10.09.26       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน พ่อมาเพื่อทำให้ลูกผู้กราบไหว้บูชากลับมาเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา ลูกเท่านั้นที่รู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดของการเปลี่ยนจากการเป็นผู้กราบไหว้บูชาไปเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา และจากการเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาเป็นผู้กราบไหว้บูชา

คำถาม:
อะไรคือสิ่งที่ผู้คนในโลกคิดว่าเป็นไปไม่ได้แต่ลูกนำมาใช้ในชีวิตของลูกได้อย่างง่ายดาย?

คำตอบ:
ผู้คนในโลกคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะอาศัยอยู่ในครอบครัวและยังคงรักษาความบริสุทธิ์ ในขณะที่ลูกได้นำสิ่งนี้มาใช้อย่างง่ายดายเพราะลูกรู้ว่าลูกจะได้รับอำนาจการปกครองสวรรค์ด้วยสิ่งนี้ ดังนั้น นี่เป็นข้อตกลงที่ไม่แพงมาก

เพลง:
ใครที่มาที่นี่ในเวลาเช้าตรู่?

โอมชานติ
ความมืดและรุ่งอรุณ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงสำหรับโลก นั่นเป็นเรื่องที่ธรรมดา ตอนเช้าของลูกๆ นั้นไม่ธรรมดา ไม่มีใครในโลกรู้ว่าความมืดคืออะไรหรือรุ่งอรุณคืออะไร แท้จริงแล้วความมืดและรุ่งอรุณเกิดขึ้นในยุคแห่งการบรรจบพบกันที่เป็นสิริมงคลที่สุดของวงจร ความมืดของความไม่รู้เวลานี้กำลังถูกขจัดออกไป ผู้คนร้องเพลงว่า: เมื่อพระอาทิตย์แห่งความรู้ขึ้น ความมืดของความไม่รู้ก็ถูกขจัดออกไป พระอาทิตย์นั้นให้แสงสว่าง สิ่งนี้กล่าวถึงพระอาทิตย์แห่งความรู้ ความเลื่อมใสศรัทธากล่าวกันว่าเป็นความมืดและความรู้เรียกว่าแสงสว่าง ลูกๆ รู้ว่ารุ่งอรุณขณะนี้กำลังมาถึง ความมืดของความเลื่อมใสศรัทธากำลังจะสิ้นสุดลง ความเลื่อมใสศรัทธาเรียกได้ว่าเป็นความไม่รู้เพราะไม่มีใครในพวกเขาที่มีความรู้ใดๆเกี่ยวกับผู้ที่เขากราบไหว้บูชา สิ่งนั้นเป็นการสูญเสียเวลา การกราบไหว้บูชาตุ๊กตายังคงดำเนินต่อไป การกราบไหว้บูชาตุ๊กตาได้ดำเนินมาเป็นเวลาครึ่งวงจร ควรมีความรู้อย่างเต็มที่เกี่ยวกับผู้ที่ลูกกราบไหว้บูชา สกุลของเทพนั้นมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา พวกเขามีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาแล้วก็กลายเป็นผู้กราบไหว้บูชา เรื่องราวของการเป็นผู้กราบไหว้บูชาจากการมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา และจากการเป็นผู้กราบไหว้บูชากลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชานั้นยาวและซับซ้อน ผู้คนไม่เข้าใจแม้กระทั่งความหมายของคำว่าผู้กราบไหว้บูชาและมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดมาเพียงในยุคแห่งการบรรจบพบกันเมื่อความมืดถึงจุดสิ้นสุดเท่านั้น ท่านมาเพื่อนำรุ่งอรุณมา อย่างไรก็ตาม แทนที่จะเป็นยุคแห่งการบรรจบพบกันของวงจร พวกเขาเขียนว่าท่านมาในทุกยุค เมื่อทั้งสี่ยุคมาถึงจุดจบ โลกเก่าจบสิ้นและโลกใหม่เริ่มต้นขึ้น ดังนั้นสิ่งนี้จึงเรียกว่ายุคแห่งการบรรจบพบกันที่ให้คุณประโยชน์ ในขณะนี้ทุกคนเป็นผู้อาศัยของนรก เมื่อมีคนตายผู้คนก็พูดว่าเขาได้ไปสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงอยู่ในนรกอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเชื่อว่าพวกเขาอยู่ในนรก ราวันได้ล็อคสติปัญญาของทุกคนอย่างสมบูรณ์ สติปัญญาของทุกคนนั้นตายไปแล้วอย่างสมบูรณ์ พ่ออธิบายว่าผู้คนของบารัตมีสติปัญญาที่ไร้ขีดจำกัดมากที่สุด เมื่อสติปัญญาของพวกเขากลายเป็นหินอย่างสมบูรณ์เท่านั้นที่พวกเขามีประสบการณ์กับความทุกข์ ตามแผนของละคร ทุกคนต้องกลับมาปราศจากการรู้คิด เป็นมายาที่ทำให้ลูกสิ้นคิด ผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชากล่าวได้ว่ารู้คิด ในขณะที่ผู้ที่กราบไหว้บูชากล่าวได้ว่าสิ้นคิด พวกเขาพูดว่า: ฉันเป็นคนบาปที่ตกต่ำ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่รู้ว่าเมื่อใดที่พวกเขาเคยรู้คิด มายาราวันได้เปลี่ยนสติปัญญาของลูกให้กลายเป็นหินอย่างสมบูรณ์ ขณะนี้ลูกเข้าใจว่าลูกเคยมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาและเวลานี้ลูกได้กลับมาเป็นผู้กราบไหว้บูชา ขณะนี้ลูกมีประสบการณ์ของความสุข ลูกได้ร้องเรียกมาหลายวันเพื่อความสงบและเพื่อที่จะได้รับการปลดปล่อยจากวงจรของการเกิดเเละการตาย อย่างไรก็ตาม ไม่มีสติปัญญาของใครที่มีความรู้ว่าจะได้รับการหลุดพ้นจากโซ่ตรวนของมายาได้อย่างไร ลูกรู้ว่าลูกยังคงเฝ้าแต่ลงบันไดมา ในยุคทองลูกลงมาอย่างช้าๆ สิ่งนี้ใช้เวลา ต้องใช้เวลานานที่จะลงบันไดของความสุข ลูกลงบันไดของความทุกข์อย่างรวดเร็วมาก ในยุคทองและยุคเงินลูกใช้ 21 ชาติเกิด และในยุคทองแดงและยุคเหล็กลูกใช้ 63 ชาติเกิด ช่วงอายุขัยก็สั้นลง ขณะนี้ลูกรู้ว่าสภาพของการขึ้นสูงของลูกเป็นเพียงแค่การดีดนิ้วมือเดียวของลูกเท่านั้น เป็นที่จดจำกันว่ากษัตริย์จานาคได้รับการหลุดพ้นในชีวิตในเวลาเพียงหนึ่งวินาที อย่างไรก็ตาม ผู้คนไม่เข้าใจความหมายของ “การหลุดพ้นในชีวิต” มีเพียงกษัตริย์จานาคผู้เดียวที่ได้รับการหลุดพ้นในชีวิตหรือว่าทั้งโลก? ล็อคบนสติปัญญาของลูกเวลานี้ได้เปิดออกแล้ว เมื่อบางคนมีสติปัญญาที่ทึบ ผู้คนก็พูดว่า: ขอให้พระเจ้าให้สติปัญญาที่ดีแก่ผู้นั้น! ไม่มีสิ่งเช่นนี้ในยุคทอง มีบัญชีของแม้กระทั่งดวงวิญญาณเหล่านั้นที่อยู่แยกห่างจากดวงวิญญาณสูงสุดมาเป็นเวลานาน เมื่อพ่ออยู่ในอาณาเขตสูงสุด ดวงวิญญาณที่อยู่กับท่านในเวลานั้นในดินแดนแห่งการหลุดพ้นและต่อมาพวกเขาก็ลงมาที่นี่ในเวลาสุดท้าย พวกเขาใช้เวลาที่ยาวนานที่นั่น เราอยู่ที่นั่นเพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น เราคือผู้ที่แยกห่างจากพ่อก่อน เหตุนี้เองจึงมีการร้องเพลงว่า: ดวงวิญญาณได้อยู่อย่างแยกห่างจากดวงวิญญาณสูงสุดมาเป็นเวลานาน ผู้ที่แยกห่างจากพ่อเป็นเวลาที่ยาวนานเวลานี้ได้พบกับพ่อแล้ว พ่อไม่ได้พบกับผู้ที่อยู่กับท่านที่นั่นเป็นเวลานาน พ่อพูดว่า: พ่อมาสอนลูกโดยเฉพาะ เมื่อพ่ออยู่กับลูกๆ ทุกคนก็ได้รับคุณประโยชน์ ขณะนี้เป็นเวลาชำระสะสางสำหรับทุกคน ขณะนี้ทุกคนต้องชำระสะสางบัญชีกรรมของพวกเขาและกลับบ้านและลูกจะได้รับโชคแห่งอาณาจักรของลูก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสติปัญญาของผู้ใด ผู้คนร้องเพลงว่า: โอ้ พระเจ้า พ่อ ผู้ปลดปล่อย ผู้นำทาง! ท่านปลดปล่อยเราจากความทุกข์และกลายเป็นไกด์ผู้นำทางเราไปสู่ดินแดนแห่งความสงบ ท่านไม่ได้เป็นผู้นำทางที่พาเราไปสู่ดินแดนแห่งความสุข ท่านนำดวงวิญญาณไปสู่ดินแดนแห่งความสงบ สถานที่ซึ่งดวงวิญญาณอาศัยอยู่คือโลกที่ปราศจากตัวตน อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถกลับไปที่นั่นได้เพราะทุกคนไม่บริสุทธิ์ เหตุนี้เองพวกเขาจึงร้องเรียกหาพ่อผู้ชำระให้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้คนของบารัตตีลังกากลับหัวอย่างสิ้นเชิงที่พวกเขานำเอาพ่อไร้ขีดจำกัดไปใส่ไว้ในแมวและสุนัข ก้อนกรวดและก้อนหิน! นี่เป็นความอัศจรรย์! พวกเขาได้ทำให้พ่อตกต่ำมากกว่าพวกเขาเองด้วยซ้ำ ละครนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่ใช่ความผิดของใครเพราะทุกคนถูกควบคุมโดยละครไม่ใช่โดยพระเจ้า ละครนี้มีพลังมากกว่าพระเจ้า พ่อพูดว่า: พ่อจะมาตามเวลาของพ่อตามละครด้วย พ่อมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ผู้คนสะดุดล้มอย่างมากในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา ลูกได้พบกับพ่อแล้ว ลูกต้องประกาศสิทธิ์ในมรดกของลูกจากพ่อในเวลาด้วยการดีดเพียงนิ้วเดียว เมื่อลูกได้รับมรดกของลูก ก็ไม่จำเป็นใดต้องสะดุดล้มอีกต่อไป พระเจ้าเองพูดว่า: พ่อมาและบอกลูกเกี่ยวกับสาระของพระเวทและคัมภีร์ มีดินแดนแห่งสัจจะในตอนเริ่มแรก แต่ไม่มีใครรู้ว่าดินแดนนั้นกลายเป็นดินแดนแห่งความไม่จริงได้อย่างไร ผู้คนชาวบารัตไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครพูด กีตะ? บารัตนั้นมีศาสนาเทพดั้งเดิมที่คงอยู่ตลอดไป เป็นเมื่อผู้ที่เป็นของศาสนาเทพที่สะโตประธานและมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชากลายเป็นผู้กราบไหว้บูชาที่ตาโมประธานที่ศาสนาเทพนั้นก็จะสูญหายไป ต่อมาพ่อได้มาและก่อตั้งศาสนาเดียวกันอีกครั้ง มีภาพลักษณ์ของผู้คนเหล่านั้นและมีคัมภีร์ ผู้คนของบารัตมีคัมภีร์หนึ่งที่สูงส่งที่สุดคือกีตะ พวกเขาลืมศาสนาของตนเองไปหมดแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงได้เปลี่ยนชื่อและเรียกตัวเขาเองว่าชาวฮินดู สิ่งนี้ถูกกำหนดไว้ในละคร ดวงวิญญาณนั้นเข้าไปในวงจรของการเกิดใหม่และกลับมาตาโมประธานเมื่อสิ่งเจือปนเข้าไปปะปนในดวงวิญญาณของพวกเขา ลูกรู้ว่าลูกเป็นเครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำแท้และขณะนี้ได้กลายเป็นของไม่แท้ ร่างกายเรียกว่าเครื่องประดับ ลูกเล่นบทบาทของลูกโดยผ่านร่างกาย เราได้รับบทบาทที่ยาวนานของ 84 ชาติเกิด ลูกกลายเป็นเทพ นักรบ ฯลฯ เป็นผู้มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาแล้วก็เป็นผู้กราบไหว้บูชา ถ้าพ่อเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาแล้วกลายเป็นผู้ที่กราบไหว้บูชา แล้วใครเล่าที่จะทำให้ลูกกลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา? พ่อบริสุทธิ์เสมอ เป็นมหาสมุทรแห่งความรู้ ผู้ชำระให้บริสุทธิ์ ลูกเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชาแล้วหลังจากนั้นก็กลายเป็นผู้ที่กราบไหว้บูชาและเข้าไปสู่กลางวันและกลางคืน อย่างไรก็ตาม ผู้คนเหล่านั้นไม่รู้สิ่งนี้ พ่ออธิบายว่า: โลกยังคงไม่จริงแท้ต่อไป และดังนั้นพวกเขาจึงแต่งเรื่องราวที่ไม่จริงขึ้นมา แม้แต่ไวยาสก็แสดงความอัศจรรย์ ไวยาสไม่ใช่พระเจ้า พระเจ้ามาและอธิบายถึงสาระของพระเวทและคัมภีร์ ผ่านบราห์มา พวกเขาได้วาดภาพของบราห์มาพร้อมกับคัมภีร์ แล้วพระเจ้าอยู่ที่ไหน? ไม่ใช่ว่าบราห์มาออกมาจากสายสะดือของวิษณุหรือวิษณุเป็นผู้ให้สาระของคัมภีร์ ไม่ใช่เลย พระเจ้าได้อธิบายโดยผ่านบราห์มา เหนือรูปตรีมูรติคือชีพบาบา ท่านพูดสาระโดยผ่านบราห์มา ผู้ที่ท่านพูดผ่านก็จะเป็นผู้ที่บำรุงรักษาสิ่งนั้น ลูกคือบราห์มากุมารและกุมารี สกุลบราห์มินเป็นสกุลที่สูงสุด ขณะนี้ลูกเป็นลูกของ พระเจ้า ลูกกำลังดูแลไฟบูชายัญที่สร้างโดยพระเจ้า ทั้งโลกเก่าจะต้องถูกสังเวยในไฟบูชายัญของความรู้นี้ สิ่งนี้เรียกว่าไฟบูชายัญของความรู้ที่ไม่ดับสูญของรูดร้าซึ่งม้าจะถูกสังเวยในไฟบูชายัญนี้เพื่อการได้มาชึ่งอำนาจในการปกครองตนเอง พ่อได้สร้างไฟบูชายัญเพื่อทำให้ลูกได้ประกาศสิทธิ์ในอาณาจักร เมื่อผู้คนสร้างไฟบูชายัญพวกเขาก็ได้สร้างภาพของชีวาและซาลิแกรมจากโคลน พวกเขาได้สร้างสิ่งเหล่านั้น บำรุงรักษาสิ่งเหล่านั้น และก็ทำลายสิ่งเหล่านั้น พวกเขาก็ทำเช่นเดียวกันกับภาพลักษณ์ของเหล่าเทพ เขาทำสิ่งนี้เหมือนกับเด็กเล็กๆ ที่เล่นกับตุ๊กตา มีการกล่าวถึงพ่อว่าท่านดำเนินการสร้าง การบำรุงรักษา และการทำลายล้าง อย่างไรก็ตาม สิ่งแรกคือการสร้าง ขณะนี้ลูกกำลังศึกษาในดินแดนแห่งความตายเพื่อดินแดนแห่งความเป็นอมตะ นี่คือชาติเกิดสุดท้ายของลูกในดินแดนแห่งความตาย พ่อมาเพื่อก่อตั้งดินเเดนแห่งความเป็นอมตะ จะเกิดอะไรขึ้นด้วยการเล่าเรื่องให้กับปารวตีผู้เดียวเท่านั้น พวกเขาเรียกชางก้าว่าเป็นเจ้าแห่งความอมตะและพวกเขาก็แสดงว่าปารวตีอยู่กับเขา เนื่องจากชางก้าและปารวตีได้รับการแสดงให้เห็นว่าอยู่ในดินแดนที่ละเอียดอ่อน ทั้งสองนั้นจะคงอยู่ในรูปที่มีตัวตนได้อย่างไร? ขณะนี้ได้มีการอธิบายให้กับลูกแล้วว่าจากัดอัมบาและจากัดปิตากลายเป็นลักษมีและนารายณ์ ลักษมีและนารายณ์กลายเป็นจากัดอัมบาและจากัดปิตาหลังจาก 84 ชาติเกิด ในความเป็นจริงจากัดอัมบาคือผู้เพียรพยายามและลักษมีคือรางวัลที่บริสุทธิ์ การยกย่องของใครที่ยิ่งใหญ่กว่า? ดูซิว่ามีการชุมนุมเกิดขึ้นสำหรับจากัดอัมบามากมายเพียงใด! กาลีแห่งกัลกัตต้าก็เป็นที่รู้จักกันดีด้วยเช่นกัน ทำไมพวกเขาไม่สร้างกาลาปิตา (พ่อ -ผู้มีรูปลักษณ์เป็นผู้ชาย) กับกาลีมาตา (เจ้าแม่กาลี) แห่งกัลกัตต้า? ในความเป็นจริงจากัดอัมบา, อดิเทวี นั่งบนกองไฟของความรู้และกลับมาสวยงามจากน่าเกลียด เริ่มแรกเธอกลายเป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ก่อนแล้วจึงกลายเป็นเจ้าหญิง ลูกมาที่นี่เพื่อรับความรู้จากพระเจ้าและกลายเป็นเจ้าชายและเจ้าหญิง ใครให้อาณาจักรของพวกเขาแก่ลักษมีและนารายณ์? พระเจ้า มีเพียงพ่อเท่านั้นที่บอกลูกถึงเรื่องราวของความเป็นอมตะและเรื่องราวของนารายณ์ที่แท้จริงแล้วลูกก็กลายเป็นนารายณ์จากมนุษย์ธรรมดาในหนึ่งวินาที สติปัญญาของลูกๆ ขณะนี้ได้เปิดออกแล้ว และลูกๆก็เข้าใจว่าตัณหาราคะเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พวกเขาพูดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะอาศัยอยู่ในบ้านและอยู่อย่างบริสุทธิ์ มีการอธิบายว่าพ่อคือผู้สร้างสวรรค์ ดังนั้นท่านจะให้อำนาจการปกครองสวรรค์แก่ลูกๆของท่านอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อที่จะประกาศสิทธิ์ในอำนาจในการปกครองสวรรค์ ลูกจำเป็นต้องกลับมาบริสุทธิ์เป็นเวลาหนึ่งชาติเกิดอย่างแน่นอน นี่คือข้อตกลงที่ไม่แพง นักธุรกิจจะสามารถทำเรื่องนี้ได้ดีเพราะพวกเขาก็บริจาคทานด้วยเช่นกัน พวกเขากันเงินไว้ส่วนหนึ่งสำหรับการทำบุญกุศล พ่อพูดว่า: แทบจะไม่มีใครทำการต่อรองนี้ นี่เป็นธุรกิจที่ง่ายดายมาก! อย่างไรก็ตาม ก็มีบางคนที่ทำการต่อรองแล้วก็หย่าขาดจากพ่อ ไม่มีใครนอกจากพ่อที่สามารถอธิบายความรู้นี้ได้ เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เป็นมหาสมุทรแห่งความรู้ และท่านเท่านั้นที่อธิบายแก่ลูก ผู้ที่บริสุทธิ์และมีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชากลายเป็นผู้กราบไหว้บูชาในตอนท้ายของชาติเกิดที่ 84 ของเขา แล้วพ่อก็เข้ามาในร่างของเขา ประชาบิดาต้องคงอยู่ที่นี่ ขณะนี้ลูกกำลังเพียรพยายามและกลายเป็นเทวดานางฟ้า หลังจากกลางคืนของหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา ขณะนี้มีความรู้ นั่นคือกลางวัน ไม่มีเวลาหรือวันที่ กำหนดไว้สำหรับสิ่งนี้ ไม่มีใครรู้ว่าชีพบาบามาเมื่อใด ผู้คนเฉลิมฉลองวันเกิดของกฤษณะด้วยความโอฬารตระการตาอย่างมาก ไม่มีใครรู้วันเกิดที่แน่นอนของชีวา อัจชะ

ถึงลูกๆ ที่สุดแสนหวาน ผู้เป็นที่รักยิ่ง ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง รัก ระลึกถึง และสวัสดีตอนเช้า จากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. รับฟังเรื่องราวของนารายณ์ที่แท้จริงและเรื่องราวของความเป็นอมตะจากพ่อผู้เดียวในยุคแห่งความมีเมตตากรุณานี้ ลืมทุกสิ่งที่ลูกได้ยินมา

2. เพื่อที่จะประกาศสิทธิ์ในอำนาจการปกครองยุคทอง จงอยู่อย่างบริสุทธิ์สำหรับชาติเกิดเดียวนี้ เพียรพยายามที่จะกลายเป็นเทวดานางฟ้า

พร:
ขอให้ลูกควรค่าแก่การไว้วางใจอย่างเต็มที่และรับใช้พระเจ้าด้วยทุกความคิด ทุกช่วงเวลา คำพูด และการกระทำของลูก

บางคนผู้ที่ดูแลทุกสิ่งอย่างรอบคอบถูกกล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่ควรค่าแก่การไว้วางใจอย่างเต็มที่ เขาไม่ยอมให้สิ่งใดไร้ประโยชน์ ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ลูกเกิด ทุกความคิด ช่วงเวลา และการกระทำของลูกต้องเป็นไปเพื่องานรับใช้พระเจ้า หากความคิดหรือเวลาของลูกถูกใช้เพื่อสิ่งอื่นใดนอกจากงานรับใช้พระเจ้า หากมีการพูดคำพูดที่ไร้ประโยชน์หรือหากมีการกระทำที่ไร้ประโยชน์กับร่างกายของลูก ลูกจะไม่ถูกกล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่ควรค่าแก่การไว้วางใจอย่างเต็มที่ อย่าให้เป็นเช่นนั้นที่ลูกจะพูดว่า: สิ่งนั้นก็แค่สูญเสียเวลาไปหนึ่งวินาทีหรือเสียเงินหนึ่งสตางค์ แล้วมันจะเป็นอะไรหนักหนา? ไม่ 'ผู้ที่ควรค่าแก่การไว้วางใจอย่างเต็มที่' หมายถึงผู้ที่ใช้ทุกสิ่งในหนทางที่มีค่า

คติพจน์:
ด้วยความเข้าใจศรีมัทของลูกอย่างถูกต้องแม่นยำและทำตามทุกขั้นตอน ความสำเร็จจะหลอมรวมอยู่ในนั้น

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: เวลานี้เปิดเผยรูปของผู้ประทานของลูก

ห้ามมีความปรารถนาที่จะได้รับคำชมตอบแทนจากการทำความดี การยอมรับคำชมที่จำกัดนี้จะตัดสิทธิ์ตัวลูกเองจากความสำเร็จตลอดไป ดังนั้น จงให้มากเท่ากับมหาสมุทรอย่างสม่ำเสมอ จงให้ทุกคำพูดของลูกช่วยให้ผู้อื่นได้สัมผัสกับประสบการณ์ของชีวิตที่มีความปีติทางจิตวิญญาณ ความรักของพ่อ และความสุขเหนือประสาทสัมผัส จงให้ทุกการกระทำของลูกช่วยให้ดวงวิญญาณทั้งหมดได้รับความร่วมมืออย่างสม่ำเสมอ

คำพูดอันสุดแสนล้ำค่าของมาเตชวารี

ราช ริชีคือยุคทอง

ผู้คนกล่าวว่าราช ริชีคงอยู่ในยุคทองแดงซึ่งนั่งและสร้างคัมภีร์เพราะพวกเขาเป็นตรีกาลดาร์ชิ ในความเป็นจริงเวลานี้เราสามารถพูดได้ว่า ราช ริชีคงอยู่ในยุคทอง เพราะที่นั่นพวกเขาเอาชนะกิเลสได้อย่างสมบูรณ์ นั่นคือพวกเขามีชีวิตที่เหมือนดอกบัว และบริหารจัดการอาณาจักรด้วยสภาพของการหลุดพ้นในชีวิต ฤๅษีที่ทำทาปาเซียตั้งแต่ยุคทองแดงเพื่อบรรลุถึงพระเจ้าได้สร้างพระเวทและคัมภีร์ในเวลานั้น ในยุคทองไม่จำเป็นต้องมีพระเวทและคัมภีร์ และเราไม่สามารถพูดได้ว่าพวกเขาเป็นตรีกาลดาร์ชิ เนื่องจากเราไม่สามารถเรียก บราห์มา วิษณุ หรือชางก้า ว่าเป็นตรีกาลดาร์ชิ แล้วฤๅษีและมุนีในช่วงเวลาที่ราโจกุนีแห่งยุคทองแดงจะเป็นตรีกาลดาร์ชิได้อย่างไร? ตรีกาลดาร์ชิหมายถึงพระเจ้าชีวาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เรียกว่าตรีมูรติและตรีเนตรี ผู้ซึ่งมาที่นี่ด้วยตัวท่านเองในตอนท้ายของวงจรและจบสิ้นสิ่งสร้างทั้งหมด ในยุคทองเราจะได้สัมผัสกับรางวัล ที่นั่นเราไม่รู้ว่าบราห์มินของสกุลบราห์มากลายเป็นตรีเนตรและตรีกาลดาร์ชิที่ยิ่งใหญ่ ตลอดทั้งวงจรไม่มีใครสามารถได้รับความรู้นี้ได้ ทั้งเทพและมนุษย์ไม่สามารถเรียกว่าตรีกาลดาร์ชิ อัจชะ