษาของขวัญแห่งความอ่อนหวานนี้ไว้กับลูกอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการทำเช่นนี้
ลูกจะคงอยู่อย่างอ่อนหวานอยู่เสมอ และทำให้ผู้อื่นอ่อนหวานด้วยเช่นกัน