23.10.26       Morning Thai  Murli        Om Shanti      BapDada       Madhuban


สาระ:
ลูกๆ ที่แสนหวาน มีความทุกข์ในความสัมพันธ์ทางสายเลือด ลูกต้องสละละทิ้งพวกเขาและมีความรักทางจิตต่อกันและกัน นี่คือพื้นฐานของความสุข และความปีติ

คำถาม:
ลูกจำเป็นต้องทำความพยายามอะไรเป็นพิเศษเพื่อที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสร้อยประคำแห่งชัยชนะ?

คำตอบ:
เพื่อที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสร้อยประคำแห่งชัยชนะ ให้ทำความพยายามที่จะกลับมาศักดิ์สิทธิ์(บริสุทธิ์) เป็นพิเศษ เพียงเมื่อลูกกลายเป็นซันยาสซีที่แท้จริงเท่านั้น นั่นคือ เพียงเมื่อลูกกลับมาปราศจากกิเลสแล้วเท่านั้นที่ลูกจะกลายเป็นลูกปัดของสายประคำแห่งชัยชนะ หากมีบัญชีของบ่วงกรรมใดๆแล้ว ลูกไม่สามารถกลายเป็นทายาทได้ ลูกจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปวงประชาแทน

เพลง:
เปลวไฟได้ถูกจุดขึ้นในชุมนุมของแมลงเม่าที่มีความสุข

โอมชานติ
ดูสิว่าเรากำลังสรรเสริญพ่อของเรา ฉัน ดวงวิญญาณจะแสดง (เปิดเผย) พ่อของฉันอย่างแน่นอน ลูกชายแสดงให้เห็นพ่อ ฉันเป็นดวงวิญญาณและลูกจะพูดว่า: เราคือดวงวิญญาณและพ่อของเราคือดวงวิญญาณสูงสุดผู้ที่เป็นพ่อของทุกคน ทุกคนจะยอมรับสิ่งนี้ พวกเขาจะไม่พูดว่าพ่อของเราดวงวิญญาณแตกต่างกัน พ่อของทุกคนคือผู้เดียว เวลานี้เราเป็นลูกๆ ของท่าน เรารู้จักอาชีพการงานของท่าน เราไม่สามารถพูดว่าพระเจ้าอยู่ทุกหนทุกแห่งในเวลาเดียวกัน ในกรณีนั้นพระเจ้าจะอยู่ในทุกคน ลูกๆจะกลับมามีความสุขเมื่อพวกเขาจดจำระลึกถึงพ่อของเขา เพราะไม่ว่าพ่อจะมีสิ่งใดลูกๆของเขาจะได้รับสิ่งนั้นเป็นมรดก เวลานี้เราเป็นทายาทของพระเจ้า ดังนั้นท่านมีอะไร? ท่านคือมหาสมุทรแห่งความปีติสุข มหาสมุทรแห่งความรู้ มหาสมุทรแห่งความรัก เป็นเพราะเรารู้สิ่งนี้ที่เราร้องเพลงสรรเสริญท่าน คนอื่นจะไม่พูดสิ่งนี้ บางทีพวกเขาอาจจะพูดสิ่งนั้น แต่พวกเขาไม่รู้ว่าท่านเป็นสิ่งนั้นอย่างไร คนอื่นทั้งหมดจะพูดว่าพระเจ้าอยู่ทุกหนทุกแห่งในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เราเป็นลูกของท่านและดังนั้นเราจึงร้องเพลงสรรเสริญพ่อที่ไม่มีตัวตนและเป็นอมตะของเราว่า: ท่านคือมหาสมุทรแห่งความปีติ มหาสมุทรแห่งความรู้ และคลังสมบัติแห่งความรัก อย่างไรก็ตามบางคนอาจจะมีคำถามเกิดขึ้น: ท่านพูดว่า สภาพของท่านในโลกที่ไม่มีตัวตนนั้นอยู่เหนือความสุขและความทุกข์ ความสุขนั่นคือความปีติ และความรักมาจากไหน? สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจ เมื่อลูกพูดถึงความปีติ ความสุข และความรัก นั่นเป็นสภาพของความสุขแต่จะสามารถมีความปีติ ความรัก และความรู้ในโลกแห่งความสงบได้อย่างไร? เมื่อมหาสมุทรแห่งความสุขนั้นเข้ามาสู่โลกที่มีตัวตนนี้ ท่านมาและให้ความสุขแก่เรา ที่นั่น ลูกอยู่ในสภาพที่อยู่เหนือความสุขและความทุกข์ เพราะเช่นที่ได้อธิบายให้แก่ลูกแล้วว่านั่นเป็นโลกที่อยู่เหนือความสุขและความทุกข์ซึ่งถูกเรียกว่าโลกที่ไม่มีตัวตน และแล้วอีกโลกหนึ่งเป็นโลกแห่งความสุขที่ซึ่งมีความสุขและความปีติอยู่เสมอซึ่งถูกเรียกว่าสวรรค์ นี่คือโลกของความทุกข์ที่ถูกเรียกว่านรก นั่นคือโลกยุคเหล็ก เวลานี้พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดผู้ที่เป็นมหาสมุทรแห่งความสุขได้มาและเปลี่ยนแปลงโลกยุคเหล็กนี้และทำให้กลายเป็นคลังสมบัติแห่งความปีติ ความสุข และความรัก ที่ซึ่งไม่มีอะไรนอกจากความสุข และความสุข ความรัก และความรักที่มากขึ้น ที่นั่นแม้แต่สัตว์ก็มีความรักอย่างมากมาย วัวและสิงโตก็ดื่มน้ำจากแม่น้ำเดียวกัน พวกเขามีความรักต่อกันและกันอย่างมาก ดังนั้นอาณาจักรที่พระเจ้ามาและก่อตั้งจึงมีความสุขและความปีติ อย่างไรก็ตามในโลกที่ไม่มีตัวตนไม่มีเรื่องเกี่ยวกับความสุข ความปีติ หรือความรัก นั่นเป็นที่อยู่ของดวงวิญญาณที่ไม่มีตัวตน นั่นคือชีวิตที่ปลดเกษียณ นั่นคือสภาพของนิพพานของทุกคนที่ซึ่งไม่มีความรู้สึกของความสุขหรือความทุกข์ บทบาทของความสุขและความทุกข์ถูกแสดงในโลกที่มีตัวตนนี้ เมื่อเป็นสวรรค์ในโลกนี้ก็มีความรักทางจิตที่คงอยู่ตลอดไป อย่างไรก็ตามมีความทุกข์ในสายสัมพันธ์ทางสายเลือด ซันยาสซีไม่มีสายสัมพันธ์ทางสายเลือดใดๆ ด้วย เหตุนี้เองพวกเขาจึงไม่มีความรู้สึกเป็นทุกข์ในสิ่งใดเลย พวกเขาพูดว่า: “ฉันคือสัจจะ สิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก และเป็นตัวของความปีติ เพราะพวกเขาสละสละทิ้งสายสัมพันธ์ทางสายเลือดของพวกเขา ในทำนองเดียวกันที่นี่เช่นกันลูกไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดใด ที่นี่เราทั้งหมดมีความรักทางจิตซึ่งพระเจ้าสอนเรา พ่อพูดว่า: ลูกคือลูกชายผู้เป็นที่รักของพ่อ ความปีติ ความสุข และความรักของพ่อเป็นของลูก เพราะลูกได้สละละทิ้งโลกนั้นและเข้ามาสู่ตักของพ่อ(นำมาเลี้ยงดู) ลูกมาและนั่งบนตักของพ่อในชีวิตจริงในทางปฏิบัติของลูก อย่างไรก็ตาม เพียงผู้ที่สละละทิ้งเท่านั้นที่จะมาสู่ตักและกลายเป็นลูกชายอันเป็นที่รัก เพราะพวกเขาคือผู้ที่นั่งบนกัดดีหลังจากที่กูรูจากไป มีความต่างของกลางวันและกลางคืนระหว่างลูกกับปวงประชา ลูกๆกลายเป็นทายาทและประกาศสิทธิ์ในมรดก ในทำนองเดียวกันลูกได้ทำลายสายสัมพันธ์ทางสายเลือดของลูกและได้เข้ามาสู่ตักของผู้ที่ไม่มีตัวตนและผู้ที่มีตัวตนและดังนั้นลูกจึงกลายเป็นทายาท ในสิ่งนี้เช่นกัน ยิ่งลูกรับความรู้นี้มากเท่าไหร่ ลูกก็จะยิ่งมีความปีติมากขึ้นเท่านั้น การศึกษากล่าวได้ว่าเป็นความปีติ ดังนั้น ยิ่งลูกศึกษาสิ่งนี้มากเท่าไหร่ ลูกก็จะยิ่งได้รับความสุขในอาณาจักรนั้นในฐานะปวงประชามากขึ้นเท่านั้น การศึกษาของพระเจ้านี้เป็นความปีติที่ซึ่งลูกได้รับความสงบและความสุขสูงสุด อำนาจในการปกครองตนเองที่ไม่สั่นคลอนและสม่ำเสมอของความสุขและความสงบนี้คือสมบัติของพระเจ้าที่ลูกๆ ได้รับ และแล้วมากเท่าที่ลูกรับความรู้นี้ลูกจะได้รับมรดกของพ่อมากตามนั้น ตัวอย่างเช่น ผู้แสวงหาเหล่านั้นทั้งหมดมาหาลูก พวกเขาเป็นปวงประชาอันเป็นที่รักของลูก พวกเขาไม่ใช่ลูกๆ เพราะพวกเขายังคงมาและไปอยู่เรื่อยๆ พวกเขาสามารถกลายเป็นลูกๆ เพราะบางคนเปลี่ยนจากปวงประชาไปเป็นทายาท เมื่อพวกเขารับความรู้นี้และเห็นว่ามีความสุขและความสงบที่ไม่มีขีดจำกัดที่นี่ และมีความทุกข์ในโลกนั้น พวกเขาจึงเข้ามาสู่ตักของพระเจ้า ไม่มีใครกลายเป็นลูกๆในทันที ก่อนหน้านี้ลูกก็เคยมาและไปเช่นกัน และแล้วหลังจากที่ได้ฟังสิ่งนี้แล้ว ลูกก็พักอยู่ที่นี่แล้วลูกก็กลายเป็นทายาท เป็นสิ่งเดียวกันกับซันยาสซี ในขณะที่ฟัง เมื่อพวกเขาเข้าใจว่ามีความสงบและความสุขในการสละละทิ้ง พวกเขาก็ละทิ้งทุกสิ่ง ที่นี่เช่นกันเมื่อพวกเขาได้ลิ้มรสสิ่งนี้ พวกเขาก็กลายเป็นลูกผู้เป็นที่รัก และดังนั้นพวกเขาจึงได้รับมรดกชาติแล้วชาติเล่า และแล้วพวกเขาก็เข้ามาเรื่อยๆในต้นไม้เผ่าพันธุ์เทพ ปวงประชาไม่ได้คงอยู่กับลูก พวกเขาจากไปที่ไหนสักแห่งตามบ่วงกรรมของพวกเขา เพลงได้กล่าวไว้ว่า: เปลวไฟได้ถูกจุดขึ้นในชุมนุมที่มีความสุขของแมลงเม่า ดังนั้นแมลงเม่าก็ร่ายรำในเปลวไฟและตายด้วยเช่นกัน บางตัวก็เพียงแค่วนไปรอบๆและจากไป ร่างกายนี้ซึ่งบาบาผู้ทรงพลังอำนาจได้เข้ามานั้นเป็นเหมือนกับเปลวไฟ ลูกมาที่นี่เหมือนกับแมลงเม่าและเมื่อลูกเข้าใจความลับแล้ว ลูกก็อยู่ที่นี่ ผู้คนเป็นพันเป็นแสนมาที่นี่และพวกเขาก็ยังคงรับฟังลูกต่อไป ยิ่งพวกเขาได้ยินมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งได้รับพรแห่งความปีติและความสงบมากขึ้นเท่านั้น เพราะคำสอนเหล่านี้ของพ่อผู้เป็นอมตะไม่สามารถถูกทำลายได้ สิ่งนี้ถูกเรียกว่าความมั่งคั่งของความรู้นี้ที่ไม่สูญสลาย ไม่สามารถถูกทำลาย ดังนั้นผู้ที่ได้ยินแม้เพียงเล็กน้อยก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปวงประชาอย่างแน่นอน ที่นั่นแม้แต่ปวงประชาก็มีความสุขอย่างมากๆ มีความปีติภายในเพราะทุกคนคงอยู่ในจิตสำนึกเป็นดวงวิญญาณที่นั่น ที่นี่เรากลับมามีจิตสำนึกที่เป็นร่างและเหตุนี้เองเราจึงไม่มีความสุข นั่นเป็นสวรรค์ที่ไม่มีชื่อหรือร่องรอยของความทุกข์ที่นั่น แม้แต่สัตว์ก็อาศัยอยู่ด้วยความสงบและความสุขอย่างมาก และดังนั้นจะมีความสงบและความรักมากเพียงใดในบรรดาปวงประชา? เป็นที่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะกลายเป็นทายาท ที่นี่ผู้สละละทิ้งที่มั่นคง 108 จะกลายเป็นลูกปัดของสายประคำแห่งชัยชนะ พวกเขายังไม่กลายเป็นสิ่งนั้น พวกเขายังคงกำลังกลายเป็นสิ่งนั้น ปวงประชากำลังถูกสร้างขึ้นในเวลาเดียวกันด้วยเช่นกัน พวกเขาอาศัยอยู่ข้างนอก (ของศูนย์) และยังคงรับฟังสิ่งนี้ต่อไปเช่นกัน พวกเขามีโยคะในขณะที่นั่งอยู่ที่บ้าน ในขณะที่มีโยคะพวกเขาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกที่นี่ และด้วยเหตุนี้จึงเปลี่ยนจากปวงประชาเป็นทายาท ขณะที่ยังมีบางบัญชีของบ่วงกรรม พวกเขาก็ยังคงอาศัยอยู่ข้างนอกและมีโยคะและอยู่อย่างปราศจากกิเลสต่อไป ดังนั้นขณะที่อยู่ที่บ้าน หากพวกเขาฝึกฝนที่จะคงอยู่อย่างปราศจากกิเลส ย่อมมีการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างแน่นอน เพราะมีผู้ที่กลับมาเต็มไปด้วยตัณหาราคะและความโกรธ เมื่อลูกเอาชนะตัณหาราคะ ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลูก และหยุดให้ยาพิษ ก็มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน พระเจ้าพูดว่า: ลูกๆ ความตายเพียงแค่อยู่เบื้องหน้าลูก ทั้งโลกจะต้องถูกทำลาย ผู้คนก็พูดกับคนแก่ว่า: ความตายเพียงแค่อยู่เบื้องหน้า ดังนั้นจงจดจำระลึกถึงพระเจ้า พ่อนั่งที่นี่และพูดว่า: ลูกๆ กลับมาปราศจากกิเลส! จดจำพระเจ้า! ในทำนองเดียวกันเมื่อลูกไปจาริกแสวงบุญลูกหยุดการข้องแวะในกิเลสและหยุดความโกรธ ลูกจะไม่ข้องแวะในกิเลสในระหว่างการเดินทาง ตลอดการเดินทางพวกเขาเฝ้าแต่ร้องเพลง “ชัยชนะแด่พระเจ้าแห่งความเป็นอมตะ” แต่เมื่อพวกเขากลับมาพวกเขาก็เริ่มจมลงไปในกิเลสเดิมๆเหล่านั้นอีกครั้ง ลูกจะไม่กลับไป ลูกจะไม่กลับมามีตัณหาราคะหรือความโกรธ หากลูกข้องแวะในกิเลสใดๆ สถานภาพของลูกจะถูกทำลาย ลูกจะไม่กลายเป็น “ผู้ที่ศักดิ์สิทธิ์สูงส่ง” (His Holiness) ผู้ที่กลับมาศักดิ์สิทธิ์(holy)จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของลูกประคำแห่งชัยชนะ ผู้ที่สอบตกจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของจันทราวงศ์ พ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดนั่งที่นี่และสอนลูกทั้งหมด ท่านผู้เดียวที่เป็นมหาสมุทรแห่งความรู้ ท่านจะไม่นั่งที่นั่นในโลกที่ไม่มีตัวตนและให้ความรู้นี้แก่ดวงวิญญาณ ท่านมาที่นี่และพูดความรู้นี้กับลูก ท่านพูดว่า: ลูกคือลูกของพ่อ เช่นที่พ่อบริสุทธิ์ ดังนั้นลูกก็ต้องกลับมาบริสุทธิ์เช่นกัน และแล้วลูกจะปกครองโลกยุคทองของความรักและความสุขที่ซึ่งถูกเรียกว่าสวรรค์ เวลานี้โลกนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากโลกกำลังกลายเป็นยุคทองจากยุคเหล็ก และแล้วก็จะเปลี่ยนจากยุคทองไปสู่ยุคเงิน จากยุคเงินก็จะเปลี่ยนไปเป็นยุคทองแดง และแล้วจากยุคทองแดงก็ไปเป็นยุคเหล็ก โลกยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไปในลักษณะนี้ ดังนั้นโลกนี้จึงกำลังเปลี่ยนแปลงในเวลานี้ ใครกำลังเปลี่ยนแปลงโลกนี้? พระเจ้าเองและลูกได้กลายเป็นลูกผู้เป็นที่รักของท่าน ปวงประชากำลังถูกสร้างขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ลูกๆคือลูกๆ และปวงประชาคือปวงประชา ผู้ที่มีการสละละทิ้งจะกลายเป็นทายาท พวกเขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามหากลูกไม่ได้รับความรู้มากขนาดนั้นลูกจะไม่ได้รับสถานภาพ ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนอย่างดีจะกลายเป็นเจ้านาย/ขุนนาง(lord) ผู้ที่เพียงเฝ้าแต่มาและก็ไปจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปวงประชา และแล้วมากเท่าที่ลูกได้กลับมาศักดิ์สิทธิ์ ลูกจะได้รับความสุข พวกเขากลายเป็นผู้เป็นที่รักเช่นกัน แต่พวกเขากลายเป็นสิ่งนั้นอย่างสมบูรณ์เมื่อพวกเขากลายเป็นลูกๆ ลูกเข้าใจหรือไม่? มีการสละละทิ้งมากมายหลายประเภท ประเภทหนึ่งคือผู้ที่สละละทิ้งบ้านและครอบครัวของพวกเขา และอีกประเภทหนึ่งคือผู้ที่อยู่ที่บ้านแต่ไม่ข้องแวะในกิเลส พวกเขานั่งและถ่ายทอดคัมภีร์ฯลฯ แก่สาวกของพวกเขา พวกเขาให้ความรู้ของดวงวิญญาณ พวกเขามีสาวกเช่นกัน แต่สาวกของพวกเขาไม่สามารถกลายเป็นลูกชายอันเป็นที่รักของพวกเขาได้ เนื่องจากสาวกของเขามีครอบครัวและลูกๆ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถทำให้บรรดาสาวกมาอยู่กับพวกเขาได้ พวกเขาเองไม่ได้สละละทิ้งและไม่สามารถทำให้ผู้อื่นสละละทิ้งได้ สาวกของพวกเขาอาศัยอยู่กับครอบครัวของพวกเขาด้วยเช่นกัน สาวกก็เพียงแต่ไปหาเขา เขาเพียงแต่ให้ความรู้แก่สาวกหรือให้มนตราแก่พวกเขาต่อไปก็เพียงเท่านั้นเอง พวกสาวกไม่ได้กลายเป็นทายาทของเขา ดังนั้นจะมีการเติบโตในบรรดาพวกเขาได้อย่างไร? พวกเขาเพียงแค่ให้ความรู้ ละร่างกายของพวกเขาและจากไป ดูสิว่าหนึ่งนั้นคือลูกประคำ 108 และอีกหนึ่งคือลูกประคำ 16,108 ที่ใหญ่กว่า นั่นคือลูกประคำของจันทราวงศ์ สกุลที่สูงศักดิ์ของเจ้าชายและเจ้าหญิง ดังนั้นผู้ที่ไม่สามารถรับความรู้นี้ได้มากถึงเพียงนั้นที่นี่และได้รับการชำระให้บริสุทธิ์จะมีประสบการณ์ของการถูกลงโทษและกลายเป็นส่วนหนึ่งของลูกสายคำของจันทราวงศ์ มีเจ้าชายและเจ้าหญิงมากมาย ลูกรับฟังและมารู้ความลับเหล่านี้ในเวลานี้ สิ่งที่ของความรู้นี้ไม่ได้คงอยู่ที่นั่น ความรู้นี้เพียงได้รับเวลานี้เท่านั้นในยุคบรรจบพบกัน เมื่อมีการก่อตั้งศาสนาเทพ ดังนั้นลูกได้รับการบอกว่า: ผู้ที่ไม่เอาชนะอวัยวะประสาทสัมผัสของพวกเขาอย่างเต็มที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งลูกประคำของสกุลจันทราวงศ์ ผู้ที่เอาชนะอวัยวะประสาทสัมผัสจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสกุลสุริยวงศ์ ในบรรดาพวกเขาเช่นกันพวกเขาตามลำดับกันไปอย่างแน่นอน ใครก็ตามจะได้รับร่างกายตามสภาพของเขา ดูสิ! มาม่าก้าวหน้ากว่าทุกคนและดังนั้นเธอจึงได้รับทุน เธอกลายเป็นผู้ดูแล ไหของความรู้ทั้งหมดได้มอบให้กับเธอ พ่อ(บราห์มา)ก็เรียกเธอว่า “แม่” เช่นกัน เพราะพ่ออุทิศร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สมบัติทั้งหมดของพ่อไว้ที่เท้าของเธอ และไม่ได้ให้สิ่งใดแก่ลูกๆ ทางร่างกายของพ่อ สำหรับผู้ที่มีสายสัมพันธ์ทางสายเลือด ที่นี่ลูกกลายเป็นลูกๆ ที่คงอยู่ตลอดไป ลูกมาที่นี่โดยการสละละทิ้งทุกสิ่งและดังนั้นจึงมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่าสำหรับลูก ความรักที่คงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร์นั้นแข็งแกร่งที่สุด ซันยาสซีละทิ้งบ้านของพวกเขาและจากไป ลูกได้นำทุกสิ่งมาที่นี่และสังเวยสิ่งนั้น พระเจ้าเองกำลังกระทำในทางปฏิบัติและกำลังแสดงให้ลูกเห็น ที่นี่ลูกสามารถได้รับคำตอบสำหรับคำถามใดๆ พระเจ้าเองก็สามารถมาและบอกสิ่งนั้นแก่ลูกด้วยเช่นกัน ท่านเป็นนักมายากลและเวลานี้กำลังแสดงบทบาทของมายากลของท่านอยู่ ลูกเป็นลูกที่น่ารักมาก พ่อไม่เคยทำให้ลูกขุ่นเคืองเลย หากท่านทำให้ลูกขุ่นเคือง ลูกๆจะเรียนรู้ที่จะโกรธด้วยเช่นกัน ที่นี่ทุกคนมีความรักภายใน ในสวรรค์เช่นกันพวกเขามีความรักอย่างมาก ที่นั่นพวกเขาคงอยู่อย่างสะโตประธาน ที่นี่ มีงานรับใช้มากมายที่จะต้องทำสำหรับแขกผู้มาเยือนที่มาที่นี่เพราะพวกเขาได้รับการประพรมด้วยความสงบและความสุขเช่นกัน พวกเขาจะกลายเป็นปวงประชาอันเป็นที่รัก พ่อแม่ (มาม่าและบาบา) และลูกๆ ทั้งหมดก็กลับมาไม่ว่างเว้นในการรับใช้พวกเขา แม้ว่าลูกกำลังจะกลายเป็นเทพ ลูกต้องไม่มีความหยิ่งยโสใดๆในสถานภาพนั้นที่นี่ ลูกทั้งหมดกลายเป็นผู้รับใช้ที่เชื่อฟังและยังคงอยู่อย่างไม่ว่างเว้นในงานรับใช้ พระเจ้ากลายเป็นผู้รับใช้ที่เชื่อฟังยเช่นกันและรับใช้ลูกชายผู้เป็นที่รักของท่านและปวงประชา ท่านประพรมความปีติให้กับลูกๆ อัจชะ

ถึงแสงแห่งดวงตาที่แสนหวานที่สุด ผู้เป็นที่รัก ที่จากหายไปนาน เวลานี้ได้พบพานอีกครั้ง ลูกๆ ผู้ที่ได้แยกจากกันไปทุกวงจรและผู้ที่มาที่นี่อีกครั้ง ถึงลูกๆ เช่นนั้น รัก ระลึกถึง อย่างมาก และสวัสดีตอนเช้า จากส่วนลึกของหัวใจและพร้อมกับความรักอย่างมากจากแม่ พ่อ บัพดาดา พ่อทางจิตพูดนมัสเตกับลูกๆ ทางจิต

สาระสำหรับการสร้างสมเพื่อการเป็นตัวของความรู้ คุณธรรม และการจดจำระลึกถึง:
1. เช่นที่บัพดาดาไม่เคยขุ่นมัวลูกๆ ในทำนองเดียวกันลูกก็ต้องไม่ขุ่นมัวใครๆ อยู่ด้วยกันด้วยความรักภายใน อย่าได้โกรธ

2. เพื่อที่จะประกาศสิทธิ์ในพรของความสงบและความปีติ จงอุทิศตนเองให้กับเปลวไฟอย่างเต็มที่ ประกาศสิทธิ์ในพระเจ้าเพื่อความสงบและความสุขสูงสุดผ่านการศึกษาเล่าเรียนนี้

พร:
ขอให้ลูกมีโชคที่สูงส่ง และเปิดเผยพ่อด้วยการเป็นตัวอย่างในทางปฏิบัติของลูก

เพื่อที่จะทำให้การคิดชัดเจน ประเภทของการพิสูจน์มากมายได้ถูกให้ไว้ อย่างไรก็ตาม การพิสูจน์ที่สูงส่งที่สุดคือการเป็นตัวอย่างในทางปฏิบัติของลูก การเป็นตัวอย่างในทางปฏิบัติหมายถึงการอยู่ในสำนึกรู้ของลูกเป็นใครและลูกเป็นของใคร ลูกๆ ผู้ที่อยู่อย่างมั่นคงในรูปที่เป็นอมตะและแท้จริงกลายเป็นเครื่องมือที่จะเปิดเผยพ่อ เมื่อผู้อื่นมองดูโชคของพวกเขา พวกเขาจะจดจำผู้ที่สร้างโชคของพวกเขาโดยอัตโนมัติ

คติพจน์:
ผู้ที่เปลี่ยนแปลงทุกดวงวิญญาณด้วยสายตาของความเมตตาของพวกเขาคือดวงวิญญาณบุญ

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: โอบรับจิตวิญญาณของการยกระดับผู้อื่น และยกระดับผู้ที่ประณามลูก

เมื่อดวงวิญญาณเนื่องจากธรรมชาติหรือซันสการ์ของพวกเขามาทดสอบลูก และแล้วในอีกไม่กี่วินาที ด้วยการตระหนักถึงผู้เดียว ใช้ซันสการ์ที่สูงส่งของลูก ซันสการ์และธรรมชาติที่ลูกได้สร้างสมของการมีความเมตตาสำหรับดวงวิญญาณเช่นนั้น นี่คือความหมายของการยกระดับพวกเขา