31.08.25    Avyakt Bapdada     Thai Murli     15.12.2006     Om Shanti     Madhuban


เป็นตัวของการจดจำระลึกถึง และเป็นภาพลักษณ์ของประสบการณ์
สอบผ่านด้วยเกียรตินิยม และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหนึ่งวินาที


วันนี้ บัพดาดาได้เห็นเส้นโชคพิเศษสามเส้นเปล่งประกายอยู่บนหน้าผากของลูกๆทุกคนในทุกหนแห่ง หน้าผากของทุกคนเปล่งประกายด้วยเส้นโชค หนึ่งคือเส้นโชคของการหล่อเลี้ยงจากพระเจ้า สองคือเส้นโชคของคำสอนที่ลูกได้รับจากครูที่สูงส่ง สามคือเส้นโชคของศรีมัทที่ลูกได้รับจากซัตกูรู อันที่จริง ลูกทุกคนมีโชคมากมาย แต่ถึงกระนั้น บาบาก็มองเห็นทั้งสามเส้นนี้เป็นพิเศษในวันนี้ ลูกก็สัมผัสกับเส้นที่เปล่งประกายบนหน้าผากของลูกเช่นกันใช่ไหม? เส้นที่สูงส่งที่สุดคือเส้นของการหล่อเลี้ยงของความรักของพระเจ้า เช่นที่พ่อนั้นสูงสุดเหนือสิ่งใด การหล่อเลี้ยงของพระเจ้าก็สูงสุดเหนือสิ่งใดเช่นกัน มีน้อยคนนักที่จะได้รับการหล่อเลี้ยงนี้ แต่ลูกทุกคนก็กลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การหล่อเลี้ยงนี้ การหล่อเลี้ยงนี้มีเพียงลูกๆเท่านั้นที่ได้รับ และมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในทั้งวงจรนี้ หากลูกไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงนี้ในตอนนี้ ลูกก็จะไม่มีวันได้รับการหล่อเลี้ยงนี้เลย การหล่อเลี้ยงของพระเจ้า ความรักของพระเจ้า และการได้มาซึ่งการบรรลุผลของพระเจ้านี้ มีเพียงลูกดวงวิญญาณในหนึ่งกำมือจากหลายล้านดวงวิญญาณเท่านั้นที่ได้มีประสบการณ์ ลูกทุกคนมีประสบการณ์แล้วใช่ไหม? ลูกมีประสบการณ์นี้หรือไม่? ลูกมีประสบการณ์ของการหล่อเลี้ยง ของการศึกษานี้ และของศรีมัทแล้ว ลูกเป็นภาพลักษณ์ของประสบการณ์ ดังนั้น ลูกสามารถเห็นดวงดาวแห่งโชคนี้เปล่งประกายอยู่บนหน้าผากของลูกอยู่เสมอหรือไม่? ตลอดเวลาไหม? หรือบางครั้งดวงดาวที่เปล่งประกายก็มัวหมองลงบ้างเล็กน้อยหรือไม่? อย่าให้มันมัวหมองลงเลย หากดวงดาวที่เปล่งประกายมัวหมองลงแล้ว ลูกรู้ไหมว่าเหตุผลนั้นคืออะไร?

บัพดาดาเห็นว่าเหตุผลนั้นก็คือ ลูกไม่ได้กลายเป็นตัวของการจดจำระลึกถึง ลูกคิดว่าลูกเป็นดวงวิญญาณ แต่ลูกกลับกลายเป็นตัวของความคิด ลูกไม่ได้กลายเป็นตัวของความตระหนักรู้มากนัก ถ้าลูกไม่เป็นตัวของการจดจำระลึกถึงอยู่เสมอ ลูกจะไม่มีพลัง เพราะความตระหนักรู้นี้นำมาซึ่งพลัง ตัวของการจดจำระลึกถึงคือตัวของพลัง นี่คือเหตุผลที่ดวงดาวแห่งโชคดวงนี้เปล่งประกายน้อยลง ถามตนเองว่าลูกเป็นอะไรในระยะเวลาที่ยาวนาน: เป็นตัวของความคิดหรือเป็นตัวของความตระหนักรู้? ด้วยการเป็นตัวของความคิด ลูกจะคิดได้ดีมากว่า "ฉันคือสิ่งนี้ ฉันคือสิ่งนี้ ฉันคือสิ่งนี้" อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ได้เป็นตัวของความตระหนักรู้นั้น ความคิดที่ไร้ประโยชน์และความคิดธรรมดาจึงปะปนอยู่ในความคิดของลูก อันที่จริง หากลูกมองดู รูปที่คงอยู่ตลอดไปของลูกคือรูปของความตระหนักรู้และพลัง รูปของลูกไม่ได้เป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น แต่มันเป็นตัวของสิ่งนั้นด้วย ในตอนเริ่มต้นเช่นกัน ลูกได้รับรางวัลของการเป็นตัวของความตระหนักรู้ในเวลานี้ ดังนั้น ลูกเป็นตัวของความตระหนักรู้ที่คงอยู่ตลอดไปและดั้งเดิม แล้วในเวลานี้ ในเวลาสุดท้ายในช่วงเวลาของยุคบรรจบกันเช่นกัน ลูกก็กลายเป็นตัวของความตระหนักรู้ ดังนั้น ในรูปกาลเวลาทั้งสามด้าน ในตอนเริ่มต้น ในตอนกลาง และในตอนสุดท้าย ลูกเป็นตัวของความตระหนักรู้ ลูกไม่ใช่ตัวของความคิด ด้วยเหตุนี้เองบัพดาดาได้เคยบอกลูกไว้ก่อนหน้านี้เช่นกัน การเป็นภาพลักษณ์ที่มีประสบการณ์ในเวลาปัจจุบันคือสภาพที่สูงส่ง ลูกพิจารณาว่าตนเองเป็นดวงวิญญาณ ลูกได้มาซึ่งการบรรลุผลของพระเจ้า แต่มีความแตกต่างอย่างมากระหว่างการเข้าใจสิ่งนี้กับการมีประสบการณ์ ภาพลักษณ์ที่มีประสบการณ์นั้นจะไม่มีวันถูกมายาหลอกลวงได้ หรือไม่สามารถประสบกับความทุกข์ใดๆได้ เกมของมายาที่ลูกเห็นเป็นครั้งคราวและแม้แต่เกมที่ลูกเล่นเองก็เป็นเพราะการขาดการเป็นตัวของประสบการณ์ อำนาจของประสบการณ์นั้นสูงส่งที่สุด บัพดาดาเห็นว่าลูกบางคนก็คิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ แต่พวกเขามีประสบการณ์ในการเป็นตัวของสิ่งนั้นเพียงเล็กน้อย

ในโลกทุกวันนี้ ดวงวิญญาณส่วนใหญ่เบื่อหน่ายกับการเห็นและได้ยิน และปรารถนาที่จะได้รับการบรรลุผลบางอย่างจากประสบการณ์ เพียงผู้ที่มีประสบการณ์เท่านั้นที่สามารถให้ประสบการณ์นั้นได้ ดวงวิญญาณที่มีประสบการณ์จะยังคงก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ พวกเขาจะเฝ้าแต่โบยบินต่อไป เพราะดวงวิญญาณที่มีประสบการณ์มีความจริงจังและความกระตือรือร้นปรากฏขึ้นในตัวพวกเขาอยู่เสมอ ดังนั้น จงตรวจสอบดูว่า: ลูกได้กลายเป็นภาพลักษณ์ของประสบการณ์ในทุกประเด็นหรือไม่? อำนาจของประสบการณ์ปรากฏให้เห็นในทุกการกระทำของลูกหรือไม่? ทุกคำพูดและทุกความคิดของลูกมีพื้นฐานมาจากอำนาจของประสบการณ์ หรือเป็นเพียงแค่พื้นฐานจากความเข้าใจของลูกเท่านั้น? หนึ่งคือการเข้าใจ และอีกหนึ่งคือการได้สัมผัสประสบการณ์ การพูดถึงประเด็นของความรู้นี้ในทุกหัวข้อสามารถทำได้โดยวิทยากรภายนอกที่กล่าวสุนทรพจน์มากมาย อย่างไรก็ตาม การกลายเป็นตัวของประสบการณ์ในทุกประเด็น หมายถึงการเป็นดวงวิญญาณที่รู้แจ้ง มีหลายคนที่มีโยคะ มีหลายคนที่นั่งสำหรับโยคะ แต่การได้สัมผัสกับโยคะหมายถึงการเป็นตัวของพลัง และลูกสามารถรับรู้ได้ว่าเป็นตัวของพลังโดยที่ลูกสามารถเรียกพลังใดโดยเฉพาะที่ต้องการในเวลานั้นออกมาได้ และกลายเป็นตัวของพลังที่ปราศจากอุปสรรค หากพลังใดพลังหนึ่งขาดหายไป หากลูกพูดถึงพลังนั้นแต่ไม่ได้เป็นตัวของพลังนั้น ลูกก็อาจถูกหลอกลวงได้ในเวลานั้นเช่นกัน หากลูกต้องการพลังของความอดทน แต่ลูกกลับใช้พลังในการต่อต้าน ลูกจะไม่ถูกเรียกว่าโยคยุกต์หรือเป็นตัวของประสบการณ์ อะไรคือสิ่งชี้บอกของการเป็นตัวของความตระหนักรู้และเป็นตัวของประสบการณ์ในทั้งสี่วิชา? ในสภาพของลูก,ลูกจะมีจิตสำนึกของการเป็นเครื่องมือ ในทัศนคติของลูก,ลูกจะมีความรู้สึกที่บริสุทธิ์ ความรู้สึกที่มีจิตสำนึกเป็นดวงวิญญาณ และความรู้สึกที่ไม่เห็นแก่ตัวอยู่เสมอ ในบรรยากาศและในความสัมพันธ์และในสายสัมพันธ์ลูกจะมีความถ่อมตนอยู่เสมอและคำพูดของลูกจะบริสุทธิ์และอ่อนโยน คุณสมบัติพิเศษเหล่านี้จะเป็นธรรมชาติที่เป็นไปโดยธรรมชาติในทุกขณะของผู้ที่เป็นภาพลักษณ์ของประสบการณ์ ธรรมชาติที่เป็นไปโดยธรรมชาติ ในปัจจุบันลูกบางคนอาจพูดว่า "ฉันไม่ต้องการทำสิ่งนี้ แต่มันเป็นธรรมชาติเก่าของฉัน" ธรรมชาติของลูกทำงานนั้นโดยธรรมชาติ และลูกไม่ต้องคิดถึงมันเลยด้วยซ้ำ ธรรมชาติของลูกกำลังทำงานนั้นโดยธรรมชาติ ดังนั้น จงตรวจสอบตนเองดูว่า: ธรรมชาติที่เป็นไปโดยธรรมชาติของฉันคืออะไร? หากฉันมีร่องรอยของธรรมชาติเก่าแม้เพียงเล็กน้อย แล้วด้วยการใช้ธรรมชาติเก่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันจะกลายเป็นซันสการ์ที่มั่นคง เพื่อที่จะจบสิ้นธรรมชาติเก่าและซันสการ์เก่าของลูก... แม้ว่าลูกต้องการจะทำสิ่งนี้ แต่ลูกก็ไม่สามารถทำได้ อะไรคือสาเหตุของสิ่งนั้น? ลูกมีความรู้ที่เต็มเปี่ยมในทุกสิ่ง ลูกไม่ต้องการให้บางสิ่งเกิดขึ้น แต่มันก็ยังเกิดขึ้น แล้วอะไรคือสาเหตุของสิ่งนั้น? มีพลังในการเปลี่ยนแปลงน้อย ในลูกส่วนใหญ่เห็นได้ชัดว่าพลังของการเปลี่ยนแปลง... (กำลังขาดอยู่) ลูกเข้าใจ ลูกพูดถึงสิ่งนี้ และถ้าลูกถูกขอให้เขียนหรือขอให้บรรยายในหัวข้อของพลังในการเปลี่ยนแปลง บัพดาดาก็รู้สึกว่าลูกทุกคนฉลาดมาก และลูกแม้กระทั่งสามารถให้คำบรรยายและเขียนเกี่ยวกับสิ่งนี้ได้ดีมากด้วย แล้วถ้ามีคนอื่นมา ลูกก็สามารถอธิบายให้พวกเขาเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่า "ไม่ต้องกังวล แค่เปลี่ยนแปลงมัน" อย่างไรก็ตาม ตัวลูกเองยังขาดพลังในการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าลูกจะรู้ถึงความสำคัญของเวลาในปัจจุบัน ลูกก็ไม่ควรใช้เวลามากในการที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง จงใช้พลังในการเปลี่ยนแปลงในหนึ่งวินาที เนื่องจากลูกเข้าใจว่าบางสิ่งไม่ควรเกิดขึ้น และแม้ว่าลูกจะเข้าใจสิ่งนี้ หากลูกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ เหตุผลนั้นก็คือลูกคิดถึงสิ่งนั้น แต่ลูกไม่ได้กลายเป็นตัวของสิ่งนั้น ลูกกลายเป็นตัวของความคิดเหล่านั้นเป็นเวลานานตลอดทั้งวัน ซึ่งลูกส่วนใหญ่ขาดการเป็นตัวของความตระหนักรู้และเป็นตัวของพลัง

บัดนี้ถึงเวลาแล้วสำหรับความเร็วอันเข้มข้น ถึงเวลาสำหรับความพยายามอันเข้มข้น นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับความพยายามธรรมดา การเปลี่ยนแปลงในหนึ่งวินาทีหมายความว่า ด้วยการที่ลูกเป็นตัวของความตระหนักรู้ ลูกจะเป็นอิสระจากความคิดในเชิงลบและความคิดที่ไร้ประโยชน์ได้ในหนึ่งวินาที เพราะเหตุใดหรือ? ลูกคือเครื่องมือในการทำให้เวลาและความสมบูรณ์เข้ามาใกล้ ดังนั้น ตามความสำคัญของเวลาในปัจจุบัน และเนื่องจากลูกรู้ว่าทุกย่างก้าวมีหลายล้านหลอมรวมอยู่ด้วย ลูกจึงยังคงตระหนักถึงการเพิ่มพูนสิ่งนั้นในสติปัญญาของลูก แต่สติปัญญาของลูกก็ควรตระหนักรู้เช่นกันว่าลูกอาจสูญเสียมันไปได้ หากลูกสร้างหลายล้านในทุกย่างก้าว ลูกก็สามารถสูญเสียหลายล้านได้ในทุกย่างก้าวเช่นกันใช่ไหม? ดังนั้นตอนนี้ เรื่องของหนึ่งนาทีก็จบลงไปแล้ว ลูกบอกคนอื่นว่าควรอยู่ในความเงียบสงบเป็นเวลาหนึ่งนาที แต่สำหรับลูก ตอนนี้มันต้องเป็นเรื่องของหนึ่งวินาที ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะคิดว่า "ใช่" หรือ "ไม่"? หนึ่งวินาที ดังนั้น พลังในการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น ลูกเข้าใจเมื่อสิ่งใดดีหรือไม่ดี ใส่จุดฟูลสต๊อปกับสิ่งที่ไม่ดี และทำในสิ่งที่ดีนั้นในทางปฏิบัติ เวลานี้ใช้ความสำคัญของจุดฟูลสต๊อป ลูกรู้จักจุดสามจุดดีใช่ไหม? แต่อย่างไรก็ตาม ควรใช้จุด (จุดฟูลสต๊อป) ในเวลาที่ถูกต้อง นักวิทยาศาสตร์กำลังทำทุกสิ่งอย่างรวดเร็วในตอนนี้ และพวกเขาก็กำลังใช้พลังในการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นด้วย ดังนั้น ด้วยพลังแห่งความเงียบสงบ เวลานี้จงรักษาเป้าหมายนี้ไว้ นั่นคือ หากลูกต้องการที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง ลูกมีความรู้เต็มเปี่ยม แต่ตอนนี้จงกลับมามีพลังอย่างรวดเร็วในหนึ่งวินาที "เรากำลังทำ มันจะเกิดขึ้น เราจะทำ..." ไม่ใช่อย่างนี้เลย มันเป็นไปได้ไหมหรือว่ามันยาก? เพราะในช่วงเวลาสุดท้าย มันจะเป็นเพียงข้อสอบของหนึ่งวินาที ไม่ใช่หนึ่งนาที ดังนั้น หากลูกมีการฝึกฝนของหนึ่งวินาทีเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ลูกจึงจะสามารถสอบผ่านด้วยเกียรตินิยมได้ในหนึ่งวินาที ลูกเป็นนักเรียนของพระเจ้า ลูกกำลังศึกษาการศึกษาของพระเจ้า และลูกต้องสอบผ่านด้วยเกียรตินิยมอย่างแน่นอน แล้วถ้าลูกได้รับคะแนนผ่านล่ะจะเป็นยังไง? ผ่านด้วยเกียรตินิยม! ลูกรักษาเป้าหมายอะไรไว้? ลูกที่เชื่อว่าลูกต้องสอบผ่านด้วยเกียรตินิยม ยกมือขึ้น! สอบผ่านด้วยเกียรตินิยม! ขีดเส้นใต้คำว่าเกียรตินิยม! อัจชะ แล้วตอนนี้ลูกจะต้องทำอะไร? "มอเตอร์หนึ่งตัวต่อหนึ่งนาที" เป็นเรื่องธรรมดา ตอนนี้มันเป็นเรื่องของหนึ่งวินาที

ใช่แล้ว ผู้ที่มาจากปัญจาบ เวลานี้มันเป็นเรื่องของหนึ่งวินาที ใครจะเป็นที่หนึ่งในเรื่องนี้? ปัญจาบ มันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร? ลูกพูดด้วยความซาบซึ้งเช่นนั้น ลูกพูดได้ดีมากด้วยความซาบซึ้งเช่นนั้น จนเมื่อบัพดาดาได้ยินสิ่งนี้ ท่านก็พอใจมาก ลูกพูดว่า "มันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร เพราะบัพดาดาอยู่กับลูก" ดังนั้น ลูกมีผู้ทรงอำนาจอยู่กับลูก แล้วตอนนี้ลูกจะทำอะไร? ตอนนี้ลูกต้องกลายเป็นผู้ที่เพียรพยายามอย่างเข้มข้นอย่างเต็มที่ ลูกกำลังทำงานรับใช้ แล้วลูกจะทำอะไรได้อีกหากไม่มีงานรับใช้ให้ทำ? ลูกจะนั่งอยู่เฉยๆหรือ? การรับใช้คือธรรมะ (ศาสนา) และคาร์มา-กรรม (การกระทำ) ของดวงวิญญาณบราห์มิน อย่างไรก็ตาม เวลานี้ พร้อมกับการทำงานรับใช้ จงกลายเป็นตัวของพลัง บัพดาดารู้สึกพอใจกับความจริงจังและความกระตือรือร้นในการทำงานรับใช้ที่ลูกได้แสดงออกมา และขอแสดงความยินดีกับลูกด้วย อย่างไรก็ตาม เช่นที่ลูกได้รับมงกุฎของการรับใช้ – ลูกกำลังสวมมงกุฎ (กลุ่มเยาวชนสวมมงกุฎและสายสะพาย) ดูสิพวกเขาดูดีแค่ไหน – ตอนนี้จงแสดงให้ทุกคนเห็นด้วยการสวมมงกุฎของการกลายเป็นตัวของความตระหนักรู้ นี่คือกลุ่มเยาวชนใช่หรือไม่? แล้วลูกจะแสดงความอัศจรรย์อะไร? อันดับหนึ่งในงานรับใช้และอันดับหนึ่งในการเป็นตัวของพลัง การให้สาส์นนั้นก็คือธรรมะและคาร์มา(กรรม)ของชีวิตบราห์มินเช่นกัน แต่เวลานี้บัพดาดากำลังส่งสัญญาณให้ลูกเร่งเครื่องจักรของการเปลี่ยนแปลง มิเช่นนั้น มันจะเป็นเรื่องยากสำหรับลูกที่จะสอบผ่านด้วยเกียรตินิยม การฝึกฝนสิ่งนี้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานเป็นสิ่งจำเป็น คิดดูก่อนแล้วค่อยทำ! อย่าเป็นเพียงแค่ตัวของความคิด แต่จงเป็นตัวของความตระหนักรู้และเป็นตัวของพลังด้วย จบสิ้นสิ่งที่ไร้ประโยชน์อย่างรวดเร็ว ความคิดที่ไร้ประโยชน์ คำพูดที่ไร้ประโยชน์ การกระทำที่ไร้ประโยชน์ เวลาที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และวิธีการและระบบที่ไร้ประโยชน์ในความสัมพันธ์และสายสัมพันธ์ – จบสิ้นทั้งหมดนั้น เมื่อดวงวิญญาณบราห์มินทั้งหลายจบสิ้นสิ่งที่ไร้ประโยชน์เหล่านั้นในตนเองอย่างรวดเร็ว ลูกก็จะสะสมพรจากดวงวิญญาณและเพิ่มพูนบัญชีบุญของลูกอย่างรวดเร็ว

บัพดาดาเคยบอกลูกไว้ก่อนหน้านี้ว่า บัพดาดากำลังตรวจสอบบัญชีสามประเภท นั่นคือ บัญชีความเร็วของความพยายาม บัญชีพร และบัญชีบุญ อย่างไรก็ตาม บัญชีของลูกส่วนใหญ่นั้นยังไม่สมบูรณ์นัก ด้วยเหตุนี้ บัพดาดาจึงขอเตือนลูกในวันนี้ถึงคติพจน์ที่ว่า เวลานี้ จงกลายเป็นผู้เพียรพยายามอย่างเข้มข้นอย่างจริงจังและรวดเร็ว เป็นผู้ที่จบสิ้นทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว เป็นผู้ที่เปลี่ยนแปลงบรรยากาศด้วยจิตใจของตนอย่างรวดเร็ว

บัพดาดามีความพอใจกับลูกๆทุกคนในเรื่องหนึ่ง นั่นคืออะไร? ลูกทุกคนมีความรักอันลึกซึ้งในหัวใจต่อพ่อ ขอแสดงความยินดีกับสิ่งนั้น อย่างไรก็ตาม พ่อควรบอกลูกหรือไม่ว่าลูกต้องทำอะไร? ภายในสิ้นสุดฤดูกาลนี้ – และลูกยังมีเวลา – จงแสดงความโอฬารตระการตาอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยความเร็วสูงภายในช่วงเวลาที่ใกล้จะสิ้นสุดฤดูกาลนี้ ลูกชอบสิ่งนี้ไหม? ลูกชอบมันไหม? ผู้ที่รู้สึกว่าจะรักษาทั้งเป้าหมายและคุณสมบัติไว้ในสำนึกรู้ของลูก ยกมือขึ้น! ผู้ที่รักษาทั้งเป้าหมายและคุณสมบัติไว้ตรงหน้าลูก ยกมือขึ้น! ดับเบิ้ลฟอเรนเนอร์จะทำสิ่งนี้ ครูจะทำสิ่งนี้ และเยาวชนก็จะทำสิ่งนี้เช่นกัน ผู้ที่อยู่แถวหน้าก็จะทำสิ่งนี้เช่นกัน ดังนั้น ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าหลายล้านเท่า อัจชะ

บัดนี้ จงฝึกฝนสิ่งนี้ในตอนนี้ ในหนึ่งวินาทีจงเป็นอิสระจากความคิดในด้านลบ เป็นอิสระจากความคิดที่ไร้ประโยชน์ จงมั่นคงและจดจ่ออยู่กับ “พ่อผู้เดียว และไม่มีใครอื่นใด” ลูกสามารถนั่งและมีสมาธิจดจ่ออยู่กับความคิดเดียวนี้ได้หรือไม่? อย่าปล่อยให้มีความคิดอื่นใดเกิดขึ้น นั่งอยู่ในประสบการณ์ของการจดจ่ออยู่กับความคิดเดียว อย่าใช้เวลานัก แต่จงใช้เวลาเพียงหนึ่งวินาที อัจชะ

ถึงลูกๆ ทุกคนที่ส่งความรักและการจดจำระลึกถึงเป็นพิเศษมา ขอให้ลูกๆเหล่านั้นทุกคนรับความรัก ความระลึกถึง และพรจากหัวใจเป็นการส่วนตัวตามชื่อ บัพดาดาเห็นว่าสิ่งนี้อยู่ในหัวใจของทุกคน “ฝากความระลึกถึง ฝากความระลึกถึง” อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ลูกๆทั้งหลายมีความคิดนี้ มันจะไปถึงบัพดาดาในเวลานั้น ดังนั้น บาบาจึงมอบความรักและความระลึกถึงแก่ลูกๆทั้งหลายเป็นการส่วนตัวตามชื่อและตามคุณสมบัติพิเศษของลูก

ถึงลูกๆที่สูงส่งทั้งหลายที่เป็นตัวของความตระหนักรู้ เป็นตัวของพลัง และเป็นตัวของประสบการณ์อยู่เสมอ ถึงผู้ที่นำความคิดที่บริสุทธิ์ของลูกมาใช้ในทางปฏิบัติในทันที เช่นเดียวกับที่การให้ทานในทันทีมีความสำคัญ ในทำนองเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงในทันทีก็มีความสำคัญเช่นกัน ถึงลูกๆ ผู้เปลี่ยนแปลงโลกที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทันที ถึงลูกๆมหาเวียร์ทุกคนที่นำการหล่อเลี้ยงของพระเจ้า ความรักของพระเจ้า การศึกษาของพระเจ้า และศรีมัทของพระเจ้าไปใช้ในทุกการกระทำของพวกเขา ถึงลูกๆ มหาเวียร์ผู้เพียรพยายามอย่างแรงกล้าเป็นที่หนึ่งด้วยความกล้าหาญ สมาธิ และความเป็นหนึ่งเดียวกัน ความรักและความระลึกถึงของบัพดาดาจากหัวใจของท่าน พรจากหัวใจของท่าน และนมัสเต

ถึงเหล่าดาดี้: ลูกทุกคนกำลังเล่นบทบาทที่ดี บัพดาดาพอใจที่ได้เห็นบทบาทของแต่ละคน ลูกในวัยเยาว์ก็เล่นบทบาทที่ดีเช่นกัน อย่าคิดว่าลูกเป็นเพียงผู้ที่อยู่ในวัยเยาว์ ลูกๆในวัยเยาว์นั้นทัดเทียมกับพระเจ้า ชักตีก็มีบทบาทของตนเอง และพันดาวาสก็มีบทบาทของตนเอง ไม่มีอะไรจะคงอยู่ต่อไปได้หากไม่มีพันดาวาส และไม่มีอะไรจะคงอยู่ต่อไปได้หากไม่มีชักตี ด้วยเหตุนี้จึงมีอนุสรณ์ของภาพลักษณ์หรือสัญลักษณ์สี่กรในบารัต ในศาสนาอื่นไม่มีการแสดงรูปสี่กร แต่ในบารัตรูปสี่กรมีความสำคัญ ดังนั้น ทั้งสองจึงเล่นบทบาทที่ดีมาก อย่างไรก็ตาม เวลานี้จงทำทุกสิ่งให้เร็ว แค่นั้นเอง บางครั้งลูกก็หย่อนยานเล็กน้อย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะหย่อนยาน มีสิ่งต่างๆมากมายเกิดขึ้น แต่ด้วยการเข้าใจนัยสำคัญของสถานการณ์ ลูกต้องอยู่อย่างราซยุกต์ โยคยุกต์ สเน่ห์ยุกต์ (ความรัก) และ สหะโยคยุกต์ (ความร่วมมือ) ในขณะที่ลูกก้าวต่อไป สิ่งนี้โอเคไหม? (ถึงดาดี้จี) สิ่งนี้ดีมากเลยใช่ไหม? ดูสิว่ามีผู้คนมามากมายเพียงใด ทำไมพวกเขาถึงมา? ทำไมทุกคนมา? เพื่อพบลูก แน่นอนว่าพวกเขามาเพื่อพบบัพดาดา แต่ถ้าดาดี้ไม่อยู่ที่นี่ พวกเขาคงจะบอกว่าพวกเขาไม่มีความสนุก ดังนั้น หากลูกทุกคนไม่อยู่ที่นี่ ก็จะไม่มีความสนุกเช่นกัน

พร:
ขอให้ลูกกลายเป็นตัวของความสำเร็จ ด้วยการเปิดสวิตช์แห่งความตระหนักรู้ และให้คุณประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น

พื้นฐานของสภาพของลูกคือความตระหนักรู้ จงมีความตระหนักรู้อันทรงพลังนี้อยู่เสมอ “ฉันเป็นของพ่อ และพ่อเป็นของฉัน” ด้วยการมีความตระหนักรู้นี้ สภาพของลูกจะยังคงทรงพลัง และลูกจะทำให้ผู้อื่นทรงพลังด้วยเช่นกัน เมื่อเปิดสวิตช์ ก็จะมีแสงสว่าง ในทำนองเดียวกัน ความตระหนักรู้นี้ก็เป็นสวิตช์เช่นกัน จงเปิดสวิตช์แห่งความใส่ใจอยู่เสมอ แล้วลูกจะอยู่อย่างเป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นต่อไป ในเมื่อลูกได้มีการเกิดใหม่ จงมีความทรงจำใหม่ๆ และจบสิ้นความทรงจำในอดีตทั้งหมด ด้วยการใช้วิธีการนี้ ลูกจะได้รับพรของการเป็นตัวของความสำเร็จ

คติพจน์:
เพื่อที่จะสัมผัสกับความสุขที่เหนือประสาทสัมผัส จงอยู่อย่างมั่นคงในสภาพของลูก ของการเป็นตัวของความสงบ

สัญญาณที่ละเอียดอ่อน: เพื่อที่จะเป็นโยคีที่ง่ายดาย จงมีประสบการณ์ในความรักของพระเจ้า

บัพดาดาถูกผูกมัดด้วยสายใยแห่งความรัก และไม่สามารถเป็นอิสระได้ แม้ว่าท่านจะปรารถนาก็ตาม ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงแสดงภาพลักษณ์ของการถูกผูกมัดในหนทางของความเลื่อมใสศรัทธา แม้ในขณะที่อะแวค ท่านก็ต้องถูกผูกมัดด้วยสายใยในรูปปฏิบัติ แม้ว่าท่านจะหลุดพ้นจากรูปกายแล้ว ท่านก็ไม่สามารถเป็นอิสระได้ สายใยแห่งความรักนี้แข็งแกร่งมาก จงเป็นตัวแห่งความรัก ผูกกันและกันด้วยสายใยแห่งความรัก และให้ประสบการณ์ของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและความเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน