22.02.26    Avyakt Bapdada     Thai Murli     05.02.2009     Om Shanti     Madhuban


ขณะที่ทำงานรับใช้ จงอยู่ในสภาพที่เป็นเทวดานางฟ้าที่เป็นแสงและเบาสบาย ฝึกฝนปราศจากร่าง


วันนี้ บัพดาดาได้เห็นลูกๆในสามรูปทั่วทุกหนแห่ง เช่นเดียวกับที่ลูกรู้จักสามรูปของพ่อ ในทำนองเดียวกัน ท่านก็เห็นลูกๆในสามรูปเช่นกัน ซึ่งเป็นเป้าหมายและคุณสมบัติของลูกในยุคบรรจบพบกันนี้ รูปแรกคือรูปของบราห์มิน รูปที่สองคือรูปของเทวดานางฟ้า และรูปที่สามคือรูปของเทพ บราห์มินจะต้องกลายเป็นเทวดานางฟ้า และเทวดานางฟ้าจะต้องกลายเป็นเทพ ดังนั้น ในปัจจุบัน เป้าหมายพิเศษที่ยังคงอยู่เบื้องหน้าลูกคืออะไร? ลูกไม่สามารถกลายเป็นเทพได้หากไม่ได้เป็นเทวดานางฟ้าก่อน ดังนั้น ตามเวลาปัจจุบันและตามความพยายามของลูก เป้าหมายของลูกคือการเป็นเทวดานางฟ้า รูปที่สมบูรณ์พร้อมของยุคบรรจบพบกันคือการเป็นเทวดานางฟ้าผู้ซึ่งกำลังจะกลายเป็นเทพ ลูกย่อมรู้ดีถึงคำนิยามของเทวดานางฟ้า เทวดานางฟ้าหมายถึงผู้ที่มีความเบาสบาย ทั้งในด้านความสัมพันธ์ ซันสการ์ และความคิดในโลกเก่า เบาสบายแม้กระทั่งในซันสการ์เก่า ไม่ใช่แค่เป็นผู้ที่เบาสบายในซันสการ์เก่า ธรรมชาติเก่า และโลกเก่าเท่านั้น แต่เทวดานางฟ้าหมายถึงผู้ที่มีความเบาสบายในขณะที่มีความสัมพันธ์กับทุกคน และเบาสบายในธรรมชาติและซันสการ์ของทุกคนด้วย สิ่งชี้บอกของความเบาสบายนี้คืออะไร? ดวงวิญญาณเทวดานางฟ้าเหล่านั้นจะมีความรักให้กับทุกคน ไม่ใช่แค่รักเพียงบางคนเท่านั้น แต่เป็นความรักที่มีให้กับทุกคน เช่นเดียวกับที่พวกเขามีความรักต่อพ่อ สำหรับพ่อบราห์มา,ลูกทุกคนถือว่าท่านเป็นพ่อของลูก ลูกพูดว่า "บาบาของฉัน!" เทวดานางฟ้าเช่นนี้หมายถึงผู้ที่เป็นที่รักของทุกคน ลูกบางคนคิดว่าบราห์มาบาบาคือบราห์มา แต่ลูกทุกคนได้เห็นแล้วท่ามกลางเหล่าดวงวิญญาณบราห์มินเช่นเดียวกับตัวลูกเองว่าดาดี้ผู้เป็นที่รักของลูกนั้นก็เป็นที่รักของทุกคน และทุกคนพูดจากประสบการณ์ของตนเองด้วยความรักอย่างมากมายว่า "ดาดี้ของฉัน" ในแง่ของธรรมชาติ ซันสการ์ และในขณะที่ใช้ชีวิตในโลกเก่านี้ เธอยังคงมีความรักและละวาง ทุกคนพูดด้วยสิทธิ์ว่า "ดาดี้ของฉัน!" ดังนั้นเหตุผลคืออะไร? ตัวเธอเองนั้นเบาสบายในธรรมชาติและซันสการ์ของเธอเอง เธอทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่ง เธอเป็นตัวอย่าง ลูกเองก็เคยเห็นจากัตดัมบ้าเช่นกัน บางคนคิดว่าเธอคือแม่ของโลก อย่างไรก็ตาม ดาดี้เป็นมิตรร่วมทางของครอบครัวบราห์มินของลูก เมื่อใดก็ตามที่ลูกได้ยินเกี่ยวกับความพยายามของเธอ หรือหากลูกถามเธอเกี่ยวกับเรื่องนั้น เธอจะพูดเสมอว่า: เราต้องกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรม (คาร์มาทีท) ในความปรารถนาอย่างลึกล้ำที่จะกลับมาอยู่เหนือบ่วงกรรม เธอจะคอยย้ำเตือนผู้อื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงสิ่งเดียวกันนี้ ดังนั้น นี่ควรจะเป็นเป้าหมายและคุณสมบัติพิเศษของบราห์มินทุกคน มันเป็นเช่นนั้น แต่มันตามลำดับกันไป ตอนนี้ควรมีเพียงความปรารถนานี้: เราต้องกลายเป็นเทวดานางฟ้าอย่างแน่นอน เทวดานางฟ้าหมายถึงผู้ที่ละวางจากร่างกาย ผู้ที่มีร่างแห่งแสงอยู่เสมอ เทวดานางฟ้าหมายถึงราชาของอวัยวะทางร่างกายของตน

บัพดาดายังบอกลูกก่อนหน้านี้เช่นกันว่า ในทั้งวงจร มีเพียงบัพดาดาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถพูดด้วยความภาคภูมิใจที่บริสุทธิ์ว่า: ลูกของฉันทุกคนเป็นลูกของราชา เป็นนายของตนเอง เทวดานางฟ้าคือผู้มีอำนาจในการปกครองตนเอง ผู้มีอำนาจในการปกครองตนเองเช่นนั้นคือผู้ที่มีรูปแห่งแสง เมื่อใดก็ตามที่ลูกพบเห็นใครก็ตามที่มีความมั่นคงในสภาพที่เป็นแสงและเบาสบาย เมื่อนั้นความตระหนักรู้ของดวงวิญญาณ หรือแสง จะปรากฏให้เห็นบนหน้าผากของผู้นั้น เวลานี้จงรักษาเป้าหมายและคุณสมบัติของความพยายามอย่างแรงกล้าให้ปรากฏขึ้นอยู่เสมอ ลูกได้เห็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นในพ่อบราห์มาที่เมื่อใดก็ตามที่ใครได้พบกับท่านหรือรับดริชตีจากท่าน ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตของท่าน ลูกได้สัมผัสแล้วว่า แม้ในขณะที่พูดคุยนั้น พ่อบราห์มาก็ยังคงมีความมั่นคงในสภาพที่อ่อนหวานและปราศจากร่าง ไม่ว่าผู้อื่นจะแบ่งปันข่าวสารเกี่ยวกับงานรับใช้มากแค่ไหน บาบาก็จะให้ประสบการณ์ของการปราศจากร่างแก่พวกเขาในหนึ่งวินาที ดังนั้น หากลูกตรวจสอบในเมอร์ลี ลูกจะเห็นว่าบาบาคอยเตือนลูกถึงบทเรียนเดียวกันเรื่องดวงวิญญาณซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากแค่ไหน ว่า "ฉันคือดวงวิญญาณที่ปราศจากร่าง" ดังนั้น ขณะนี้ ตามเวลาแล้ว สิ่งเล็กๆน้อยๆที่เป็นรายละเอียด สิ่งต่างๆในธรรมชาติของผู้คนและซันสการ์ของผู้คน จะนำลูกให้ห่างไกลจากสภาพที่ปราศจากร่าง ตอนนี้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

บัพดาดาเห็นว่าผลลัพธ์ของงานรับใช้นั้นดี ลูกส่วนใหญ่มีความจริงจังและความกระตือรือร้นในงานรับใช้ และลูกก็ยังคงวางแผนต่อไป แต่ควบคู่ไปกับการทำงานรับใช้นั้น จำเป็นที่จะต้องให้สาส์นด้วย วันนี้ บัพดาดาได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีของงานรับใช้จากวิงหรือฝ่ายต่างๆและจากสถานที่ต่างๆเช่นกัน อย่างไรก็ตาม บรรยากาศของสภาพที่ปราศจากร่างนั้นใช้ความพยายามน้อยกว่า แต่กลับสร้างผลกระทบได้มากกว่า แน่นอนว่าผู้คนย่อมเพลิดเพลินกับสิ่งที่พวกเขาได้ยิน แต่เมื่อพวกเขาได้รับประสบการณ์โดยผ่านบรรยากาศและดริชตีของสภาพที่ปราศจากร่างแล้ว ประสบการณ์นั้นจะไม่มีวันลืมได้ ดังนั้นในเวลานี้ ในงานรับใช้ ขอให้เพิ่มความใส่ใจที่จะกลายเป็นเทวดานางฟ้าเข้าไปด้วย จงให้ประสบการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งของความสงบ ความสุข ความปีติยินดี หรือความรักทางจิตวิญญาณแก่ผู้อื่น โดยผ่านความรักที่แสดงออกทางพฤติกรรมและการต้อนรับขับสู้ที่ลูกมอบให้ ตลอดจนผ่านความสัมพันธ์และครอบครัวของลูก พวกเขาจะจากไปพร้อมกับประสบการณ์ แต่เวลานี้จงให้ความใส่ใจเป็นพิเศษกับการให้ความรู้สึกของความสุขที่เหนือประสาทสัมผัสและความซาบซึ้งทางจิตวิญญาณแห่งความสงบผ่านบรรยากาศและกระแสพลัง จงให้ประสบการณ์พิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งแก่พวกเขา เช่นเดียวกับที่พวกเขาจากที่นี่ไปด้วยความประทับใจในระบบต่างๆที่พวกเขาได้เห็นที่นี่ เพราะพวกเขาไม่เคยพบระบบของความรักในครอบครัวเช่นนี้ที่ไหนมาก่อน ดังนั้นก็ขอให้พวกเขาจากที่นี่ไปโดยได้สัมผัสถึงพลังหรือการบรรลุผลบางอย่างจากที่นี่ด้วยเช่นกัน เวลานี้ 72 ปีกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว บาบามองเห็นผลลัพธ์อะไรในปัจจุบัน? คือการที่ลูกๆได้ทำงานหนัก อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็พูดกันเพียงแค่ว่า บราห์มินกุมารีกำลังทำงานนี้อยู่ และความรู้ของบราห์มินกุมารีนั้นดี ใครกันคือผู้ที่ให้ความรู้นี้? ใครเป็นผู้ขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด? ใครคือแหล่งกำเนิด? เมื่อได้ยินคำว่า "บาบา" จากลูกทุกคน พวกเขาก็จะพูดกันว่า "บาบาของพวกเขา" แต่การที่พวกเขาจะพูดว่า "บาบาของฉันคือผู้เดียวกันนั้น" ซึ่งการเปิดเผยพ่อนั้นยังไม่เกิดขึ้น พวกเขาพูดว่า "บาบา บาบา" แต่คำพูดนั้นออกมาจากปากของคนเพียงหยิบมือเดียวจากคนหลายล้านคนเท่านั้น ที่จะพูดได้ว่า “นี่คือบาบาของฉัน ฉันเป็นของบาบา และบาบาเป็นของฉัน”

ดังนั้น เป้าหมายของยุคบรรจบพบกันคืออะไร? คือการที่พ่อของพวกเราทุกคนได้มาแล้ว ลูกกำลังจะได้รับมรดกจากพ่อใช่หรือไม่? อิทธิพลนั้นจะแผ่กระจายออกไปสู่บรรยากาศโดยผ่านสภาพที่เป็นเทวดานางฟ้าของลูก ผู้คนบอกว่าพวกเขาได้รับแสงสว่างโดยผ่านดริชตีของลูก แสงสว่างแห่งจิตวิญญาณนั้นปรากฏให้เห็นชัดเจนในดริชตีของพวกเขา ดังนั้น เวลานี้จงมีเป้าหมายที่จะเพียรพยายามอย่างแรงกล้าเพื่อที่จะกลายเป็นเทวดานางฟ้าที่เป็นแสงและเบาสบาย ในขณะที่เดินและเคลื่อนไหวไปมา จงเพิ่มประสบการณ์ของรูปเทวดานางฟ้าให้มากขึ้น เพิ่มประสบการณ์ของสภาพที่ปราศจากร่าง จงเป็นแสงและเบาสบายในธรรมชาติและซันสการ์ของลูกเพื่อที่จะจบสิ้นความคิดใดๆภายในหนึ่งวินาที ลูกบางคนบอกว่าพวกเขาอยู่อย่างเป็นแสง แต่คนอื่นกลับไม่รู้พวกเขา อย่างไรก็ตาม แสงสว่างของเทวดานางฟ้าที่เป็นแสงและเบาสบายเหล่านั้น ไม่สามารถซ่อนเร้นได้ แม้แต่แสงไฟฉายเล็กๆ หรือไม้ขีดไฟที่จุดติดแล้วยังไม่สามารถซ่อนเร้นได้ ในขณะที่ นี่คือแสงแห่งจิตวิญญาณ และดังนั้น ด้วยบรรยากาศของลูก จงให้พวกเขาได้สัมผัสว่าลูกเป็นใคร ไม่ว่าจะเป็นจากัตตัมบ้าหรือดาดี้ ท่านไม่เคยพูดว่าไม่มีใครรู้จักท่าน แต่ด้วยบรรยากาศที่ท่านได้สร้างขึ้น จึงทำให้ท่านอยู่อย่างเป็นที่รักของทุกคน นี่คือเหตุผลที่มีการยกตัวอย่างของดาดี้ขึ้นมา เพราะในกรณีของพ่อบราห์มา ลูกอาจจะคิดว่านั่นเป็นเพราะมีชีพบาบาอยู่ในร่างท่าน ส่วนในกรณีของพ่อชีว่า ลูกก็อาจจะคิดว่า “ท่านไม่มีตัวตนอยู่แล้ว ท่านละวางและไม่มีตัวตน ในขณะที่เราเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตและมีร่างกายที่มีตัวตน เราต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนมากมายเช่นนั้น และเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางซันสการ์ที่หลากหลายของทุกคน” การประสานซันสการ์ของลูกหมายถึงการเป็นเทวดานางฟ้า เมื่อได้เห็นซันสการ์ของผู้อื่น ลูกบางคนก็เกิดความท้อแท้ใจ แล้วคิดว่า บาบานั้นดีมาก พ่อบราห์มาก็ดีมาก ความรู้ก็ดีมาก และการบรรลุผลก็ดีมาก อย่างไรก็ตาม การประสานซันสการ์ให้กลมกลืนกันนั้นหมายถึงการมีความรักให้กับทุกคน ไม่ใช่รักแค่บางคน เพราะลูกบางคนบอกว่า ลูกจะพัฒนาความรักกับบางคนก็ต่อเมื่อได้เห็นคุณสมบัติพิเศษของเขา “คนนี้พูดจาดีมาก คนนี้มีคุณสมบัติพิเศษที่ดีมาก คนนี้พูดได้เก่งมาก” อุปสรรคเหล่านี้ขัดขวางการที่ลูกจะก้าวไปสู่การเป็นเทวดานางฟ้า ลูกอาจมีความรัก แต่ลูกๆ แต่ละดวงวิญญาณจงมีความละวางไม่ยึดติด จงมีความรักให้แก่ทุกคนด้วยสภาพที่ละวางของลูก อย่ารักเพียงเพราะคุณสมบัติพิเศษ “ฉันชอบคุณธรรมของคนนี้มาก” ลูกอาจจะซึมซับคุณธรรมนั้นมาก็ได้ แต่การจะรักเพียงเพราะคุณธรรมอย่างเดียวนั้นเป็นสิ่งที่ผิด เพราะเทวดานางฟ้าย่อมมีความรักให้แก่ทุกคน แต่ละคนควรพูดว่า “ของฉัน” ควรมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง สองสิ่งสร้างอุปสรรคต่อการไปสู่สภาพที่เป็นเทวดานางฟ้าเช่นนั้น หนึ่งคือสำนึกรู้ (ภาณ) ของร่างกาย และลูกทุกคนมีประสบการณ์ตามธรรมชาติในเรื่องนี้ สำนึกรู้ของร่างกายจาก 63 ชาติเกิดนั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อีกสิ่งหนึ่งคือความหลงทะนงตน (อภิมาน) ของร่างกาย สำนึกรู้ของร่างกายและความหลงทะนงตนของร่างกาย ยิ่งลูกก้าวหน้าไปในความรู้นี้มากเท่าไหร่ บางครั้งลูกก็ยิ่งมีความหลงทะนงตนในตัวเองมากขึ้นเท่านั้น และความหลงทะนงตนนั้นจะดึงลูกให้ตกต่ำลงมา ทำไมจึงมีความหลงทะนงตนของร่างกาย? ไม่ว่าลูกจะมีคุณสมบัติพิเศษอะไรก็ตาม ความหยิ่งยโสมักเกิดขึ้นเพราะคุณสมบัติพิเศษพิเศษนั้น “ฉันด้อยกว่าใครหรือไม่? ทุกคนก็ชื่นชอบการพูดหรือการบรรยายของฉัน งานรับใช้ที่ฉันทำสร้างผลกระทบ การรับมือของฉันก็ดีมาก วิธีการสอนหลักสูตรของฉันก็ดี” เมื่อลูกก้าวหน้าต่อไปในความรู้นี้หรือในงานรับใช้ ลูกก็จะมีความหยิ่งยโสเกี่ยวกับตัวเอง หรือมีความรักต่อคุณธรรม ความสามารถพิเศษ หรือคุณสมบัติพิเศษพิเศษของผู้อื่น อย่างไรก็ตามลูกจะจดจำใคร? ลูกจะตระหนักรู้เพียงแค่สำนึกที่เป็นร่างเท่านั้น “คนนั้นคนนี้มีสติปัญญาที่ดีมาก การรับมือของฉันก็ดีมาก” ผู้ที่ก้าวหน้าไปในงานรับใช้หรือในความเพียรพยายามของตนมักมีความหยิ่งยโสนี้ ดังนั้นจงตรวจสอบสิ่งนี้ วิธีตรวจสอบว่าคนที่หยิ่งยโสนั้นมีความหยิ่งยโสจริงหรือไม่ คือ เมื่อใดก็ตามที่มีใครมาดูหมิ่น (อัปมาน) พวกเขา หรือในเรื่องความคิดเห็น คำแนะนำ ความสามารถ หรือแม้กระทั่งการจัดการสิ่งต่างๆของพวกเขา แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม พวกเขาก็จะมีความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งนั้นได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขารู้สึกได้รับการดูหมิ่น สัญญาณที่ละเอียดอ่อนยิ่งกว่านั้นก็คือ มันจะทำให้พวกเขาโกรธ นอกจากนี้ยังชอบวางอำนาจสั่งการ ซึ่งจะไม่ปล่อยให้ลูกกลายเป็นเทวดานางฟ้าได้ ดังนั้น ตามเวลาปัจจุบัน บัพดาดาจึงส่งสัญญาณให้กับลูกอีกครั้งว่า: จงเปิดเผยรูปที่เป็นเทวดานางฟ้าในชีวิตของลูกซึ่งเป็นรูปสุดท้ายของยุคบรรจบพบกัน จงนำรูปนั้นเข้ามาสู่รูปที่มีตัวตนของลูก การเป็นเทวดานางฟ้าจะทำให้การกลับมาปราศจากร่างเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ตรวจสอบตัวเองว่า: ลูกไม่มีความผูกพันยึดมั่นแม้แต่กับคุณสมบัติพิเศษของลูกเองหรือของผู้อื่น แม้กระทั่งในทางที่ละเอียดอ่อนเลยใช่ไหม? มีความหยิ่งยโสบ้างไหม? บางครั้ง แม้กระทั่งกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ ลูกบางคนก็อาจมีสภาพอารมณ์ที่ขึ้นๆลงๆ และแทนที่จะมีหัวใจที่มีความสุขและมีใบหน้าที่มีความสุข ใบหน้าของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความคิดหรือความวิตกกังวล และในขณะที่เคลื่อนไป พวกเขาก็รู้สึกท้อแท้ แทนที่จะมีหัวใจที่มีความสุข พวกเขากลับรู้สึกท้อแท้ ดังนั้น ลูกเข้าใจไหม? ตอนนี้ จงทำให้ซันสการ์ของสภาพที่เป็นเทวดานางฟ้าของลูก ซึ่งเป็นสภาพสุดท้ายของยุคบรรจบพบกันปรากฏออกมา ลูกได้เห็นพ่อบราห์มาแล้ว ลูกต้องทำตามพ่อใช่ไหม? ลูกหลายคนได้สัมผัสมาแล้วในช่วงเวลาสุดท้าย เมื่อพวกเขามาได้บอกข่าวสารต่างๆของพวกเขาให้บาบาฟัง บาบากลับอยู่เหนือการรับรู้เรื่องข่าวสารเหล่านั้นและอยู่เหนือเสียง พวกเขาจะมาเล่าข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ โดยได้วางแผนไว้มากมายและคิดว่า "ฉันจะบอกบาบาเรื่องนี้เรื่องนั้น ฉันจะถามบาบาเรื่องนี้" แต่เมื่อพวกเขามาอยู่เบื้องหน้าบาบา พวกเขากลับลืมสิ่งที่พวกเขาจะต้องพูด นั่นคือสภาพที่เป็นเทวดานางฟ้า ดังนั้น วันนี้ลูกได้เรียนรู้บทเรียนอะไรอย่างมั่นคง? ฉันคือใคร? ฉันคือเทวดานางฟ้า จงอยู่เหนือสถานการณ์ เหนือคุณสมบัติพิเศษ เหนือความพิเศษของตนเอง และเหนือสำนึกรู้ของร่างกายของตน จงเป็นเทวดานางฟ้าที่เป็นแสงและเบาสบาย เพราะหากไม่กลายเป็นเทวดานางฟ้าแล้ว ลูกก็ไม่สามารถประกาศสิทธิ์ในสถานภาพที่สูงส่งของเทพได้ ลูกจะไปสู่ยุคทอง เพราะลูกได้กลายเป็นลูกๆแล้ว และลูกก็จะได้รับมรดก แต่ไม่ใช่สถานภาพที่สูงส่ง ลูกสัญญาว่าลูกจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ลูกจะปกครองด้วยกัน ลูกอาจไม่ได้นั่งบนบัลลังก์ แต่อย่างน้อยลูกก็ประกาศสิทธิ์ในราชวงศ์ ลูกเคยเห็นราชสำนักของสถานที่นั้นแล้วใช่ไหม? ผู้ที่มีสิทธิในราชสำนักย่อมมีติลักและมงกุฎด้วย ติลักแห่งอาณาจักร และสิ่งชี้บอกของอาณาจักรก็คือมงกุฎ ดังนั้น จงเป็นผู้มีอำนาจในการปกครองตนเองเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ไม่ใช่เพียงแค่เป็นครั้งคราว แม้ว่าผู้มีอำนาจในการปกครองตนเองเป็นระยะเวลาที่ยาวนานอาจไม่ได้นั่งบนบัลลังก์ แต่อย่างน้อยเขาก็ประกาศสิทธิที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ อัจชะ

ผู้ที่มาที่นี่เป็นครั้งแรก ยืนขึ้น! อย่างน้อยสามในสี่ของชุมนุมที่ลุกขึ้นยืน ขอแสดงความยินดีในวันเกิดสำหรับการได้มาพบพ่อในรูปที่มีตัวตนแก่ผู้ที่มาที่นี่ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก บัพดาดาให้พรแก่ลูกทุกคนที่มาที่นี่เป็นครั้งแรกว่า ลูกมาในเวลาที่ "สายเกินไป" แต่มีพรพิเศษสำหรับลูกใหม่ที่มาเหล่านี้ อย่าได้คิดว่า "เราจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร" สำหรับผู้ที่มา "สายเกินไป" – ในปัจจุบันนี้ ลูกมาในเวลาที่สายแล้ว แต่ลูกก็ยังไม่สายเกินไป และบัพดาดาและบราเธอร์ซิสเตอร์/พี่น้องชายหญิงในครอบครัวบราห์มินมีความรู้สึกพิเศษในการให้ความร่วมมือกับลูกทุกคน ในช่วงเวลาอันสั้นที่เหลืออยู่ จงใช้ทุกวินาทีในทางที่มีค่า เพราะในเวลาอันสั้น ลูกต้องได้มาซึ่งการบรรลุผลมากมาย ลูกต้องไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว จงดำเนินต่อไปในฐานะคาร์มาโยคี อย่าหยุดการกระทำ แต่จงเพิ่มโยคะเข้าไปในคาร์มา และรักษาสมดุลระหว่างคาร์มาและโยคะ ดังนั้น ผู้ที่รักษาสมดุลนี้จะได้รับพรพิเศษ ผู้ที่มาสาย – มันจะสายเกินไปในอนาคต – ยังคงมีโอกาส ลูกสามารถเพียรพยายามอย่างมากในเวลาอันสั้น บัพดาดาให้พรว่า เมื่อลูกๆรักษาความกล้าหาญไว้ ลูกจะได้รับการช่วยเหลือจากพ่ออย่างแน่นอน

ถึงลูกๆทุกคนในทุกหนแห่ง ขอแสดงความยินดีจากหัวใจและขออวยพรหลายล้านเท่า ถึงผู้ที่กำลังไม่ว่างเว้นอยู่กับการทำงานรับใช้ในวันชีพราตรี บาบาขออวยพรวันเกิดและแสดงความยินดีในวันชีพราตรีนี้ ถึงผู้ที่กำลังจะมาและผู้ที่ส่งจดหมายและอีเมล์ของพวกเขามา – สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะมาถึงบัพดาดาในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที ถึงพวกเขาทั้งหมดและรวมถึงดวงวิญญาณที่กระหายต่อบัพดาดาด้วย ถึงผู้ที่ตกอยู่ในบ่วงพันธะและผู้ที่แม้กระทั่งนำการถูกทุบตีที่พวกเขาได้รับนั้นมาทำเป็นพวงมาลัยคล้องคอของพวกเขา รักและระลึกถึงดวงวิญญาณเหล่านั้นด้วย ถึงดวงวิญญาณใหม่ที่เปี่ยมด้วยความรักที่กำลังปรากฏขึ้นในขณะนี้ แต่ยังมีไม่มากนัก พวกเขาต้องมีความรักและความร่วมมือ พวกเขาต้องมีเป็นสองเท่า ถึงเยาวชนและลูกเก่าทุกคนทั่วทุกหนแห่ง ผู้เป็นแม่ และพันดาวาส ขออวยพรวันเกิดของลูกทุกคนและวันเกิดของพ่อเป็นการล่วงหน้าด้วย ขอแสดงความยินดี

พร:
ขอให้ลูกประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอด้วยการเป็นผู้มีชัยชนะในทุกความคิด โดยการอยู่ร่วมกับพ่อผู้ที่มีตัวตนและพ่อที่ไม่มีตัวตน

เช่นที่ดวงวิญญาณไม่มีตัวตนและร่างกายมีตัวตนสามารถทำทุกสิ่งร่วมกันได้ ในทำนองเดียวกัน เมื่อลูกทำให้ทั้งพ่อผู้ที่มีตัวตนและพ่อที่ไม่มีตัวตนอยู่กับลูกหรืออยู่เบื้องหน้าลูกในทุกงานและทุกความคิด ลูกจะกลายเป็นตัวของความสำเร็จ นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อบัพดาดามาปรากฏอยู่ตรงหน้าลูกเป็นการส่วนตัวแล้ว ลูกจะได้รับการตรวจสอบความถูกต้องและได้รับการยืนยันทุกสิ่งจากท่านอย่างแน่นอน และหลังจากนั้นลูกก็จะดำเนินการสิ่งเหล่านั้นด้วยศรัทธาและความไม่ขลาดกลัว ด้วยการทำเช่นนี้จะช่วยประหยัดเวลาและความคิดของลูก ไม่มีสิ่งใดสูญเปล่า และทุกการกระทำจะประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ

คติพจน์:
ความรักทางจิตวิญญาณมีค่ามากกว่าความมั่งคั่งทางวัตถุ ดังนั้นจงเป็นนายมหาสมุทรแห่งความรัก

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: ด้วยคุณสมบัติพิเศษของความเป็นหนึ่งเดียวกันและศรัทธา กลับมาเต็มไปด้วยความสำเร็จ

จงพิสูจน์พลังแห่งความบริสุทธิ์ต่อหน้าอำนาจทางศาสนา และพิสูจน์พลังแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันต่อหน้าอำนาจทางการเมือง ด้วยการแสดงพลังทั้งสองนี้แล้ว ธงแห่งอำนาจของพระเจ้าจะถูกชักขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษกับทั้งสองสิ่งนี้ ยิ่งลูกเข้าใกล้และมีการติดต่อกับพวกเขา(เหล่าผู้มีอำนาจ)มากขึ้นเท่าไหร่ ในขณะที่ใช้พลังแห่งความบริสุทธิ์และความเป็นหนึ่งเดียวกันของลูก พวกเขาเหล่านั้นเองก็จะเริ่มพูดถึงลูกมากขึ้นเท่านั้น