07.06.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
31.03.2010 Om Shanti Madhuban
คงอยู่ในความเคารพตนเองของการเป็นบรรพบุรุษและดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
และหล่อเลี้ยงทุกคนด้วยจิตใจของลูก โดยการให้สะกาชแก่ต้นไม้ทั้งต้น
วันนี้
บัพดาดากำลังมองดูดวงวิญญาณทั้งหมดของท่านในทุกหนแห่งผู้ซึ่งเป็นบรรพบุรุษและเป็นดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
ลูกพิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณบรรพบุรุษใช่หรือไม่?
ดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาอาศัยอยู่ที่ไหน?
จงนำต้นไม้ของลูกมาไว้ตรงหน้า แล้วมองดูสิว่าตำแหน่งของลูกอยู่ตรงไหนในต้นไม้นั้น
ลูกรู้ว่าที่อยู่ของลูกผู้เป็นบรรพบุรุษนั้นอยู่ที่ราก
ลูกอยู่ในรากของต้นไม้และอยู่ในลำต้นด้วย ดังนั้น
ต้นไม้ทั้งต้นจึงได้รับการหล่อเลี้ยงโดยผ่านราก
ลูกคือบรรพบุรุษผู้หล่อเลี้ยงและให้สะกาชแก่กิ่งก้านสาขาและใบไม้ทั้งหมดของทั้งต้นไม้
นอกจากจะเป็นบรรพบุรุษแล้ว ลูกก็ยังมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาด้วย
แม้แต่ใบไม้ใบสุดท้ายก็ยังได้รับสะกาชโดยผ่านลำต้น
ลูกสัมผัสได้ว่าตนเองเป็นผู้ที่ให้สะกาชแก่ต้นไม้ทั้งต้นหรือไม่?
ลูกมีความซาบซึ้งของการเป็นบรรพบุรุษผู้ให้สะกาชแก่ดวงวิญญาณทั้งหลายที่เป็นกิ่งก้านสาขาและใบไม้หรือไม่?
เช่นเดียวกับที่พ่อบราห์มาถูกกล่าวว่าเป็นปู่ทวด
ดังนั้นลูกซึ่งเป็นลูกของท่านและเป็นมิตรร่วมทางของท่านก็เป็นปู่ทวดผู้เป็นนายเช่นกัน
ดวงวิญญาณของต้นไม้ทั้งต้นถูกดึงดูดเข้ามาหาลูกผู้เป็นดวงวิญญาณบรรพบุรุษ
ลูกดวงวิญญาณบรรพบุรุษหล่อเลี้ยงพวกเขาด้วยพลังของลูก
พ่อหล่อเลี้ยงลูกดวงวิญญาณบรรพบุรุษทั้งหมด ท่านทำเช่นนั้นได้อย่างไร?
ด้วยพลังทั้งหมด ในทำนองเดียวกัน ในแง่ของการที่ลูกเป็นบรรพบุรุษ
ลูกคือผู้ที่หล่อเลี้ยงพวกเขาด้วยพลัง ในปัจจุบัน,ลูกสามารถเห็นได้ว่าดวงวิญญาณทั้งหลายไม่มีความสุข
พวกเขากำลังร้องเรียกหาเทพพิเศษของตนว่า "ได้โปรดมาปกป้องเราด้วย!
โปรดให้ความสงบแก่เรา! โปรดให้พลังแก่เรา! โอ้ มหาสมุทรแห่งการให้อภัย
ผู้เป็นบรรพบุรุษ โปรดหล่อเลี้ยงเราด้วย!"
ลูกซึ่งเป็นดวงวิญญาณบรรพบุรุษได้ยินเสียงนี้ในหูของลูกหรือไม่?
ลูกมีประสบการณ์ของการเป็นบรรพบุรุษของพวกเขาหรือไม่? มองดูต้นไม้ทั้งต้น
เนื่องจากดวงวิญญาณของศาสนาอื่นๆทั้งหมดคือกิ่งก้านสาขาและใบของต้นไม้
พวกเขาก็มองดูลูกด้วยสายตาเช่นนั้นเช่นกัน ลูกคือบรรพบุรุษของพวกเขาด้วยเช่นกัน
เมื่อใดก็ตามที่ลูกพบปะดวงวิญญาณของศาสนาใดๆ
ลูกพิจารณาว่าพวกเขาเป็นกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ของลูกหรือไม่? เมื่อพวกเขาพบปะลูก
พวกเขาก็พิจารณาว่าลูกเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา
ดวงวิญญาณเหล่านั้นมีความรู้สึกว่าลูกเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา
และพวกเขาควรมีความรู้สึกนั้น
ลูกมีความซาบซึ้งและความรู้สึกเมตตามากถึงขนาดนั้นหรือไม่?
พวกเขากำลังร้องไห้ออกมาด้วยความทุกข์ระทมว่า: "โปรดเมตตาด้วยเถิด!" ดังนั้น
ในตอนนี้ ตามเวลาแล้ว
ลูกทุกคนผู้เป็นดวงวิญญาณบรรพบุรุษต้องหล่อเลี้ยงพวกเขาผ่านทางจิตใจด้วยพลังของลูก
พวกเขาต้องการสิ่งนี้ในตอนนี้ ยิ่งลูกรักษาความซาบซึ้งของการเป็นบรรพบุรุษมากเท่าไร
ดวงวิญญาณเหล่านั้นก็จะได้รับการหล่อเลี้ยงจากลูกมากเท่านั้น โดยทั่วไปแล้ว
ในชีวิตทางโลกนี้ คนเราจะได้รับการหล่อเลี้ยงจากผู้ใหญ่เช่นกัน
พวกเขาเป็นผู้จัดหาและจัดการเรื่องอาหารและเครื่องดื่มสำหรับร่างกายของเรา
รวมถึงให้การศึกษาซึ่งเป็นแหล่งที่มาของรายได้ของเรา
เช่นเดียวกับที่พ่อหล่อเลี้ยงลูกทั้งหมดด้วยพลังต่างๆ ในทำนองเดียวกัน
เป็นหน้าที่ของลูกที่จะหล่อเลี้ยงกิ่งก้านสาขาและใบไม้ทั้งหมดของทั้งต้นไม้
ลูกดวงวิญญาณบรรพบุรุษมีความกระตือรือร้นเช่นนั้นหรือไม่?
ลูกมีความซาบซึ้งหรือไม่ว่าลูกเองก็เป็นดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาเช่นกัน?
ลองมองเข้าไปในละครทั้งเรื่องนี้
จะเห็นว่าไม่มีดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่หรือผู้ก่อตั้งศาสนาใดได้รับการกราบไหว้บูชาด้วยระเบียบวินัยในลักษณะเดียวกันกับที่ลูกดวงวิญญาณได้รับ
การกราบไหว้บูชาของลูกเป็นไปตามกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย: นั่นคือการทำอารตี (รูปแบบการกราบไหว้บูชาด้วยตะเกียงดินเผาบนถาด)
และการถวายโบ๊ก – ซึ่งไม่มีใครได้รับการกราบไหว้บูชาในลักษณะเช่นนี้
วิธีการที่ผู้คนจดจำระลึกถึงลูกและวิธีการที่ผู้คนร้องเพลงสรรเสริญลูกก็เป็นไปตามกฎเกณฑ์ระเบียบวินัยเช่นกัน
ไม่มีใครอีกแล้วที่จะได้รับการจดจำระลึกถึงในลักษณะนี้ ดังนั้น
นอกจากลูกจะเป็นบรรพบุรุษแล้ว ลูกยังเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาด้วย
ไม่มีใครในทั้งละครนี้ที่จะได้รับการกราบไหว้บูชาหรือได้รับการจดจำระลึกถึงในลักษณะเดียวกันกับลูกอีกแล้ว
ดังนั้น เมื่อเห็นลูกมีค่าควรแก่การการกราบไหว้บูชาและเป็นดวงวิญญาณบรรพบุรุษ
บัพดาดาจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง
บทเพลงนี้บรรเลงอยู่ในหัวใจของพ่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า: ว้า
บรรพบุรุษของฉันของทั้งต้นไม้และดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา! ว้า!
ในทุกวันนี้ บัพดาดาต้องการเห็นลูกทุกคนในรูปของความเคารพตนเอง ความทัดเทียมกับพ่อ
ความเพียบพร้อมและสมบูรณ์พร้อม สำหรับสิ่งนั้น ลูกๆต้องให้ความใส่ใจในสิ่งหนึ่ง
บัพดาดาเห็นว่าแม้ว่าลูกทุกคนจะเพียรพยายามอย่างดีมากแล้วก็ตาม
แต่ลูกแต่ละคนก็ต้องเพิ่มคำว่า "สะดา" (อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ)
เข้าไปในความพยายามเหล่านั้นด้วย ลูกต้องใส่ใจในเรื่องนี้ บัพดาดาถามลูกๆว่า:
เช่นเดียวกับที่บัพดาดาเห็นลูกทุกคนในรูปของความเคารพตนเองที่สูงส่ง
ในทำนองเดียวกัน ลูกได้พิจารณาว่าตนเองมีความเคารพตนเองที่สูงส่งเช่นนั้นหรือไม่?
บัพดาดาเห็นว่าแม้กระทั่งลูกๆในตอนนี้ก็ต้องการที่จะไปยังอาณาจักรของลูก
ลูกยังคงร้องเพลงนี้อยู่ในจิตใจว่า “ตอนนี้เราต้องกลับบ้านแล้ว
ตอนนี้เราต้องกลับบ้านแล้ว ตอนนี้เราต้องเดินทางกลับ” สำหรับสิ่งนี้
บัพดาดาได้เคยบอกลูกไว้ก่อนหน้านี้เช่นกันว่า
จงทำให้ตนเองไม่ว่างเว้นอยู่กับการทำงานรับใช้อย่างใดอย่างหนึ่งตลอดเวลา
บัพดาดาเห็นว่าลูกทุกคนยังคงมีความใส่ใจ มีความจริงจังและความกระตือรือร้น
ในการทำงานรับใช้ บัพดาดาได้ยินข่าวเกี่ยวกับการทำงานรับใช้ที่ดีมาก อย่างไรก็ตาม
เพื่อที่ลูกจะสามารถก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว
บัพดาดาจึงดึงความสนใจของลูกให้ลูกมีความใส่ใจเป็นพิเศษว่า
อย่าทำงานรับใช้ด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อลูกทำงานรับใช้
ให้ทำงานรับใช้สามประเภทไปพร้อมๆกัน นั่นคือ 1.ให้สะกาชด้วยจิตใจ 2.ให้ความรู้นี้ด้วยคำพูด
และ 3.ในการกระทำ ซึ่งก็คือ ในการติดต่อเชื่อมโยงกับผู้อื่นและในความสัมพันธ์
ให้ทำงานรับใช้ด้วยใบหน้าของลูก
ในลักษณะที่จะสร้างผลกระทบและส่งผลดีในงานรับใช้ที่ลูกทำไปพร้อมๆกันด้วย
จงทำงานรับใช้ทั้งสามประเภทไปพร้อมๆกัน
เพราะตอนนี้ดวงวิญญาณต้องการให้มีความแตกต่างในงานรับใช้ –
ว่าบางสิ่งควรเปลี่ยนแปลง ดังนั้น
ลูกสามารถทำงานรับใช้สามประเภทไปพร้อมๆกันได้หรือไม่? ลูกทำได้ไหม?
ลูกตรวจสอบหรือไม่ว่า เมื่อลูกทำงานรับใช้ด้วยคำพูด
งานรับใช้นั้นเกิดขึ้นผ่านจิตใจและการกระทำของลูกด้วยหรือไม่? นั่นคือ
การทำงานรับใช้เกิดขึ้นผ่านความสัมพันธ์และสายสัมพันธ์ของลูกหรือไม่?
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันหรือไม่?
ผู้ที่รู้สึกว่าตนเองกำลังทำงานรับใช้ทั้งสามประเภทนี้ไปพร้อมๆกัน ยกมือขึ้น!
ลูกทำงานรับใช้ทั้งสามประเภทใช่ไหม? ดังนั้น ตอนนี้ขอให้ทุกคนตั้งใจฟังให้ดี!
มันไม่ใช่แค่บางครั้งเท่านั้น แต่เกิดอะไรขึ้นรู้ไหม? ลูกกำลังทำงานรับใช้อยู่
แต่ขอให้มีความพอใจเกิดขึ้นภายในตัวลูกเองและกับเพื่อนร่วมทางของลูกด้วย
เพราะผลของงานรับใช้คือความพอใจและความสุข ดังนั้นลูกแต่ละคนจงตรวจสอบดูว่า
ลูกได้ทำงานรับใช้แล้ว แต่ดังที่ได้บอกลูกไปก่อนหน้านี้
จะมีความสุขในการทำงานรับใช้ได้ก็ต่อเมื่อตัวลูกเอง เพื่อนร่วมทางของลูก
และบรรยากาศโดยรอบอยู่ในกระแสของความพอใจ
ลูกเคยได้รับคำบอกกล่าวถึงสามสิ่งโดยเฉพาะสำหรับความสำเร็จในการทำงานรับใช้ที่ลูกทำ
ซึ่งลูกต้องจดจำสิ่งเหล่านั้นไว้ ประการแรก
งานรับใช้หมายถึงจิตสำนึกของการเป็นเครื่องมือ (nimit bhav) ประการที่สอง
ความรู้สึกที่บริสุทธิ์ (bhavna) และประการที่สาม คำพูดที่บริสุทธิ์และอ่อนหวาน.
ความตั้งใจหรือเจตนา (bhav) ความรู้สึกที่บริสุทธิ์ (bhavna) และธรรมชาติ (swabhav)
เมื่อสิ่งเหล่านี้รวมกันในงานรับใช้ที่ลูกทำ ลูกเองก็จะมีความพอใจ
เพื่อนร่วมทางของลูกก็จะพอใจ และผู้ที่ลูกรับใช้ก็จะก้าวหน้าต่อไปเรื่อยๆ
ผู้ที่มีจิตสำนึกของการเป็นเครื่องมือจะสร้างความสัมพันธ์กับพ่อ
หากไม่มีจิตสำนึกของการเป็นเครื่องมือ พวกเขาก็จะไม่สามารถเข้ามาใกล้พ่อได้ ดังนั้น
เมื่อใดก็ตามที่ลูกกำลังทำงานรับใช้ จงตรวจสอบว่าเจตนาหรือความตั้งใจ ความรู้สึก
และธรรมชาติของลูกนั้นถูกต้องแม่นยำหรือไม่ ในปัจจุบัน
บัพดาดาได้เห็นว่าสิ่งหลักคือ ไม่ว่าลูกแต่ละคนจะไปทำงานรับใช้ที่ไหนก็ตาม
จงตรวจสอบดูว่าเพื่อนร่วมทางของลูกอยู่อย่างพอใจหรือไม่
ความสำเร็จในงานรับใช้ที่ลูกทำคือการได้รับผลของความพอใจและความสุข นอกจากนี้
บัพดาดายังส่งสัญญาณในเรื่องหนึ่งว่า ในขณะที่เดินและเคลื่อนไหวไปมา
และในขณะที่อยู่ร่วมกันในชุมนุม
จะมีใครคนใดคนหนึ่งอยู่กับลูกเสมอเมื่อลูกกำลังทำงานรับใช้
ดังนั้นจงมองกันและกันอย่างเป็นดวงวิญญาณ ลูกมองกันและกันอย่างเป็นดวงวิญญาณ
ลูกฝึกฝนสิ่งนั้นอยู่แล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อลูกมองไปที่ดวงวิญญาณนั้น
ลูกมองเห็นดวงวิญญาณนั้นในรูปของซันสการ์ดั้งเดิมของเขาหรือไม่?
หรือว่าลูกเห็นซันสการ์ที่ผสมปนเปกันของดวงวิญญาณนั้นด้วย?
ลูกได้สอบผ่านในการมองเห็นผู้อื่นเป็นดวงวิญญาณแล้ว
แต่ลูกมองดวงวิญญาณเหล่านั้นด้วยซันสการ์แบบไหน?
ลูกสร้างสายสัมพันธ์กับดวงวิญญาณเหล่านั้นด้วยซันสการ์ดั้งเดิมของพวกเขาหรือไม่?
หรือว่าซันสการ์ในปัจจุบันของพวกเขาก็ยังมาปรากฏอยู่ตรงหน้าลูกด้วย ดังนั้น
พ่อจึงพูดว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก่อนอื่น ให้มองทุกคนเป็นดวงวิญญาณ
แต่ให้มองเห็นดวงวิญญาณนั้นในรูปของซันสการ์ดั้งเดิมของเขา
แล้วสิ่งต่างๆที่บางครั้งเกิดขึ้นในระหว่างลูกๆก็จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ในปัจจุบัน
ลูกมองที่ดวงวิญญาณ แต่ไม่ว่าซันสการ์ในปัจจุบันของแต่ละดวงวิญญาณนั้นจะเป็นอย่างไร
ซันสการ์เหล่านั้นก็จะปรากฏให้ลูกเห็นด้วยเช่นกัน
ดังนั้นจึงมีช่องว่างในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมที่ควรจะมีระหว่างกัน ดังนั้น
จงมองดูแต่ละดวงวิญญาณด้วยซันสการ์ดั้งเดิมของเขา
แล้วอุปสรรคที่เกิดขึ้นในชุมนุมก็จะจบสิ้นลง
ครอบครัวบราห์มินนี้เป็นครอบครัวที่สูงส่ง มีการยกย่องครอบครัวนี้เป็นอย่างยิ่ง
ลูกจะไม่พบครอบครัวของพระเจ้านี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ลูกจะพบครอบครัวของพระเจ้านี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นในทั้งวงจร
ตลอดทั้งวงจรนี้ลูกจะไม่พบครอบครัวที่ใหญ่โตเช่นนี้อีกแล้ว
การที่จะรับรู้ถึงความพิเศษของครอบครัวนี้และการเคลื่อนไปพร้อมกับครอบครัวนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่เช่นกัน
ลูกเคยได้รับการบอกกล่าวมาก่อนหน้านี้เช่นกันว่า รากฐานของความรู้นี้คือความศรัทธา
และมีความศรัทธาอยู่สี่ประเภทในความศรัทธานี้ ได้แก่: ความศรัทธาในพ่อ –
ซึ่งรวมถึงดาด้าด้วย จากนั้นคือความศรัทธาในความรู้นี้ ความศรัทธาในละคร
และความศรัทธาในครอบครัว ลูกคือผู้ที่สติปัญญามีความศรัทธา
ดังนั้นลูกจึงกลายเป็นผู้ที่เพียรพยายามได้อย่างง่ายดาย
เช่นเดียวกับที่ลูกมีความศรัทธาในบัพดาดา
ดังนั้นการมีความศรัทธาในครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน
เวลาที่ลูกกำลังแพ็คสิ่งของลูกจะทำอย่างไร? ลูกจะมัดให้มันแน่นหนาในทั้งสี่ด้าน
หากลูกไม่ทำให้มันแน่นหนาแม้เพียงด้านเดียว สิ่งของข้างในก็จะสั่นคลอน
ในทำนองเดียวกัน พ่อ ความรู้นี้ และภายในความรู้นี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งละครและครอบครัว หากทั้งสี่สิ่งนี้ไม่แข็งแกร่ง
ก็จะมีอุปสรรคเกิดขึ้น และลูกจะต้องใส่ใจกับการเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้น ดังนั้น
การตระหนักถึงครอบครัว การมีความรักต่อครอบครัว และความเข้าใจซึ่งกันและกัน
สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ลูกแต่ละคนคือบรรพบุรุษ ลูกมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
และดังนั้นลูกต้องนำสิ่งเหล่านี้เข้ามาในตัวลูกเองและเพื่อนร่วมทางของลูก
ไม่ว่าลูกจะเป็นเช่นไร ลูกก็ตามลำดับกันไป อย่างไรก็ตาม
งานพิเศษของครอบครัวบราห์มินคือการให้พรและรับพร ลูกบางคนพูดว่า: คนอื่นโกรธ
แล้วพวกเขาจะรับพรได้อย่างไร? พวกเขาจะไม่รับพร พวกเขาจะโกรธ บัพดาดาพูดว่า: โอเค
ถ้าหากเป็นเพราะซันสการ์ของพวกเขา พวกเขาให้ความปรารถนาร้าย
และลูกปรารถนาที่จะให้พรแก่พวกเขา แต่เป็นเพราะพวกเขาให้ความปรารถนาร้าย…
ถ้าพวกเขากำลังให้ความปรารถนาร้าย ใครล่ะคือผู้ที่จะรับสิ่งเหล่านั้นไว้?
ตัวลูกหรือคนอื่นที่เป็นคนรับ? พวกเขาเป็นฝ่ายให้ และลูกเป็นฝ่ายรับ
แล้วทำไมลูกถึงไปยอมรับความปรารถนาร้ายของพวกเขาล่ะ?
หากลูกมองดูดวงวิญญาณในรูปของซันสการ์ดั้งเดิมของพวกเขา ลูกจะมีความเมตตา
จงปกป้องตนเองให้ปลอดภัย! อย่ารับความปรารถนาร้ายของพวกเขา
เพราะลูกคือผู้เลือกที่จะรับ อย่าให้และอย่ารับสิ่งเหล่านั้น
ตอนนี้บัดดาดากำลังให้การบ้านแก่ลูกในวันนี้และจนกว่าบาบาจะมาในครั้งต่อไป
เมื่อใดก็ตามที่ลูกมองดูดวงวิญญาณอื่นในฐานะที่เป็นดวงวิญญาณ
อย่าได้มองดูดวงวิญญาณนั้นในรูปของซันสการ์ปัจจุบันของเขา เมื่อลูกพูดว่า "ดวงวิญญาณ"
ให้มองดวงวิญญาณนั้นในรูปของซันสการ์ดั้งเดิมของเขา
เมื่อลูกสร้างความสัมพันธ์กับดวงวิญญาณนั้นหรือมองดูดวงวิญญาณนั้น
ให้มองดูดวงวิญญาณนั้นด้วยสายตานั้น
แล้วอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาซึ่งคอยขัดขวางไม่ให้ความเพียรพยายามของลูกเข้มข้นขึ้น,ก็จะไม่เกิดขึ้น
หากในตอนนี้ลูกเปลี่ยนทัศนคติและสายตาของลูก สถานการณ์ต่างๆทั้งหมดก็จะจบสิ้นลง
ในสถานการณ์ใดก็ตามที่ลูกมองดูดวงวิญญาณ
บัพดาดาได้เคยบอกลูกไว้ก่อนหน้านี้แล้วเช่นกันว่า
มันเป็นหน้าที่ของลูกทุกคนในครอบครัวบราห์มินที่จะต้องให้ความปรารถนาดีและความรู้สึกที่บริสุทธิ์อยู่เสมอ
และรับความปรารถนาดีและความรู้สึกที่บริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน
จงมองดูดวงวิญญาณด้วยซันสการ์เหล่านั้น แล้วเคลื่อนไปตามนั้น
บาบาจะบอกลูกอีกสิ่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้ก็เคยบอกลูกไปแล้วเช่นกันว่า บางครั้ง
เมื่ออยู่ในชุมนุม ลูกอาจถูกดึงดูดให้มองดูผู้อื่น (par-darshan) การคิดถึงผู้อื่น
(par-chintan) และการทำตามคำสั่งของผู้อื่น (par-mat) ตอนนี้ให้ลูกตัด "par"
ทั้งสามนี้ออกไป แล้วเหลือไว้เพียง "par" เดียวเท่านั้น นั่นคือ "par-upkar" (การยกระดับผู้อื่น)
ลูกต้องยกระดับผู้อื่นให้สูงขึ้น ลูกคือผู้ที่ยกระดับผู้อื่น
ธรรมชาติของบราห์มินคือการยกระดับผู้อื่น อย่ามองดูผู้อื่น จงตัด "par" นั้นออกไป
ทั้งสามสิ่งนั้นก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
นี่คือเหตุผลที่ลูกต้องจดจำความเคารพตนเองอยู่เสมอ
ความเคารพตนเองของตัวฉันเองในฐานะที่เป็นดวงวิญญาณบราห์มินคือการยกระดับจิตใจผู้อื่นให้สูงขึ้น
ในฤดูกาลต่อไป บัพดาดาต้องการที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ในลูกแต่ละคน
สิ่งนี้เป็นไปได้ไหม? ยกมือขึ้น! ลูกทุกคนเก่งในเรื่องการยกมือมาก! แล้วลูกจะทำอะไร?
มันเป็นเรื่องที่ดีมาก บัพดาดาขอแสดงความยินดี จงดึงความสนใจซึ่งกันและกันต่อไป
ลูกจะทำอะไร? ทุกคืนก่อนที่จะไปเข้านอน ก่อนที่จะพูดว่า "ราตรีสวัสดิ์" (Good
night) กับบัพดาดา
ให้นำเสนอชาร์ตทั้งหมดของลูกต่อบัพดาดาว่าลูกได้ทำอะไรที่ดีหรือไม่ดีไปบ้าง
ให้ส่งชาร์ตของลูกไม่ว่าอะไรก็ตามที่ลูกได้ทำลงไป ทำให้สติปัญญาของลูกว่างเปล่า
แล้วจึงพูดว่า "ราตรีสวัสดิ์" พูดคำว่า "ราตรีสวัสดิ์" กับพ่อ
แล้วเข้านอนโดยจดจำระลึกถึงพ่อ แล้วลูกจะนอนหลับได้เป็นอย่างดี
ก่อนอื่นจงทำให้ตนเองว่างเปล่า อย่าเก็บสิ่งใดไว้ในสติปัญญา
เมื่อลูกให้ชาร์ตทั้งหมดของลูกแก่พ่อแล้ว ลูกก็ไม่จำเป็นต้องไปยังดินแดนดารามราช
พระผู้เป็นเจ้าพอใจกับหัวใจที่ซื่อสัตย์ ดังนั้น ลูกจึงได้รับการบ้านไปทำ ประการแรก
ลูกสามารถทำงานรับใช้ได้ในขณะที่เดินและเคลื่อนไหวไปมาในรูปของบรรพบุรุษและเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
พ่อเห็นว่าลูกสาวจานาก แม้ว่าสุขภาพของเธอจะไม่ค่อยดี
แต่เธอก็ยังให้สะกาชด้วยจิตใจของเธอไปที่งานรับใช้ในเมืองการาจี
ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นเครื่องมือสำหรับสิ่งนี้
ผู้นี้ได้ทำสิ่งนี้ในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง ดวงวิญญาณที่นั่นได้รับสะกาช
และพวกเขากำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น ดังนั้น
บัพดาดาจึงเห็นตัวอย่างในทางปฏิบัติเช่นนั้น
และดังนั้นลูกทุกคนก็สามารถทำเช่นนั้นได้เช่นกัน
ลูกสามารถทำให้คลื่นแห่งความสุขไปถึงผู้ที่ไม่มีความสุขและผู้ที่กำลังร้องไห้
เหล่าผู้เลื่อมใสศรัทธาของลูกกำลังร้องเรียกหาลูกว่า "เมื่อไรเทพของเราจะมาและเมตตาต่อเรา?"
ลูกอาจจะไม่ได้ยินเสียงนั้น แต่พ่อได้ยินเป็นอย่างมาก
พวกเขากำลังร้องเรียกหาลูกทุกคนผู้เป็นเทพพิเศษ
ลูกอาจไม่รู้ว่าใครคือผู้เลื่อมใสศรัทธาของลูก แต่ผู้เลื่อมใสศรัทธาเหล่านั้นรู้
พวกเขากำลังร้องเรียกหาอยู่
ลูกๆแต่ละคนที่เป็นดวงวิญญาณบราห์มินล้วนมีผู้เลื่อมใสศรัทธา
แม้ว่าลูกบางคนอาจจะหย่อนยานบ้างเล็กน้อยหรือบางคนก็ฉลาด
ลูกก็มีผู้เลื่อมใสศรัทธาเช่นกัน ลูกกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางราก
ดังนั้นลูกจึงมีบทบาทในการให้สะกาช ดังนั้นตอนนี้
จงเพิ่มการทำงานรับใช้ด้วยจิตใจของลูกให้มากขึ้น ยิ่งลูกไม่ว่างเว้นมากเท่าไหร่
ลูกก็จะยิ่งเป็นอิสระจากอุปสรรคมากขึ้นเท่านั้น ลูกทำสิ่งนี้ได้ใช่ไหม?
ลูกรู้วิธีรับใช้ด้วยจิตใจใช่ไหม? ลูกรู้หรือไม่? ผู้ใดรู้ ยกมือขึ้น! โอเค
เอามือลงได้! ลูกรู้ โอเค ผู้ใดที่ยังคงทำสิ่งนี้อยู่เรื่อยๆเป็นประจำในทางปฏิบัติ
ยกมือขึ้น! ลูกยังคงทำเช่นนี้อยู่ใช่ไหม? โอเค
ลูกทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมออย่างเป็นระเบียบวินัย
หรือทำเพียงแค่บางครั้งบางคราวเท่านั้น? ถ้าลูกทำเพียงแค่บางครั้ง
ก็จงทำให้เป็นประจำสม่ำเสมอ และถ้าลูกทำเพียงเล็กน้อย ก็จงเพิ่มให้มากขึ้น
เพราะรากฐานของทั้งวงจรคือผลของงานรับใช้ที่ลูกทำในเวลาปัจจุบัน
ไม่ว่าลูกจะเป็นผู้กราบไหว้บูชาหรือผู้ที่จะประกาศสิทธิ์ในอาณาจักร
รากฐานของทั้งสองสิ่งคืองานรับใช้ที่ลูกทำในปัจจุบัน สภาพของลูกในปัจจุบัน
คำพูดของลูกในปัจจุบัน และความสัมพันธ์และสายสัมพันธ์ของลูกในปัจจุบัน
นี่คือเหตุผลที่บัพดาดาต้องการเช่นนั้น ในครั้งต่อไป
เมื่อลูกมาพบปะกันสำหรับครั้งแรก… ลูกคงกำลังคิดว่าพ่อจะถามว่า:
สิ่งนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงเมื่อไหร่? นี่หมายความว่าลูกต้องพร้อมอยู่เสมอ
ด้วยเหตุนี้ผลลัพธ์ของทุกคนจะถูกนำมาพิจารณาในการพบปะครั้งแรก
เปอร์เซ็นต์จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่ในตอนนี้ อันที่จริง
บัพดาดาได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า: ถ้าลูกจะทำอะไร ก็จงทำเดี๋ยวนี้ ตอนนี้
ไม่ใช่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ลูกร้องเพลงมากมายของคำว่า "บางครั้ง" ให้กับบัพดาดา
ลูกร้องเพลงที่ดีมากมาย แต่บัพดาดาไม่ชอบเพลงของคำว่า "บางครั้ง"
ท่านชอบเพลงของคำว่า "ตอนนี้, เดี๋ยวนี้" การให้ทานในทันทีจะนำมาซึ่งบุญที่ยิ่งใหญ่
ดังนั้น ลูกเข้าใจไหมว่าลูกต้องทำอะไรในปีหน้า? อัจชะ
บัพดาดาดีใจที่ได้เห็นลูกๆในทุกหนแห่ง
เพราะบัพดาดาไม่ปรารถนาที่จะทำสิ่งใดด้วยตัวท่านเองเพียงลำพังโดยปราศจากลูกๆ
นี่คือเหตุผลที่ท่านยังคงปลุกเรียกลูกทุกวัน ลูกๆผู้เพียรพยายามอย่างแรงกล้า ลูกๆ
ที่แสนหวาน ลูกๆ ที่น่ารัก ตอนนี้ ไปกันเถอะ!
ลูกๆทุกคนจากจากทุกหนแห่ง
ไม่ว่าลูกจะนั่งอยู่เบื้องหน้าบัพดาดาโดยส่วนตัวหรือจะนั่งที่ใดก็ตาม
ลูกทุกคนกำลังจดจำระลึกถึงพ่อ แล้วพ่อกำลังระลึกถึงใคร?
ท่านกำลังระลึกถึงลูกๆทุกคนในทุกหนแห่ง เพราะสำหรับลูกทุกคน
พ่อมีความหวังว่าลูกทุกคนจะต้องกลับมาทัดเทียมกับพ่ออย่างแน่นอน
พ่อมีความหวังในตัวลูกแต่ละคน แม้ว่าท่านจะรู้ว่าลูกนั้นตามลำดับกันไป
และลูกทุกคนจะต้องกลับมาสมบูรณ์ตามลำดับของลูกใช่ไหม?
บาบายังคงเห็นความเพียรพยายามของแต่ละคน ตามที่ลูกแต่ละคนกำลังทำอยู่
พ่อรู้สึกถึงความรักอันมากมาย เมื่อลูกเพียรพยายาม
ท่านก็รู้สึกเปี่ยมด้วยความรักมากมาย
และปรารถนาที่จะให้ลูกเป็นอิสระจากความลำบากตรากตรำ จงหลุดหายไปในความรัก
ยิ่งลูกหลุดหายไปในความรักมากเท่าไหร่
ลูกก็ยิ่งต้องใช้ความพยายามให้น้อยลงมากเท่านั้น นอกจากนี้
เมื่อบัพดาดาขอให้ลูกยกมือขึ้นเพื่อแสดงความรักต่อพ่อ ลูกทุกคนก็ยกมือขึ้นสูงมาก
พ่อยอมรับว่าลูกมีความรักต่อท่าน และลูกส่วนใหญ่ก็สอบผ่านในวิชาความรักนี้
แต่เมื่อใดที่ลูกติดกับอยู่ในสถานการณ์ต่างๆ ลูกกลับหลงลืมพ่อไป
ความรัก ความระลึกถึง
ความห่วงใยและความเอาใจใส่มากมายหลายล้านเท่าจากหัวใจของบัพดาดาส่งถึงลูกๆทุกคนในทุกหนแห่ง
ถึงทุกคน ถึงลูกทุกคนที่เป็นนาย พ่อขอส่งคำทักทายและคำอวยพรนับร้อยนับพันมาให้
จงโบยบินต่อไปและทำให้ผู้อื่นโบยบินด้วย อัจชะ
พร:
ขอให้ลูกไม่มีตัวตน
และใช้เครื่องประดับทั้งหมดของลูกด้วยสภาพของตนเองเพื่อเอาชนะทุกสถานการณ์ที่เลวร้าย
ผู้ที่เก็บรักษาเครื่องประดับทั้งหมดไว้กับตนเองจะไม่มีวันหยิ่งยโสในร่างกายของตนเลย
การเป็นผู้ไม่มีตัวตนและการใช้เครื่องประดับทั้งหมดของลูกคือความหมายของการเป็นมานมานาบาฟและมาเดียจิบาฟ
เมื่อลูกมั่นคงอยู่ในสภาพดั้งเดิมของตนเอง
ลูกก็จะสามารถเอาชนะทุกสถานการณ์ที่เลวร้ายได้อย่างง่ายดาย
แล้วธรรมชาติหรืออุปนิสัยเก่าๆที่แตกต่างกันไปของลูกจะหมดสิ้นไปด้วยการทำเช่นนี้
เมื่อลูกเห็นความตั้งใจที่แท้จริงของตนเองซึ่งเป็นดวงวิญญาณ
ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของธรรมชาติหรือนิสัยจะจบสิ้นลง
จากนั้นลูกก็จะสามารถพัฒนาพลังในตัวเองเพื่อเผชิญกับทุกสถานการณ์ได้
คติพจน์:
เพียงแค่ลูกก้าวออกมาหนึ่งก้าวในจิตใจของลูก
พ่อจะก้าวออกมาหนึ่งพันก้าวเพื่อให้ความร่วมมือกับลูก
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
คงอยู่อย่างสดชื่นแจ่มใส มีธรรมชาติที่ง่ายดาย และอดทนอย่างสม่ำเสมอ
ผู้ที่ไม่มองอดีตของตนเองหรืออดีตของผู้อื่น
และสามารถใส่จุดฟูลสต๊อปหยุดเรื่องราวในอดีตเหล่านั้นลงได้ในหนึ่งวินาที
คือผู้ที่มีธรรมชาติที่ง่ายดาย จากการมีธรรมชาติที่ง่ายดายของพวกเขานี้
ลูกจะสามารถมองเห็นความความอ่อนหวานและความร่าเริงเบิกบานในทางปฏิบัติสะท้อนออกมาทางดวงตา
ใบหน้า และการกระทำของพวกเขา ผู้ที่มีธรรมชาติที่ง่ายดายนี้
จะทำให้ผู้อื่นมีธรรมชาติที่ง่ายดายตามไปด้วย การมีธรรมชาติที่ง่ายดายหมายความว่า
ไม่ว่าลูกจะได้ยิน ได้เห็น หรือได้ทำสิ่งใด สิ่งนั้นต้องมีสาระสำคัญ
และลูกจะเลือกรับเอาไว้เฉพาะสิ่งที่เป็นสาระสำคัญเท่านั้น