31.05.26 Avyakt Bapdada Thai Murli
15.03.2010 Om Shanti Madhuban
โอ้ดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การได้รับความรักของพระเจ้า
จงให้ความสุขเพียงหนึ่งหยิบมือแก่ผู้ที่ไม่มีความสุข
จบสิ้นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด และกลายเป็นผู้ที่มีพลัง
และทำให้เวลานั้นใกล้เข้ามา
วันนี้ บัพดาดากำลังมองดูลูกๆที่น่ารักของพระเจ้าทุกคนในทุกหนแห่ง
จากท่ามกลางผู้คนนับล้าน,มีเพียงลูกๆเพียงหนึ่งกำมือหรือเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เป็นลูกที่น่ารักของพระเจ้า
เพราะมีเพียงในเวลานี้เท่านั้นที่ลูกสามารถสัมผัสถึงความรักของพระเจ้าได้
ตลอดทั้งวงจร ลูกได้สัมผัสถึงความรักของดวงวิญญาณต่างๆ ของดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่
และดวงวิญญาณทางศาสนาที่ชอบธรรม แต่ความรักของพระเจ้าสามารถสัมผัสได้เพียงในเวลานี้
ในยุคบรรจบพบกันเท่านั้น ซึ่งลูกๆทุกคนกำลังมีประสบการณ์อยู่
เมื่อมีใครบางคนถามลูกว่าพระเจ้าอยู่ที่ไหน ลูกจะตอบเขาว่าอย่างไร? “ท่านอยู่กับฉัน
ท่านอยู่กับฉัน ท่านอยู่ในหัวใจของฉัน” ลูกกำลังมีประสบการณ์กับสิ่งนี้อยู่ใช่ไหม?
มีเพียงลูกเท่านั้นที่รู้และมีเพียงลูกเท่านั้นที่มีประสบการณ์ของความรักนี้: “พ่ออยู่ในหัวใจของฉัน
และฉันอยู่ในหัวใจของพ่อ”
ลูกรู้ว่ามีเพียงลูกเท่านั้นที่ได้รับโชคในการสัมผัสกับความซาบซึ้งของความรักของพระเจ้า
อะไรคือสิ่งชี้บอกของการมีความรักต่อใครสักคน?
สิ่งชี้บอกนั้นคือการที่ลูกจะสังเวยตนเองหรือเสียสละตนเองเพื่อคนๆนั้น
ลูกทุกคนรู้ว่าพ่อสูงสุด ดวงวิญญาณสูงสุดต้องการอะไรจากลูกทุกคน
ความปรารถนาของพ่อคือให้ลูกทุกคนกลับมาทัดเทียมกับพ่อ พ่อเป็นเช่นไร
สภาพของลูกๆก็ควรจะสูงส่งเช่นเดียวกัน สภาพที่สูงส่งนั้นคืออะไร?
คือสภาพของความบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์:
ความบริสุทธิ์เช่นนั้นที่ความไม่บริสุทธิ์ไม่สามารถเข้ามาได้แม้กระทั่งในความฝันของลูก
ลูกกำลังสร้างสภาพที่บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์เช่นนั้น
ซึ่งเป็นสภาพของความบริสุทธิ์ที่ไม่มีแม้แต่ชื่อหรือร่องรอยของความไม่บริสุทธิ์ใดๆเลยหรือไม่?
ในปัจจุบันนี้ เนื่องจากเวลาใกล้เข้ามาแล้ว บัพดาดาจึงส่งสัญญาณนี้:
ตามความใกล้เข้ามาของเวลา
แม้แต่ความคิดที่ไร้ประโยชน์ก็เป็นสิ่งชี้บอกของความไม่บริสุทธิ์
จงตรวจสอบตลอดทั้งวันเพื่อดูว่ามีความคิดที่ไร้ประโยชน์ใดๆ
ที่เกี่ยวกับความหยิ่งยโสหรือการดูหมิ่นดึงดูดลูกหรือไม่ ในขณะที่ดำเนินชีวิตไป
หากลูกคิดว่าคุณสมบัติพิเศษใดๆที่พ่อให้แก่ลูกเป็นคุณสมบัติพิเศษของลูกเอง
และเกิดความหยิ่งยโส
นั่นก็เป็นความคิดที่ไร้ประโยชน์และเป็นความคิดที่ไม่บริสุทธิ์ของจิตสำนึกของ’ฉัน’
เช่น “ฉันก็ไม่ด้อยกว่าใคร ฉันก็รู้ทุกอย่าง
เพียงแต่ความคิดของฉันถูกต้องและสูงส่งกว่า” ความคิดเช่นนี้ของความหลงทะนงตนของ’ฉัน’
ก็เป็นร่องรอยของความไม่บริสุทธิ์ที่ละเอียดอ่อนเช่นกัน ดังนั้น จงตรวจสอบตนเอง
ไม่มีร่องรอยของความคิดที่ไร้ประโยชน์หรือความไม่บริสุทธิ์ใดๆหลงเหลืออยู่เลยใช่ไหม?
ลูกๆที่น่ารักของพระเจ้านั้นเป็นเครื่องมือที่จะนำพาเวลาแห่งการก่อตั้งโลกที่บริสุทธิ์ให้ใกล้เข้ามา
ดังนั้นกระแสจิตของลูกผู้เป็นดวงวิญญาณที่เป็นเครื่องมือจึงแผ่กระจายไปทุกหนแห่ง
ดังนั้น จงตรวจสอบดูว่ามีความคิดที่ไร้ประโยชน์ประเภทใดๆดึงรั้งลูกอยู่หรือไม่?
เพราะโลกที่บริสุทธิ์และอาณาจักรที่บริสุทธิ์เวลานี้กำลังใกล้เข้ามา
กระแสจิตของความบริสุทธิ์จึงเป็นสิ่งจำเป็น
เนื่องจากความทุกข์และความไม่สงบกำลังเพิ่มขึ้นในรูปแบบต่างๆในทุกหนแห่ง
สาเหตุของความทุกข์และความไม่สงบคือความไม่บริสุทธิ์ ดังนั้น
ดวงวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์และดวงวิญญาณผู้เลื่อมใสศรัทธาเวลานี้จึงจำเป็นต้องได้รับการรับใช้เป็นสองเท่า
บัพดาดาได้เห็นว่าการรับใช้ด้วยคำพูดกำลังเกิดขึ้นในทุกหนแห่งอย่างงดงามตระการตามาก
ตอนนี้ลูกกำลังจบสิ้นการพร่ำบ่นของพวกเขา อย่างไรก็ตาม
ตอนนี้ดวงวิญญาณต้องการสะกาชเพิ่มเติม จงทำสิ่งนี้โดยการรับใช้ด้วยจิตใจของลูก
และให้สะกาช ความกล้าหาญ ความจริงจังและความกระตือรือร้นแก่พวกเขา ดังนั้น
ในเวลานี้ จึงจำเป็นต้องทำงานรับใช้เป็นสองเท่า ด้วยเหตุนี้ บัพดาดาจึงกล่าวว่า
ลูกแต่ละคนควรคิดว่าตนเองเป็นบรรพบุรุษ ลูกเป็นรากฐานของต้นกัลปะนี้
เป็นบรรพบุรุษและเป็นดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา
บัพดาดายังคงได้ยินเสียงของลูกๆที่ไม่มีความสุข
เสียงเรียกของดวงวิญญาณเหล่านั้นควรมาถึงลูก
ลูกๆจะต้องเป็นดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ ลูกกำลังเป็นเช่นนั้น
ลูกได้เป็นเช่นนั้นแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน
ลูกก็ต้องเพิ่มการรับใช้ด้วยจิตใจของลูกด้วย
วันนี้ ความสุข ความสงบ และความพอใจกำลังลดลงในโลกนี้ ดังนั้น เวลานี้
ลูกดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การได้รับความรักของพระเจ้า ต้องให้ความรัก ความพอใจ
และความสุขสักเล็กน้อยแก่ดวงวิญญาณอื่นๆ
ลูกต้องให้ความสุขสักเล็กน้อยแก่ดวงวิญญาณที่ไม่มีความสุขเหล่านั้น ประการแรก
จงให้สะกาชโดยการรับใช้ด้วยจิตใจของลูก และประการที่สอง
จงเปิดเผยพ่อผ่านใบหน้าและกิจกรรมของลูก
บัพดาดาพอใจกับการทำงานรับใช้ที่ลูกได้ทำและกำลังทำอยู่
และที่มีความจริงจังและความกระตือรือร้นอยู่ทุกหนแห่ง
แต่มีงานรับใช้อย่างหนึ่งที่ยังคงต้องทำ จนถึงตอนนี้ มีเสียงกล่าวว่า
ลูกบราห์มากุมารีทำให้มนุษย์เป็นคนดีและที่ลูกปลดปล่อยพวกเขาจากการมีปฏิสัมพันธ์ที่ไม่บริสุทธิ์
ลูกกำลังทำงานรับใช้ที่ดีมากตามที่รัฐบาลต้องการให้กลุ่มเยาวชนทำ อย่างไรก็ตาม
เวลานี้พวกเขาควรจะพูดว่า “พ่อมาแล้ว พระเจ้ามาแล้ว
พวกเขากำลังให้ความรู้ที่พระเจ้าได้ให้ พ่อของฉันมาเพื่อให้มรดก”
ด้วยสายตาของพวกเขาที่มุ่งตรงไปยังพ่อในตอนนี้
พวกเขาจะถูกดึงดูดด้วยความรักของพระเจ้าและแรงดึงดูดของพระเจ้า
พวกเขาเริ่มพูดแล้วว่า “นี่เป็นสิ่งที่ดี นี่เป็นสิ่งที่ดี”
แต่การเปิดเผยของพระเจ้า ผู้เป็นพ่อ จะดึงดูดพวกเขาและทำให้พวกเขาเป็นคนดี ดังนั้น
ให้พวกเขาได้ตระหนักรู้จักพ่อ ผู้เป็นหนึ่งเดียวที่พวกเขาระลึกถึงอยู่เสมอ
ผู้ที่ให้ความรู้และมรดกนี้ เวลานี้
จงนำพวกเขาให้เข้ามาใกล้พ่อโดยการรับใช้พวกเขาด้วยจิตใจของลูก
ให้พ่อได้รับการเปิดเผยผ่านใบหน้า กิจกรรมหรือการกระทำ และดวงตาของลูก ดังนั้น
ตอนนี้จงวางแผนนี้ร่วมกันในบรรดาลูกๆเอง
บัพดาดาเห็นว่าลูกได้นำแผนการที่บัพดาดาได้ให้แก่ลูกเป็นระยะๆไปปฏิบัติด้วยระเบียบวินัยอันดีเยี่ยมและด้วยความจริงจังและความกระตือรือร้นอย่างมาก
และลูกก็ยังคงทำเช่นนั้นอยู่
บัพดาดาขอแสดงความยินดีกับลูกทุกคนมากมายหลายล้านเท่าสำหรับสิ่งนั้น
ตอนนี้ขอให้เพิ่มสิ่งนี้เข้าไปด้วย พระเจ้ากำลังให้มรดก หากลูกไม่รับมรดกในตอนนี้
แล้วลูกจะรับเมื่อไหร่?
พ่อรู้สึกเมตตาต่อลูกเมื่อเห็นบรรยากาศของความทุกข์และความไม่สงบ
ลูกกับพ่อรู้ว่าเรื่องนี้กำลังจะดำเนินไปจนถึงจุดขีดสุด
ไม่มีจุดจบได้หากยังไปไม่ถึงจุดขีดสุดนั้น ในช่วงเวลาเช่นนั้น
จงให้ประสบการณ์นี้แก่ดวงวิญญาณทั้งหลาย อย่าเพียงแค่ให้พวกเขาได้ยินเรื่องราว
แต่จงให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์ที่พระเจ้ากำลังให้มรดก
ลูกทุกคนก็ถามใช่ไหมว่าการเปิดเผยของพระเจ้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และอย่างไร?
เสียงได้ดังไปไกลมากพอที่พวกเขาจะกล่าวกันว่า "บราห์มากุมารี"
แต่ใครเป็นผู้สอนบราห์มากุมารี? ใครเป็นผู้ประทานพรแก่บราห์มากุมารีและบราห์มากุมาร?
ตอนนี้ลูกต้องทำให้เวลาใกล้เข้ามาและทำให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์
ใครจะเป็นผู้ทำให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์?
ลูกๆแต่ละคนคิดว่าตนเองเป็นเครื่องมือสำหรับสิ่งนี้ใช่ไหม?
พ่อได้มอบความรับผิดชอบนี้ให้แก่ลูกๆทั้งหลายด้วยตัวท่านเอง ลูกแสดงให้เห็นพ่อ
เมื่อบางคนในลูกรู้จักพ่อแล้ว เกิดอะไรขึ้นเมื่อลูกรู้จักพ่อ? ลูกตระหนักรู้จักท่าน
ลูกรู้จักท่าน และเมื่อลูกได้กลายเป็นลูกของท่านแล้ว ลูกก็จะประกาศสิทธิ์ในมรดก
เวลานี้ ให้มีการเข้าคิวของดวงวิญญาณที่จะมาประกาศสิทธิ์ในมรดกของตน
แล้วทำไมคิวนั้นจึงติดขัดและไม่ก่อตั้งขึ้น? เพราะลูกๆ
บางคนยังคงติดอยู่ในคิวของความคิดที่ไร้ประโยชน์: ทำไม? อะไร? อย่างไร?
ลูกให้เวลาสำหรับงานนี้เพื่อทำให้เสร็จสมบูรณ์
แต่ลูกยังไม่จบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์ ความคิดที่ไร้ประโยชน์ (vyarth)
สร้างอุปสรรคขัดขวางไม่ให้ลูกกลายเป็นผู้ที่ทรงพลัง (samarth)
วันนี้ บัพดาดาให้ความกล้าหาญแก่ลูกๆทุกคนในทุกหนแห่ง
เพื่อให้ลูกจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์:
เวลานี้จบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด จงเป็นผู้ที่ทรงพลังอยู่เสมอ
และทำให้ผู้อื่นเป็นผู้ทรงพลังด้วย อย่าเพียงแค่ให้ข่าวสารแก่พวกเขา
แต่ทำให้พวกเขามีพลัง กลับมามีพลังและทำให้ผู้อื่นมีพลัง
เฉลิมฉลองวันสำหรับการจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด สิ่งนี้เป็นไปได้ไหม?
ลูกเชื่อว่าความคิดที่ไร้ประโยชน์นั้นทำให้เกิดการสูญเสียต่อตัวลูกเอง
มันทำให้ลูกเสียเวลาและทำให้ลูกสัมผัสประสบการณ์ของความสุขและความมีโชคได้น้อยลง
ลูกเชื่อว่าลูกต้องทำให้เวลาสำหรับความสมบูรณ์นั้นเข้ามาใกล้
แล้วใครต้องทำสิ่งนี้ล่ะ? ลูกต้องทำใช่ไหม?
ลูกคือผู้ที่เชื่อว่าลูกต้องทำให้เวลาสำหรับความสมบูรณ์นั้นเข้ามาใกล้
และลูกต้องจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์ ไม่ใช่ว่าลูกจะทำ แต่ลูกต้องทำอย่างแน่นอน
ความคิดที่ไร้ประโยชน์ไม่ควรแม้แต่จะเข้ามาในความฝันของลูก
อย่าว่าแต่จะเข้ามาในความคิดของลูกเลย
มันไม่ควรเข้ามาแม้กระทั่งในความฝันของลูกด้วยซ้ำ
ผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นลูกที่กล้าหาญเช่นนั้น ยกมือขึ้น!
ลูกกำลังยกมือแห่งจิตใจของลูกอยู่ใช่ไหม? การยกมือทางกายภาพนั้นง่ายมาก
แต่ลูกกำลังยกมือแห่งจิตใจของลูกอยู่หรือไม่? ลูกที่กำลังยกมือแห่งจิตใจ ยกมือขึ้น!
มันคือมือแห่งจิตใจของลูกใช่ไหม? อัจชะ
ตอนนี้บัพดาดากำลังให้พรนี้แก่ลูกทุกคน: ลูกทุกคนจะอยู่อย่างมีความสุขเป็นเวลา 21
ชาติเกิดในโลกใหม่ที่จะมาถึง ลูกจะไม่ต้องลำบากตรากตรำ
ลูกจะไม่ติดกับอยู่ในปัญหาทั้งหลายของโลก ไม่ว่าลูกจะต้องการสิ่งใดในชีวิต
เพื่อร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สมบัติ ลูกจะได้รับสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด
ร่างกายของลูกจะแข็งแรงและมีสุขภาพดี จิตใจของลูกจะมีความสุข
และลูกจะมีทรัพย์สมบัติมากมาย นี่คือการรับประกันสำหรับลูกตลอดเวลา 21 ชาติเกิด
อัจชะ ตามโลกในปัจจุบัน หลายสิ่งหลายอย่างยังคงเปลี่ยนแปลงไป
กฎหมายของรัฐบาลก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน ทัศนคติของผู้คนก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ หลายสิ่งหลายอย่างจะเข้ามาในชีวิตของแต่ละคน – สิ่งที่ไร้ประโยชน์ –
ดังนั้นลูกจึงจำเป็นต้องมีความคิดที่ทรงพลังเพื่อจบสิ้นสิ่งที่ไร้ประโยชน์เหล่านั้น
ในการที่จะจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์เหล่านั้น ลูกต้องมีความคิดที่ดีที่สุด
และสำหรับสิ่งนั้น ลูกต้องฟังพรนี้ทุกวัน พรนั้นคือความคิดที่สูงส่ง
เมื่อใดก็ตามที่ลูกมีความคิดที่ไร้ประโยชน์
จิตใจของลูกจำเป็นต้องมีความคิดที่สูงส่ง จิตใจไม่สามารถอยู่อย่างว่างเปล่าได้
จิตใจต้องการความคิดอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างแน่นอน
เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่ไร้ประโยชน์ให้กลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
จิตใจของลูกจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงด้วยพร คติพจน์
และสาระสำคัญในตอนต้นของแต่ละเมอร์ลี ทันทีที่ลูกลืมตาขึ้นมา ก่อนอื่นให้กล่าวว่า:
สวัสดีตอนเช้า/อรุณสวัสดิ์ (Good morning) ต่อชีพบาบา ลูกสามารถทำสิ่งนี้ได้ไหม?
มีคำกล่าวว่า หากลูกเห็นใบหน้าของคนที่ดีเป็นคนแรกในตอนเช้า
ทั้งวันนั้นของลูกก็จะเป็นวันที่ดีไปด้วยและผ่านไปอย่างราบรื่น
แล้วพวกเขาจะพูดอะไรเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ไม่ดี? พวกเขาจะพูดว่า: "ฉันไม่รู้ว่าฉันไปเห็นใบหน้าของใครมา
เพราะวันนั้นทั้งวันแย่ไปหมดเลย" ดังนั้น ใครคือผู้ที่ดีที่สุด? ชีพบาบา
ลูกมีความรักต่อชีพบาบาใช่ไหม? ทันทีที่ลูกลืมตาขึ้นมา: "สวัสดีตอนเช้า/อรุณสวัสดิ์
ชีพบาบา " จากนั้น เมื่อลูกหลับตาลงในตอนกลางคืน เมื่อลูกกำลังจะไปเข้านอน
ให้กล่าวว่า: ราตรีสวัสดิ์ (Good night) ชีพบาบา นี่เป็นสิ่งที่ง่ายดายใช่ไหม?
ทั้งวันของลูกก็จะดี เพราะลูกได้รับความคิดที่บริสุทธิ์จากพรนั้น ดังนั้น
จงทำเช่นนี้! บัพดาดามีความรักต่อทุกคน ดังนั้น
ด้วยการทำเช่นนี้จะทำให้ลูกก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ
ลูกจะได้สัมผัสกับความสุขในชีวิตนี้ด้วย จะไม่มีคลื่นของความทุกข์ใดๆเลย
ลูกเห็นด้วยไหม? เพียงแค่เป็นโยคีที่ง่ายดาย “ฉันเป็นดวงวิญญาณ
ฉันเป็นลูกของชีพบาบา แค่นั้นเอง!” นี่คือการเป็นโยคีที่ง่ายดาย
ในขณะที่เดินและเคลื่อนไหวไปมา จงจำไว้ว่า “ฉันเป็นดวงวิญญาณ ฉันเป็นลูกของชีพบาบา”
ลูกจดจำได้มากถึงขนาดนี้เลยใช่ไหม? นี่เป็นสิ่งที่ดีมาก
ตอนนี้ ลูกทุกคนที่เป็นทายาทหรือที่กำลังจะกลายเป็นทายาท
ลูกผู้ที่คิดว่าตนเองเป็นทายาทที่แท้จริงของบัพดาดา ยกมือขึ้น! ลูกเป็นทายาทหรือไม่?
วีไอพี(บุคคลสำคัญ)ทั้งหมดก็ยกมือขึ้นเช่นกัน ปรบมือหน่อยสิ! อัจชะ ตอนนี้
ทายาทที่มีคุณภาพ ผู้ที่มีความคิดที่มุ่งมั่นเช่นนี้
ผู้ที่จะมอบความคิดนี้ให้กับบัพดาดาตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ไม่ใช่ในสักวันหนึ่งนั่นคือ:
“เราจะจบสิ้นความคิดที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมดตั้งแต่นี้เป็นต้นไป” ลูกเห็นด้วยไหม?
ลูกเห็นด้วยไหม? ถ้าเช่นนั้น ยกมือขึ้น! มีสองงาน งานแรกคือการมีพลังอยู่เสมอ
และงานที่สองคือการทำให้เวลาแห่งความสมบูรณ์ใกล้เข้ามา
บัพดาดาได้ยินเสียงเรียกและเสียงร้องไห้แห่งความทุกข์มากมาย
บาบาไม่รู้ว่าทำไมลูกถึงไม่ได้ยิน เมื่อบัพดาดาได้ยินเสียงนั้นแล้ว
ลูกๆที่คิดว่าตัวเองเป็นทายาท ผู้ที่จะประกาศสิทธิ์ในมรดก
ควรมีความเมตตาต่อผู้ที่จะได้รับมรดกของพวกเขา ทำไมลูกถึงไม่มีความเมตตานั้น?
ให้มีการวางเฉย – การวางเฉยอย่างไม่มีขีดจำกัด – และความเมตตา
อย่าให้เวลาไปกับคิวของคำถามว่า "ทำไม?" และ "อะไร?" เกี่ยวกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ
ดังนั้น โอ ลูกๆที่รักของบัพดาดาที่จากหายไปนานและเวลานี้ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
ลูกๆที่ได้รับพรมากมายหลายล้านเท่า เวลานี้จงทำให้ความคิดของลูกมุ่งมั่น
ใช้กุญแจของความมุ่งมั่นให้มากยิ่งขึ้น กลายเป็นคาร์มาโยคี
ลูกคือผู้ที่มีชีวิตคาร์มาโยคี ชีวิตนั้นเป็นไปตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงแค่บางช่วงเวลา
ดังนั้น เวลานี้
ขอให้รูปที่มีความเมตตาและรูปที่มีความเห็นอกเห็นใจของผู้ขจัดความทุกข์และผู้ประทานความสุขปรากฏออกมา
บัพดาดาได้บอกลูกมานานแล้วเกี่ยวกับช่วงเวลาของ 'ทันทีทันใด' ดังนั้น
อย่างน้อยที่สุด
จงเติมเต็มเสียงเรียกของเหล่าผู้เลื่อมใสศรัทธาก่อนที่สิ่งใดก็ตามจะเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด
ฟังเสียงแห่งความทุกข์ของผู้ที่ไม่มีความสุข เวลานี้
ลูกแต่ละคนที่เป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก ไม่ว่าจะเป็นคนในวัยเยาว์หรือผู้สูงอายุ
ควรพิจารณาว่าตนเองมีความรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงความทุกข์ของโลกและนำมาซึ่งโลกแห่งความสุข
บัพดาดาจะยังคงมาและไปแบบนี้เรื่อยๆจนถึงเมื่อไหร่?
นี่คือเหตุผลที่มันต้องเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใดในตอนนี้ ดังนั้น ตอนนี้: โอ
ดวงวิญญาณที่มีคุณสมบัติทายาททั้งหลาย
ลูกต้องช่วยให้ดวงวิญญาณอื่นๆได้รับมรดกของพวกเขา
ตอนนี้จงแสดงบทบาทของการเป็นผู้มีความเมตตา อย่าคิดว่า: สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?
มันจะเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด ด้วยเหตุนี้ลูกจึงต้องจบสิ้นสิ่งที่ไร้ประโยชน์
ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้น แต่ลูกต้องทำมันอย่างแน่นอน
บัพดาดาเห็นผลลัพธ์และตรวจสอบผลลัพธ์ (ผลที่ตามมา) ของกรรมของทุกคน
บาบาตรวจสอบความเร็วในการพยายามของลูกและตรวจสอบบัญชีของการสะสมสมบัติที่มีค่าด้วย
ดังนั้น บาบาได้เห็นอะไรในผลลัพธ์?
ลูกมีความพยายามเป็นอย่างมากในการสะสมสมบัติเหล่านั้น
แต่เปอร์เซ็นต์ที่สะสมได้นั้นแตกต่างกัน ลูกคิดว่าลูกสะสมได้แล้ว
และลูกก็สะสมได้บ้าง แต่เป็นเพียงเปอร์เซ็นต์เล็กน้อย สะสมได้เล็กน้อย
แต่ไม่ได้สะสมไว้ตลอดไป ลูกทำมันมานาน แต่ก็มีความแตกต่างในการสะสมไว้ตลอดไป
นี่คือเหตุผลที่เวลานี้บัพดาดากำลังทำให้ลูกมีความคิดที่มุ่งมั่นในทุกสิ่งทุกอย่าง
ท่านทำให้ลูกทำเช่นนั้นเพื่อควบคุมความโกรธ
อย่างไรก็ตามอย่าให้เกิดความปั่นป่วนในจิตใจเกี่ยวกับใครก็ตาม อย่าให้มีคำถามว่า "ทำไม?"
หรือ "อะไร?" ลูกได้ควบคุมความโกรธที่แสดงออกมาทางคำพูดได้แล้ว
บางคนทำสิ่งนี้ได้ดีมากทีเดียว
แต่ความโกรธก็ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยในจิตใจของลูก
ลูกกำลังพยายามที่จะจบสิ้นความโกรธ อย่างไรก็ตาม บัพดาดาพอใจที่ลูกได้หันมาใส่ใจ
ลูกเริ่มตระหนักแล้วว่าจะมีแต่ลูกเท่านั้นที่จะสูญเสีย เข้าใจไหม? อัจชะ
ถึงลูกๆทุกคนในทุกหนแห่งผู้เป็นที่รักของพระเจ้า
ถึงผู้ที่เฝ้าแต่โบยบินไปกับความรักของพ่ออย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและผู้ที่เป็นผู้ที่เพียรพยายามอย่างแรงกล้า
และผู้ที่เป็นผู้รับใช้ที่แท้จริง ผู้ที่เป็นอิสระจากอุปสรรคทั้งปวงในงานรับใช้
บัพดาดากำลังมองเห็นลูกๆเหล่านั้นทุกคนในทุกหนแห่ง
บาบาเองก็มองเห็นลูกๆที่อยู่ไกลแสนไกล
และมองเห็นลูกๆทุกคนที่กำลังดูและฟังบัพดาดาผ่านทางหน้าจอในสถานที่ต่างๆในชานติวันด้วย
บัพดาดาให้พรแก่ลูกทุกคนว่า:
ขอให้ลูกอยู่อย่างมีความสุขอยู่เสมอและแบ่งปันความสุขไปตลอดกาล
มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส – ขอให้ใครก็ตามที่ได้เห็นใบหน้าของลูกแล้วมีความสุข
ไม่ว่าใครจะเป็นอย่างไรก็ตาม เมื่อได้เห็นใบหน้าของลูก ขอให้พวกเขามีความสุขไปด้วย
นี่คือพรสำหรับลูกทุกคนในทุกหนแห่ง
และเป็นพรสำหรับทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่เบื้องหน้าท่านเป็นการส่วนตัว
ขอให้ใบหน้าของลูกอย่าได้เหี่ยวเฉา หากลูกเหี่ยวเฉาแล้ว สภาพของโลกจะเป็นเช่นไร?
ลูกต้องมีใบหน้าที่มีความสุขอยู่เสมอและไม่ว่างเว้นอยู่กับกิจกรรมแห่งความสุขอยู่เสมอ
และทำให้ผู้อื่นมีความสุขเช่นนั้นด้วย ถึงลูกๆที่แสนหวาน
ผู้เพียรพยายามอย่างแรงกล้าเช่นนั้น รัก ระลึกถึง และนมัสเต จากบัพดาดา
พร:
ขอให้ลูกกลายเป็นภาพลักษณ์ที่มีประสบการณ์ที่เปิดเผยภาพลักษณ์ของพ่อและครูด้วยภาพลักษณ์ของลูกเอง
การคงอยู่ในตำแหน่งที่แท้จริงของตนเองคือการจาริกแสวงบุญแห่งการจดจำระลึกถึง
จงอยู่อย่างมั่นคงในการรู้ว่าลูกเป็นใครและเป็นของใคร
ด้วยรูปของศรัทธาที่แท้จริงและด้วยความตระหนักรู้ถึงชัยชนะของลูกหลายต่อหลายครั้ง
ลูกจะเฝ้าแต่ก้าวต่อไปอย่างสม่ำเสมอในคลื่นของมหาสมุทรแห่งสภาพที่มีความซาบซึ้งของลูก
ในเมื่อลูกเป็นลูกของผู้ประทานความสุข คลื่นแห่งความทุกข์จะมาถึงลูกได้อย่างไร?
ลูกของผู้ทรงพลังอำนาจจะไร้พลังได้อย่างไร?
เมื่อลูกคงอยู่ในประสบการณ์ของตำแหน่งนี้
ภาพลักษณ์ของพ่อและครูจะปรากฏออกมาโดยอัตโนมัติผ่านภาพลักษณ์ของลูก
คติพจน์:
ผู้ที่มีความซื่อสัตย์และมีสัจจะจะมีความสูงส่งปรากฏอยู่ในใบหน้าและในกิจกรรมของพวกเขา
สัญญาณที่ละเอียดอ่อน:
สัมผัสกับสภาพไม่ไหวหวั่นสั่นคลอนและสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง
เมื่อลูกทั้งหลายของลูกกลายเป็นภาพลักษณ์ที่อมตะและอยู่อย่างมั่นคงบนบัลลังก์หน้าผากของลูก
ลูกจะสามารถอยู่อย่างมั่นคงบนบัลลังก์ของสภาพที่สม่ำเสมอและบนบัลลังก์หัวใจของบัพดาดาได้
เมื่อสายตาของรูปในทางปฏิบัติของภาพลักษณ์ของลูกทุกคนในสภาพที่สม่ำเสมอปรากฏขึ้นในชุมนุมที่สูงส่งแล้ว
การเปิดเผยของบัพดาดาก็จะใกล้เข้ามา สำหรับสิ่งนี้
ลูกแต่ละคนจะต้องมีความทัดเทียมในการมีซันสการ์ที่เหมือนกับบัพดาดา